เสริมเติมส่วนที่ขาดหาย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 12, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที

เสริมเติมส่วนที่ขาดหาย

การผ่าตัดสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่หลังจากผ่าตัดมะเร็งเต้านมออกไปแล้ว  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีเต้านมอีกครั้ง  โดยให้มีทั้งขนาดและรูปทรงใกล้เคียงกันทั้ง  2  ข้าง  แต่อย่างไรก็ตาม  เต้านมที่สร้างขึ้นใหม่จะไม่มีคุณสมบัติเหมือนเต้านมปกติในบางด้าน  เช่น  ไม่สามารถสร้างน้ำนมได้  และความรู้สึกที่ไวต่อการสัมผัสของหัวนมและฐานหัวนมก็จะน้อยกว่าเต้านมปกติ

การผ่าตัดสร้างเต้านมขึ้นใหม่นั้นสามารถทำได้ทั้งในเวลาเดียวกันกับการผ่าตัดมะเร็งออกไป  หรือรอติดตามผลจนแน่ใจว่าปลอดภัยจากกการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมก่อนก็ย่อมได้

การผ่าตัดสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่พร้อมๆ  กับการผ่าตัดมะเร็งนั้นมีข้อดีคือ  ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าสูญเสียเต้านมไป  การผ่าตัดก็ทำครั้งเดียว  ไม่ต้องเจ็บตัวสองครั้ง  ในมุมของแพทย์ก็ผ่าตัดได้ง่ายกว่า  (โดยวัดปริมาตรจากข้างที่ตัดออกไป)  แต่ก็มีข้อเสียบางประการ  เช่น  อาจมีผลแทรกซ้อนจากการทำผ่าตัด  ทำให้เกิดความล่าช้าในการฉายรังสีหรือการให้เคมีบำบัด  (ในกรณีที่ต้องรักษาร่วมกับการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด)

อย่างไรก็ตาม  จากการศึกษาผลของการผ่าตัดสร้างเต้านมให้ผู้ป่วยพร้อมไปกับการผ่าตัดมะเร็งออกนั้น  ไม่พบว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินของโรค  หรือการหายจากการเป็นมะเร็งแต่อย่างใด  ไม่ว่าจะผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่หรือไม่  โรคก็จะยังคงดำเนินไปเช่นเดิม  กล่าวคือ  ถ้าโรคจะหายขาดก็หาย  ถ้าโรคจะกลับมาเป็นอีกด้วยปัจจัยอะไรก็ตามแต่  ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด

เสริมเต้านมทันที

หลังตัดเต้านม


เทคนิคการผ่าตัดสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่นั้นสามารถทำได้โดยใช้ถุงนมเทียม  หรือการนำเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นๆ  ของร่างกายผู้ป่วยเองมาใช้  หรืออาจจะใช้ทั้งเนื้อเยื่อของผู้ป่วยร่วมกับการใช้ถุงนมเทียมก็ได้  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละรายว่าเหมาะสมกับวิธีใด  ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลายอย่าง  โดยให้ความสำคัญแก่เต้านมด้านที่ไม่เป็นมะเร็งด้วย  ซึ่งในบางกรณีอาจจะต้องผ่าตัดเต้านมด้านที่ไม่เป็นมะเร็งร่วมด้วย  เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมักจะมีอายุมากหรือผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว  เต้านมก็เปลี่ยนแปลงรูปร่างและขนาดไป  การผ่าตัดแก้ไขก็จะทำให้เต้านมทั้ง  2  ข้างมีความสวยงามทั้งขนาดและรูปทรงใกล้เคียงกัน  ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการผ่าตัดเพิ่มเติมให้น้อยที่สุด  ไม่ต้องการผ่าตัดบริเวณอื่นของร่างกาย  ควรพิจารณาใช้ถุงนมเทียม  สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการให้มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย  การเลือกใช้เนื้อเยื่อตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

การสร้างเต้านมใหม่  โดยใช้ถุงนมเทียม

การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมทันทีหลังจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านมข้างใดข้างหนึ่งโดยเลือกใช้ถุงนมซิลิโคนนั้นต้องพิจารณาเต้านมด้านปกติว่ามีรูปร่าง  ลักษณะ  และขนาดเป็นอย่างไร  ในกรณีที่เต้านมมีรูปร่างปกติไม่หย่อนยานและขนาดพอดีกับความต้องการของผู้ป่วยแล้ว  การสร้างเต้านมขึ้นใหม่ในข้างที่ตัดออกไปจะทำให้ได้เต้านมที่มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับข้างปกติ

