Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การกินเพื่อสุขภาพ

อาการแพ้คาเฟอีนเป็นอย่างไร?

อาการของคนแพ้คาเฟอีน เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาการเหล่านี้อาจทำอันตรายถึงชีวิต
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 19 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • กาแฟเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้คนมักใช้เพื่อให้เกิดอาการตื่นตัวระหว่างการทำงาน โดยอาศัยสารคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ แต่ก็มีบางคนที่สามารถแพ้สารคาเฟอีนได้
  • ปริมาณคาเฟอีนที่แต่ละคนสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยจะอยู่ที่ 400 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้ที่มีอาการไวต่อสารคาเฟอีน เช่น มีอาการใจสั่น มือสั่น ปวดหัว นอนไม่หลับหลังบริโภคคาเฟอีน ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับผู้แพ้คาเฟอีน เพราะอาการแพ้สารคาเฟอีนนั้นจะรุนแรงกว่า
  • คุณสามารถรับประทานยาต้านฮิสตามีนเพื่อแก้อาการแพ้คาเฟอีนเองได้ แต่หากอาการรุนแรง ก็ให้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ และอาจได้รับการฉีดยาอีพิเนฟรินเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น
  • ในอาหารทุกชนิดอาจมีสารเคมีที่คุณแพ้อยู่โดยที่ยังไม่รู้ตัว คุณจึงควรเข้ารับการตรวจภูมิพ้อาหาร เพื่อเช็กให้แน่ใจว่า ร่างกายแพ้สารอะไรในอาหารบ้าง (ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้ ได้ที่นี่)
อาการแพ้คาเฟอีนเป็นอย่างไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กาแฟเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญของผู้คนที่ทำให้ตาสว่าง รวมถึงช่วยให้สามารถตื่นตัว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสารสำคัญในกาแฟที่ออกฤทธิ์ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางตื่นตัวนั้นก็คือ คาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่เราทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ สารคาเฟอีนยังพบได้ในใบชา และฝักโกโก้ด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ลดสูงสุด 30%

ตรวจคัดกรองโรคพบบ่อยในวัยก่อนเกษียณ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รู้ก่อน รักษาก่อน โอกาสหายขาดสูง

Istock 643564758

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คาเฟอีนจะเป็นสารที่อยู่ในเครื่องดื่มหลายชนิด แต่ก็มีหลายคนที่แพ้สารชนิดนี้

ฤทธิ์ และปริมาณการรับประทานของคาเฟอีน

คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง มีประโยชน์ในการกระตุ้นสมองเกิดการตื่นตัว บางครั้งก็ถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นการหายใจสำหรับรักษาผู้ป่วยบางราย

เราสามารถพบคาเฟอีนได้ในเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง นอกจากนี้ ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มกาแฟมากเกินไป ยังทำให้คาเฟอีนขับออกมาทางน้ำนมด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทารกได้

ปริมาณการรับประทานคาเฟอีนที่ผู้คนสามารถดื่มได้ และปลอดภัยจะจำกัดอยู่ที่ 400 มิลลิกรัม และจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่องดื่ม และถี่ของการบริโภคคาเฟอีนของแต่ละคนด้วย

กาแฟ คือ เครื่องดื่มที่มีปริมาณคาเฟอีนมากกว่าชา และช็อกโกแลต โดยมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 60-200 มิลลิกรัม เครื่องดื่มประเภทชาจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 10-5 มิลลิกรัม และช็อกโกแลตจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 2-5 มิลลิกรัม

อาการแพ้คาเฟอีน

ถึงแม้คาเฟอีนจะมีประโยชน์ในแง่ของการตื่นตัว รวมถึงสมาธิในการทำงาน แต่ขณะเดียวกัน คาเฟอีนก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายจนทำให้เกิดเป็นอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายไวต่อสารคาเฟอีน เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ลดสูงสุด 30%

ตรวจคัดกรองโรคพบบ่อยในวัยก่อนเกษียณ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รู้ก่อน รักษาก่อน โอกาสหายขาดสูง

Istock 643564758

หากคุณมีอาการคล้ายกับร่างกายไวต่อคาเฟอีน อย่าเพิ่งตกใจไปว่าตนเองแพ้คาเฟอีน เพราะอาการแพ้คาเฟอีนจริงๆ นั้นจะรุนแรงกว่านั้น เช่น

