Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ยา

คอร์ติโคสเตียรอยด์คืออะไร ?

คอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นโดยทำหน้าที่เหมือนกับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายยากลุ่มนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ และมีผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 299,075 คน

คอร์ติโคสเตียรอยด์คืออะไร ?

คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ที่สังเคราะห์ขึ้นโดยทำหน้าที่เหมือนกับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย ยากลุ่มนี้ช่วยลดอาการอักเสบ และมีผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

คอร์ติโคสเตียรอยด์สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ ครีมทาผิวหนัง ยาหยอดตา ยาหยอดหู ยาฉีด หรือยาให้ทางหลอดเลือด เป็นต้น โดยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ใช้บ่อยได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad
  • Cortisone
  • Hydrocortisone
  • Sterapred (Prednisone)
  • Medrol (Methylprednisolone)
  • Orapred (Prednisolone)

คอร์ติโคสเตียรอยด์ ใช้รักษาอะไรได้บ้าง?

ปกติแล้ว แพทย์มักใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์รักษาโรคดังต่อไปนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์

การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง หากมีอาการที่บอกถึงการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ ไอ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งเกี่ยวกับโรคประจำตัวอื่นๆ ก่อนจะเริ่มใช้ยาชนิดนี้ โดยเฉพาะ

  • โรคเบาหวาน
  • โรคใดๆ เกี่ยวกับดวงตา
  • โรคตับ 
  • โรคไต 
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะซึมเศร้า หรือโรคทางจิตใจอื่น ๆ
  • โรคกระดูกพรุน
  • โรควัณโรค

ผลข้างเคียงจากคอร์ติโคสเตียรอยด์

คอร์ติโคสเตียรอยด์ สามารถให้ผลข้างเคียงที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามขนาดยาที่ได้รับ เช่น

  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • กระหายอาหารหรือน้ำมากขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อย
  • อารมณ์แปรปรวน
  • สายตาพร่ามัว
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ทำให้หยุดการเจริญเติบโตในเด็ก (Stunted growth)
  • ขนตามร่างกายเพิ่มขึ้น
  • สิว
  • มีรอยฟกช้ำได้ง่าย
  • หน้าบวม
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
  • ความดันโลหิตสูง
  • ทำให้โรคเบาหวานแย่ลง
  • กระวนกระวาย กระสับกระส่าย
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • มีปัญหาเรื่องการนอน
  • ภาวะน้ำคั่งในร่างกาย (Water retention)
  • โรคต้อกระจก หรือ ต้อหิน
  • การติดเชื้อทางผิวหนังหรือช่องคลอด 

อย่างไรก็ตาม ห้ามหยุดใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ ซึ่งแพทย์จะปรับขนาดยาลงเพื่อหยุดการรักษาโดยไม่ให้เกิดอาการถอนยา 

หากใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นเวลานาน แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมน้อยแต่มีโพแทสเซียมมากแทน นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานโปรตีนมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับควบคู่กันไปเพื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่ม นอกจากนี้ยังต้องระวังการรับประทานเกรปฟรุตทั้งแบบผลและน้ำขณะใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เนื่องจากผลไม้นี้อาจมีผลต่อการทำงานของยา

หากกำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ เพราะยากลุ่มนี้อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่