สำหรับกรณีที่เต้านมด้านปกติมีขนาดเล็กกว่าความต้องการของผู้ป่วยก็สามารถเสริมเต้านมด้านปกติให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามที่ต้องการได้  และในกรณีที่เต้านมด้านปกติมีขนาดตามต้องการแล้ว  แต่หย่อนยาน  ไม่สวยงามก็สามารถผ่าตัดกระซับเต้านมให้เต่งตึง  สวยงามขึ้น  หรือในกรณีข้างที่ปกติ  มีขนาดใหญ่เกินความต้องการ  ก็สามารถผ่าตัดลดขนาดเต้านมได้เช่นเดียวกัน

ขั้นตอนการตัดเต้านมออกทั้งหมด

และเสริมเต้านมทันทีด้วยถุงน้ำเกลือ

เสริมทั้งสองข้าง  ข้างซ้ายเป็นโรค  ข้างขวาปกติ


การผ่าตัดเต้านมด้านปกตินั้น  แม้จะสามารถทำไปพร้อมกับการสร้างเต้านมใหม่  แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ  ตั้งแต่เรื่องของระยะเวลาการผ่าตัดที่ยาวนานขึ้น  ไปจนถึงการทำให้รูปร่างใกล้เคียงกับเต้านมด้านที่สร้างขึ้นมาใหม่  ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก  การผ่าตัดเฉพาะด้านที่เป็นมะเร็งไปก่อนแล้วหลังจากนั้นอีก     3 – 6  เดือนค่อยมาผ่าตัดเต้านมด้านปกติให้มีขนาดและรูปร่างเช่นเดียวกับด้านที่สร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ทำได้ง่ายกว่ามาก

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่โดยการใช้ถุงซิลิโคน  และทำทันทีพร้อมกับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมนั้น  ผู้ป่วยต้องได้รับคำอธิบายถึงการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านมทุกขั้นตอนอย่างละเอียดถี่ถ้วน  หลังจากนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งจะประเมินเต้านมด้านปกติดดังกล่าวมาแล้วข้างต้น  ขณะเดียวกันจะอธิบายถึงกระบวนการผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่ด้วยถุงซิลิโคนให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าใจถึงข้อดีข้อเสีย  ตลอดจนผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น  รวมทั้งแนวทางการแก้ไข  ซึ่งจะครอบคลุมทุกแง่มุม

เทคนิคการผ่าตัดในกรณีนี้  แผลจากการผ่าตัดจะเป็นแผลเดียวกับที่ผ่าตัดมะเร็ง  จึงไม่มีบาดแผลเพิ่มเติมจากากรผ่าตัดเสริมเต้านม  หลังจากที่ศัลยแพทย์ผ่าตัดเอาเต้านมในส่วนที่เป็นมะเร็งออกพร้อมกับเนื้อนมทั้งหมดแล้ว  ศัลยแพทย์ตกแต่งจะรับหน้าที่ผ่าตัดต่อ  โดยการเลาะยกกล้ามเนื้อหน้าอกส่วนที่อยู่ใต้นมขึ้น  เพื่อให้เกิดช่องว่างมากพอจะใส่ถุงนมซิลิโคนได้  โดยจะต้องพิจารณาให้ถุงซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและใกล้เคียงกับเต้านมด้านปกติของผู้ป่วย  สำหรับถุงซิลิโคนที่เลือกใช้  (ซึ่งมีหลายชนิด)  ก็จะเป็นเหมือนกับผู้ที่มาเสริมเต้านมในกรณีผ่าตัดเสริมสวย  โดยหลักแล้วเปลือกถุงซิลิโคนที่มีสถานะเป็นของแข็ง  มีผิวเรียบกับผิวขรุขระ  ซึ่งทางการแพทย์พบว่า  ซิลิโคนชนิดผลขรุขระมีโอกาสเกิดพังผืดน้อยกว่าชนิดผิวเรียบ  ส่งผลให้เกิดการผิดรูปและจับตัวแข็งน้อยกว่า

ถุงซิลิโคนแบบผิวขรุขระ

และผิวเรียบ 

 

 