  • ผื่นลมพิษขึ้น โดยเฉพาะตุ่มแดงบวมที่อาจมีจำนวนมาก
  • ปาก และคอบวมขึ้น
  • รู้สึกระคายเคืองที่ริมฝีปาก ข้างในปาก และลิ้น

อาการแพ้คาเฟอีนมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากร่างกายรับสารคาเฟอีนเข้าไป นอกจากนี้ ผู้แพ้คาเฟอีนยังมีความเสี่ยงที่จะช็อกจากอาการแพ้รุนแรง (Anaphylactic Shock) ได้ แต่กรณีนี้มักพบได้ไม่บ่อยนัก และผู้ที่แพ้คาเฟอีนหนักมากๆ จะมีอาการต่อไปนี้

  • เกิดอาการบวมตามร่างกายหลายที่ เช่น ดวงตา ริมฝีปาก ใบหน้า และลิ้น
  • หายใจไม่สะดวก
  • มีปัญหาด้านการพูด
  • หายใจมีเสียงฟืดฟาด
  • ไอเรื้อรัง
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • เวียนหัว

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้คาเฟอีน

กลไกร่างกายของผู้ที่แพ้สารคาเฟอีนจะมองว่า สารคาเฟอีนที่คุณรับเข้ามาเป็นตัวบุกรุก เมื่อคุณรับอาหารที่มีสารคาเฟอีนเข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะผลิตสารอิมมูโนโกลบูลิน อี ให้ไปกระตุ้นสารฮิสตามีนให้หลั่งออกมามากขึ้น เพื่อกำจัดโมเลกุลของสารคาเฟอีนที่ร่างกายเข้าใจผิดว่า เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดการอักเสบกับร่างกาย

การรักษาอาการแพ้คาเฟอีน

หากคุณมีอาการแพ้คาเฟอีนเกิดขึ้น การรักษาโดยใช้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) สามารถบรรเทาอาการได้ โดยสามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

หรือหากคุณมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการ และอาจรักษาเบื้องต้นโดยฉีดยาอีพิเนฟริน (Epinephrine)

วิธีป้องกันอาการแพ้คาเฟอีน

วิธีป้องกันอาการแพ้คาเฟอีนไม่ได้แตกต่างไปจากวิธีป้องกันอาการแพ้ประเภทอื่น นั่นคือ ให้คุณหลีกเลี่ยงการรับอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด หรือหากไม่แน่ใจ ให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนทุกครั้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ลดสูงสุด 30%

ตรวจคัดกรองโรคพบบ่อยในวัยก่อนเกษียณ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รู้ก่อน รักษาก่อน โอกาสหายขาดสูง

Istock 643564758

อาการข้างเคียงจากการเลิกติดคาเฟอีน

ผู้ที่มีอาการติดคาเฟอีน และต้องการเลิกอาจต้องเผชิญกับอาการข้างเคียงที่เกิดจากการเลิกคาเฟอีน โดยเฉพาะในผู้ที่เลิกแบบหักดิบ โดยอาการดังกล่าวนั้นเกิดมาจากร่างกายที่ไม่ได้รับสารคาเฟอีนเหมือนเดิมอีก เช่น

หากคุณต้องการเลิกคาเฟอีน และมองหากิจกรรมที่มาทดแทนการบริโภคคาเฟอีน คำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยได้

  • พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าง
  • ออกไปเดินเล่นในช่วงพักกลางวัน
  • ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

คาเฟอีนอาจเป็นสารที่หลายคนคิดว่า ไม่น่าจะเกิดอาการแพ้ แต่หากคุณมีอาการคล้ายกับอาการแพ้คาเฟอีนเกิดขึ้น ก็ไม่ควรมองข้ามอาการเหล่านั้น และไปพบแพท์เพื่อตรวจเช็กอาการที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ 

นอกจากนี้ หากเป็นไปได้ คุณควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอมากกว่าการหันไปพึ่งสารคาเฟอีนให้ร่างกายตื่นตัว และสามารถทำงานได้นานมากขึ้น

ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัพเดทแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


1 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Shuvani sanyal, What is caffeine allergy?, (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320267.php?sr), 8 December 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด

สรรพคุณของกล้วยแต่ละชนิด ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาดในปริมาณแค่ 105 แคลอรี่

ดูในแอป