ส่วนข้างในถุงอาจบรรจุด้วยน้ำเกลือหรือซิลิโคนเจล  ถุงที่บรรจุน้ำเกลือภายในจะแข็งตึงกว่า  และมีโอกาสรั่วซึมได้มากกว่าถุงที่บรรจุซิลิโคนเจล  เนื่องจากถุงที่บรรจุน้ำเกลือเมื่อออกจากโรงงานผลิตจะเป็นถุงเปล่า  ต้องเติมน้ำเกลือผ่านรูเล็กๆ  บริเวณถุง  ทำให้เปลือกของถุงไม่สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน  ในขณะที่ถุงบรรจุซิลิโคนเจล  เปลือกถุงจะเป็นเนื้อเดียวกัน  อย่างไรก็ตามหากเปลือกของถุงที่บรรจุซิลิโคนเจลแตก  ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมซิลิโคนเจลได้  ถ้าไม่ผ่าตัดเอาออก  ซิลิโคนเจลอาจเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งอื่นของร่างกายได้  แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาแก้ไขให้ตัวซิลิโคนเจลจับตัวกันเองมากกว่าจับตัวกับสิ่งอื่น  ผลที่ได้คือ  ซิลิโคนเจลจะไม่เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่นของร่างกายและทำให้การผ่าตัดเอาซิลิโคนเจลออกจากร่างกายสามารถทำได้สะดวกขึ้น

สำหรับรูปทรงของถุงนมซิลิโคน  แบ่งออกเป็น  2  ทรงใหญ่ๆ  คือ  ทรงกลมคล้ายซาลาเปา  ฐานเต้านมจะแบน  ผิวด้านบนบนจะโค้ง  สามารถปรับรูปทรงได้ตามสภาพ  กล่าวคือ  ในกรณีที่นั่งหรือยืน  ถุงนมด้านล่างจะใหญ่กว่าด้านบน  เวลาตะแคงข้าง  ข้างที่ตะแคงลงจะใหญ่กว่า  ในกรณีที่นอนหงายถุงนมจะมีทรงคล้ายซาลาเปา  ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปร่างดังกล่าวใกล้เคียงกับเต้านมปกติทั่วๆ ไป  ในขณะที่ถุงนมอีกแบบจะเป็นทรงหยดน้ำ  ซึ่งถุงนมด้านล่างจะหนาป่องกว่าด้านบน  เพื่อเลียนแบบเต้านมที่อยู่ในท่านั่งหรือยืน

ถุงน้ำเกลือแบบกลม

กับแบบหยดน้ำ

  

ไม่มีการเปลี่ยนรูปร่าง  คือทรงที่ด้านล่างจะอูมใหญ่กว่าด้านบนเสมอไม่ว่าผู้ที่ใส่ถุงนมชนิดนี้จะอยู่ในท่าไหนก็ตาม  เวลานอน  เต้านมจะมีสภาพคล้ายกับการนั่งหรือยืนเช่นเดิม  แต่รูปทรงขณะนั่งหรือยืนจะดูเต้านมด้านล่างมีเนื้อมากกว่าด้านบน  ทั้งนี้ขึ้นกับความสูงที่ผู้ผลิตแต่ละรายออกแบบมา

สำหรับการหาขนาดของเต้านมที่จะสร้างขึ้นใหม่นั้นจะต้องคำนึงถึงความสมดุลของเต้านมทั้งสองข้าง   ในกรณีที่พอใจกับขนาดของเต้านมเดิม  วิธีประเมินขนาดอาจทำได้โดยการวัดปริมาตรของเต้านมที่ตัดออกด้วยวิธีแทนที่น้ำ  ก็จะได้ปริมาตรแบบละเอียดเป็นซีซี  แล้วจึงหาถุงนมในขนาดเดียวกันมาใส่   แต่สำหรับกรณีที่ต้องการเพิ่มหรือลดขนาดของเต้านมด้านปกติไปพร้อมกัน  การหาขนาดของเต้านมที่จะสร้างขึ้นใหม่นั้นจะกำหนดขนาดตามความพึงพอใจของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เลย  โดยสามารถทำผ่าตัดเสริมส่วนต่างด้วยเต้านมเทียมเพิ่ม  (ในกรณีที่ข้างปกติเล็กกว่าที่ต้องการ)  ไปในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน  ซึ่งในกรณีนี้จะได้รูปทรงและขนาดที่ใกล้เคียงกันมาก  เพราะเป็นการเสริมด้วยถุงนมเทียมทั้ง  2  ข้าง  หรือในกรณีที่ต้องลดขนาดด้านปกติ  อาจทำไปในครั้งเดียวกันกับการผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่ของด้านที่เป็นมะเร็ง  (เสริมข้างที่ตัดออก  และลดขนาดของข้างปกติ)  โดยด้านที่เป็นมะเร็งจะเสริมด้วยถุงนมเทียมซึ่งมีขนาดเท่าที่ต้องการแล้วลดข้างที่ปกติ  แม้การปรับขนาดของทั้ง  2  ข้างสามารถทำได้ใกล้เคียงกันมาก  แต่รูปทรงของเต้านมอาจมีความแตกต่างกันได้  เนื่องจากด้านที่ใส่เต้านมเทียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงได้ในช่วง  3 – 6 เดือนแรก  หลังการผ่าตัด  ดังนั้นถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์  ควรจะรอทำการผ่าตัดลดขนาดเต้านมของด้านปกติ  ภายหลังจากการผ่าตัดสร้างเต้านมด้านที่เป็นมะเร็งไปแล้ว 3 – 6  เดือน

สำหรับการผ่าตัดสร้างเต้านมไปพร้อมกับการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม  โดยวิธีเสริมด้วยถุงซิลิโคนนั้น  มีข้อจำกัดในกรณีที่ต้องการเต้านมขนาดใหญ่มาก  เนื่องจากการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านมนั้นอาจจะต้องตัดผิวหนังบางส่วนรวมทั้งหัวนมและฐานหัวนมออก  ทำให้ผิวหนังที่เหลือไม่พอเพียงต่อการเย็บแผลปิดให้ปกคลุมถุงซิลิโคนขนาดใหญ่  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในกรณีที่มีการตัดผิวหนังออกไม่มากหรือไม่ตัดออกเลยนั้น  เต้านมที่ได้จะมีรูปร่างสวยงามกว่า  ส่วนในกรณีที่มีการตัดผิวหนังออกเป็นจำนวนมาก  ลักษณะของเต้านมที่ได้จะตั้งตึงมากกว่าธรรมชาติของเต้านมปกติ  และถ้ามีการตัดหัวนมและฐานหัวนมออก  การผ่าตัดเพื่อสร้างเต้านมขึ้นใหม่พร้อมกับการผ่าตัดรักษามะเร็งนั้นจะไม่ได้ทำการสร้างหัวนมและฐานหัวนมไปในระยะเดียวกัน  เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านเทคนิคในการผ่าตัด  อีกทั้งการหาตำแหน่งที่ถูกต้องของหัวนมและฐานหัวนมทำได้ยากมาก  ศัลยแพทย์ตกแต่งมักจะนิยมผ่าตัดสร้างหัวนมและฐานหัวนมภายหลังจากากรทำผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่ประมาณ  3 – 6  เดือน

ผลที่ได้จากการผ่าตัดสร้างเต้านมโดยใช้ถุงซิลิโคน  ในแง่มุมของขนาดจะใกล้เคียงกับเต้านมด้านปกติ  แต่รูปทรงนั้นขึ้นกับแต่ละกรณีไป  ในกรณีที่ทำการสร้างเต้านมใหม่เฉพาะด้านที่ผ่าตัดมะเร็ง  การทำรูปทรงให้เหมือนกับด้านปกติเป็นไปได้อย่างยากลำบาก  เนื่องจากรูปทรงของเต้านมตามธรรมชาติมีหลายหลากรูปแบบ  แต่ถุงนมซิลิโคนมีรูปแบบใหญ่ๆ  เพียง  2  รูปแบบเท่านั้น  ดังนั้นเต้านมด้านที่สร้างขึ้นใหม่มักจะต้องและกลมกว่าเต้านมปกติ  อย่างไรก็ตาม  ในกรณีที่เต้านมด้านปกติเล็กและทำการเสริมซิลิโคนไปพร้อมกัน  จะได้รูปทรงของเต้านมใกล้เคียงกันมากกว่า  และสำหรับในกรณีที่ต้องผ่าตัดลดขนาดเต้านมของด้านปกติ  สามารถปรับแต่งรูปทรงของเต้านมให้ใกล้เคียงกับเต้านมที่สร้างขึ้นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ข้อด้อยอีกประการหนึ่งของการสร้างเต้านมใหม่ด้วยซิลิโคนคือ  ถึงแม้ว่าการผ่าตัดจะทำได้ง่ายกว่าวิธีอื่นและไม่ต้องมีการผ่าตัดบริเวณอื่นของร่างกาย  แต่ถุงนมเทียมเป็นสิ่งแปลกปลอมซึ่งไม่ใช่เนื้อเยื่อของตัวเราเอง  จึงต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ  ปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดของการใส่ถุงนมเทียมคือ  การเกิดพังผืดมารัดรอบๆ จนทำให้ถุงนมเทียมแข็งตัวและผิดรูปผิดร่างไป  ถึงแม้ว่าการขยำถุงนมเทียม  (การนวดเต้านม)  อาจช่วยลดอุบัติการณ์เกิดพังผืดลงไปบ้าง  แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการเกิดพังผืดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

การผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่  โดยใช้เนื้อเยื่อของตัวผู้ป่วยเอง

การผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่โดยใช้เนื้อเยื่อของตัวผู้ป่วยเองก็มีขั้นตอนเช่นเดียวกับการผ่าตัดสร้างเต้านมใหม่ด้วยวิธีอื่นๆ  คือผู้ป่วยจะต้องได้รับคำชี้แจงเกี่ยวกับการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านมอย่างละเอียด  จากนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งจะทำการประเมินผู้ป่วย  โดยพิจารณาจากขนาดและรูปทรงของเต้านมข้างที่ปกติ  แล้วจึงตรวจร่างกายอย่างละเอียด  โดยเฉพาะบริเวณที่จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อส่วนนั้นมาใช้  แล้วจึงอธิบายถึงวิธีการผ่าตัด  ตลอดจนข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดวิธีนั้นๆ  ให้ผู้ป่วยทราบอย่างถี่ถ้วน

สำหรับการเลือกใช้เนื้อเยื่อของตัวผู้ป่วยเพื่อสร้างเต้านมขึ้นใหม่นั้นสามารถนำเนื้อเยื่อจากส่วนต่างๆ  ของร่างกายมาสร้างเต้านมที่มีทั้งขนาดและรูปร่างดีกว่าการใช้ถุงนมเทียม  เพราะสามารถตัดแต่งรูปร่างของเนื้อเยื่อให้ได้รูปทรงตามต้องการ  สำหรับหลักในการพิจารณาว่าจะผ่าตัดเฉพาะเต้านมที่สร้างขึ้นใหม่  หรือผ่าตัดทั้ง  2  ข้างก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย  กล่าวคือ  ผู้ป่วยที่เต้านมข้างที่ไม่ได้เป็นมะเร็งมีขนาดใหญ่หรือหย่อนยาน  แต่ไม่ต้องการผ่าตัดเพิ่มเติมแก้ไข  การเลือกวิธีสร้างเต้านมขึ้นใหม่เพียงข้างเดียวจะต้องเน้นสร้างเต้านมให้มีทั้งขนาดและรูปร่างเช่นเดียวกับอีกข้างหนึ่ง  (คือสร้างให้ใหญ่และหย่อนยานเท่าๆ  กัน)  ในกรณีที่เต้านมมีขนาดค่อนข้างเล็ก  มักเลือกใช้เนื้อเยื่อจากด้านหลังข้างเดียวกันกับเต้านมข้างที่เป็นมะเร็ง  โดยมีเทคนิคการผ่าตัดดังนี้

เริ่มจากการผ่าตัดเต้านมออก  ถ้าศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดไม่ตัดฐานหัวนมและหัวนมออก  ศัลยแพทย์ตกแต่งจะทำการย้ายเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณหลังมาเพียงอย่างเดียว  ทำให้ไม่เกิดแผลเป็นบริเวณด้านหลัง  แต่ในกรณีที่มีการตัดฐานหัวนมและหัวนมออกไปด้วยจะต้องทำการย้ายทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณหลังมาทำการตกแต่งให้เป็นเต้านมใหม่  การทำผ่าตัดจะเริ่มจากการตัดเต้านมออกโดยศัลยแพทย์ในท่านอนหงาย  หากมีการเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ออกร่วมด้วย  ขั้นตอนนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้ทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณหลัง  เพราะถ้าทำลายเส้นประสาทจะทำให้กล้ามเนื้อที่นำมาใช้ฝ่อลงในภายหน้า  ซึ่งจะทำให้ขนาดของเต้านมที่สร้างขึ้นเล็กลงจนไม่ได้ขนาดตามต้องการ  หลังจากผ่าตัดเต้านมออกแล้ว  จะต้องพลิกตัวคนไข้ให้ตะแคงหรือคว่ำ  เพื่อผ่าตัดยกกล้ามเนื้อบริเวณหลังออก   โดยยังเก็บเส้นเลือดและเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อนั้นไว้ให้ได้  เลาะกล้ามเนื้อมาให้ได้ขนาดตามต้องการ  แล้วจึงพลิกตัวผู้ป่วยกลับมาหงายใหม่อีกครั้ง  เพื่อจัดรูปร่างของเต้านม  ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อบริเวณหลังนี้จะมีขนาดกว้างใหญ่ก็ตาม  แต่จะมีความหนาน้อยมาก  จึงทำให้ปริมาณกล้ามเนื้อโดยรวมมีปริมาตรที่จะสร้างเป็นเต้านมได้ไม่ใหญ่นัก  จึงเหมาะที่จะทำเต้านมขนาดเล็กเท่านั้น  หากต้องการเสริมให้มีขนาดใหญ่จะต้องทำร่วมกับการเสริมด้วยถุงซิลิโคนเพิ่มเข้าไปให้มีขนาดใหญ่เท่ากับด้านตรงข้าม  อาจมีคำถามว่าในเมื่อจะใส่ถุงซิลิโคนแล้วทำไมไม่ใส่ถุงขนาดใหญ่ให้พอดีกับด้านตรงข้ามโดยไม่ต้องผ่าตัดกล้ามเนื้อหลังตอบได้ว่า  การใช้กล้ามเนื้อบริเวณหลังจะทำให้เกิดการคล้อยตัวของเต้านมได้มากกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนอย่างเดียว

ผลของการผ่าตัดจะได้เต้านมใหม่ที่มีทั้งขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับด้านที่ไม่เป็นมะเร็ง  แต่จะมีแผลผ่าตัดบริเวณหลังอีกแผลหนึ่ง  (ในกรณีที่ต้องการใช้ผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย)  และการจัดท่าผ่าตัดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทำให้ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดเพิ่มขึ้นมาก  แต่ก็มีข้อดีคือ  ไม่ต้องกังวลเดี่ยวกับสิ่งแปลกปลอมเหมือนกรณีสร้างเต้านมด้วยถุงซิลิโคน  สำหรับในระยะแรกของการทำผ่าตัด  เต้านมที่สร้างขึ้นจะยังไม่มีหัวนมและฐานหัวนม  ซึ่งมักจะทำหลังจากการผ่าตัดครั้งแรกประมาณ  3 – 6  เดือน

ในกรณีที่จะเลือกใช้เนื้อเยื่อตัวเองสร้างเต้านมขึ้นใหม่ทันทีหลังจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านม  ตำแหน่งเนื้อเยื่อที่จะนำมาใช้เสริมสร้างและสามารถแก้ปัญหาเต้านมได้เกือบทุกกรณี  ทั้งเต้านมขนาดใหญ่  เต้านมขนาดเล็ก  เต้านมที่มีรูปร่างผิดปกติ  เช่น  หย่อนยาน  หรือรูปทรงของเต้านมไม่ได้มาตรฐาน  คือบริเวณหน้าท้องส่วนที่อยู่ใต้สะดือไปจนถึงบริเวณหัวหน่าว  ซึ่งจะได้เนื้อเยื่อไขมันและผิวหนังปริมาณมากมาทำเป็นเต้านม  จึงสามารถแต่งรูปทรงของเต้านมได้ตามต้องการ  อาจกล่าวได้ว่า  การเลือกใช้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวมาสร้างเต้านมได้ตามต้องการ  อาจกล่าวได้ว่า  การเลือกใช้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวมาสร้างเต้านมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกใช้เนื้อเยื่อตัวเอง  แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางด้านทำให้ไม่สามารถเลือกใช้วิธีนี้ได้  และยังมีข้อเสียบางประการที่ต้องพิจารณาร่วมกัน  ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไป

สำหรับเทคนิคการผ่าตัดนั้น  เริ่มจากศัลยแพทย์ที่ทำผ่าตัดมะเร็งเต้านมตัดเอาเต้านมที่เป็นมะเร็งออก  ซึ่งหากไม่ได้ตัดเอาหัวนมและฐานหัวนมออกก็ไม่ต้องเอาผิวหนังบริเวณหน้าท้องมาใช้  จะใช้แต่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเท่านั้น  สำหรับกรณีที่มีการตัดหัวนมกับฐานหัวนมออกไปด้วยกันจะต้องใช้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องร่วมกับชั้นไขมันใต้ผิวหนัง  ซึ่งเทคนิคการทำผ่าตัดทั้งสองวิธีนี้แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย

ศัลยแพทย์ตกแต่งจะเริ่มผ่าตัดหลังจากศัลยแพทย์ผ่าตัดมะเร็งเต้านมเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว  โดยเริ่มจากการผ่าตัดยกเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องส่วนใต้สะดือไปจนถึงหัวหน่าว  ระวังรักษาเส้นเลือด            

 


ที่มาเลี้ยงผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนนี้ไว้  โดยที่เส้นเลือดจะมากับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง  จากนั้นจึงยกเนื้อเยื่อส่วนนี้ลอดใต้ชั้นไขมันที่บริเวณเต้านมข้างที่ผ่าตัดมะเร็งไปแล้ว  ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องมีการตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนที่ยกขึ้นมาให้ได้ขนาดและรูปทรงตามต้องการ  แล้วจัดให้เนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับเต้านมที่ถูกตัดออกไป  สำหรับเนื้อเยื่อบริเวณใต้สะดือที่ถูกตัดออกไปนั้นมีผลทำให้ผนังหน้าท้องส่วนล่างมีแรงพยุงหน้าท้องไม่พอ  ต้องใส่แผ่นสังเคราะห์ทดแทนผนังหน้าท้อง  เพื่อป้องกันการเกิดไส้เลื่อนผ่านผนังหน้าท้อง  ขณะเดียวกันก็ต้องย้ายสะดือให้มาอยู่ในตำแหน่งใหม่ ซึ่งทำให้หน้าท้องเรียบกระชับขึ้นมาก  อันเป็นผลพลอยได้จากการผ่าตัดวิธีนี้

 

 

ส่วนข้อเสียของการผ่าตัดวิธีนี้คือ  ต้องผ่าตัดตำแหน่งอื่นของร่างกายร่วมไปด้วย  ทำให้เกิดแผลเป็นเป็นรอยยาวตลอดหน้าท้องส่วนล่างของร่างกายจากด้านซ้ายจรดด้านขวา  และมีแผลเป็นรอบๆ สะดือ  อีกทั้งเป็นการผ่าตัดเพิ่มเติมที่ต้องใช้เวลาผ่าตัดเพิ่มอีกหลายชั่วโมง

นอกจากเทคนิคที่กล่าวนั้น  การใช้เนื้อเยื่อจากร่างกายของตัวผู้ป่วยเองยังสามารถใช้การย้ายเนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นๆ  ของร่างกายที่อยู่ไกลจากเต้านมมาสร้างเต้านมขึ้นใหม่  โดยใช้เทคนิคทางจุลศัลยกรรมในการตัดต่อเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำภายใต้กล้องจุลทรรศน์  ซึ่งสามารถนำเนื้อเยื่อจากบริเวณหน้าท้องส่วนล่างใต้สะดือเช่นเดียวกับวิธีโยกขึ้นไปผ่านชั้นไขมันหน้าท้อง  หรือนำเนื้อเยื่อจากบริเวณก้นพร้อมเส้นเลือดมาต่อใหม่กับเส้นเลือดที่บริเวณเต้านมก็ได้

การผ่าตัดสร้างเต้านมด้วยวิธีทางจุลศัลยกรรมนั้นต้องใช้เทคนิคในการผ่าตัดค่อนข้างมาก  และถ้าการผ่าตัดล้มเหลว  เนื้อเยื่อส่วนที่นำมาสร้างเป็นเต้านมมักจะสูญเสียไปทั้งหมด  ต่างจากการผ่าตัดโดยวิธีโยกย้ายเนื้อเยื่อจากบริเวณหลังหรือหน้าท้องส่วนล่าง  ในกรณีที่มีปัญหาจากการผ่าตัดมักจะสูญเสียเนื้อเยื่อเพียงบางส่วนเท่านั้น  แต่ขณะเดียวกันการผ่าตัดก็จะกินเวลายาวนานกว่าวิธีอื่นๆ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่