เก็บเต้านมไว้ได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 14, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

สุดยอดปรารถนาของทั้งผู้ป่วยและศัลยแพทย์เต้านม  คือการรักษามะเร็งเต้านมให้หายขาด  โดยสามารถเก็บเต้านมในรูปลักษณ์ที่สวยงามเอาไว้ได้

เป็นที่น่าเสียดาย....ผู้ป่วยที่เหมาะสมจะรับการรักษาวิธีนี้ไม่ใช่ผู้ป่วยทั้งหมด  ข้อแม้ที่มีอยู่พอสมควรได้แก่

ผู้ป่วยต้องมีก้อนมะเร็งขนาดเล็ก  โดยเฉพาะถ้าอยู่ในเต้านมขนาดใหญ่จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ  เช่น  เต้านมขนาดหญิงอเมริกัน  ก้อนขนาด  4  เซนติเมตรก็ยังว่าเล็ก  ในขณะที่ในเต้านมขนาดเฉลี่ยของหญิงไทย  ก้อนขนาดน้อยกว่า  2  เซนติเมตรจึงจะถือว่าเหมาะสม  ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะการผ่าตัดเก็บเต้านมไว้  แพทย์ต้องพยายามผ่าตัดเอาก้อนและเนื้อเยื่อรอบก้อนออกหนาไม่น้อยกว่า  1  เซนติเมตรโดยรอบทุกทิศทาง  เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้องอกและเซลล์ที่แทรกเข้าไปรอบๆ  ออกหมด  จากนั้นก็พยายามเย็บแต่งเนื้อเต้านมที่เหลือเข้าด้วยกัน  เพื่อปิดช่องว่างที่เดิมที่เกิดขึ้น  ขณะเดียวกันก็ต้องจัดรูปทรงเต้านมให้สวยงามใกล้เคียงของเดิมที่สุด  ดังนั้นหากเนื้อเยื่อที่ถูกตัดออกมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเต้านมคัพ  “เอ”  การจะเย็บแต่งให้งดงาม  ไม่บุบบี้ย่อมเป็นไปได้ยากเหลือเกิน  การเลือกการผ่าตัดวิธีอื่นจึงน่าพิจารณามากกว่า  อันจะได้กล่าวถึงต่อไป                                                                                                                                                                                                                                                                                              


ชิ้นเนื้อที่ได้จากการผ่าตัดมะเร็งแบบเก็บเต้านมไว้

ด้านซ้ายใช้ได้  ด้านขวายังไม่ดี  อาจต้องเข้าไปตัดเพิ่มขอบล่าง

 

เทียบกับการผ่าตัดเนื้อเต้านมออกทั้งหมด

ผู้ป่วยมีก้อนมะเร็งมากกว่าหนึ่งก้อน  ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ  เพราะเมื่อตัดทุกก้อนออกไป  เต้านมที่เหลือจะมีลักษณะคล้ายเนยแข็งในการ์ตูน  คือมีรูพรุนเต็มไปหมด  โอกาสจะเย็บแต่งให้สวยงามแทบเป็นไปไม่ได้  ยิ่งกว่านั้นตัวโรคยังอาจซ่อนเร้นอยู่ในเนื้อเต้านมที่เหลืออีกต่างหาก  จึงมักไม่เก็บเต้านมด้วยเหตุผลประการทั้งปวง

ก้อนมะเร็งอยู่ใต้หัวนม  อันนี้ก็เป็นตัวแสบที่อาจทำให้การผ่าตัดไม่สามารถเก็บหัวนมและฐานหัวนมเอาไว้ได้  โดยเฉพาะถ้าก้อนอยู่ในรัศมี  2  เซนติเมตรจากจุดกลาง  เพราะมักมีเซลล์มะเร็งถึงหัวนม  แต่อยู่ลึก  หากพยายามจะเก็บเต้านมไว้  ต้องตรวจขอบชิ้นเนื้อด้านใต้หัวนมอย่างพิถีพิถัน  ยืนยันแน่ชัดว่าตัดออกได้หมดจริง

ผู้ป่วยต้องเข้าใจแผนการรักษาทั้งหมดและต้องรับรังสีหลังการผ่าตัดเกือบทุกราย  ส่วนการฉายรังสีหากทำในโรงพยาบาลที่ทันสมัย  มีการคำนวณอย่างแม่นยำ  และเทคโนโลยีของการฉายรังสีก็พัฒนาไปไกลเหลือเกิน  (ไม่ใช่อย่างที่ป้าเมี้ยนเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟังเมื่อครั้งคุณยายไปรักษา  ยี่สิบปีก่อนแถวโขงเจียม!)  ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้  บทถัดๆ  ไปอาจารย์รังสีรักษาใจดีจะมาขยายความให้ฟังครับ

ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่  ใหญ่เกินกว่าจะรักษาแบบเก็บเต้านมไว้ตามวิธีธรรมดา  แต่ผู้ป่วยอายุยังไม่มากและต้องการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตน  พร้อมๆ  กับการหายขาดของโรคด้วย  เราอาจเลือกพิจารณาให้ยาก่อนผ่าตัด  เช่น  เคมีบำบัด  เพื่อหวังให้ก้อนเล็กลงจนสามารถผ่าตัดเก็บเต้านมไว้ได้อย่างปลอดภัย  การรักษาแบบนี้ยังใหม่อยู่ครับ  ไม่ได้ทำได้ทั่วไป  ต้องติดตามดูอย่างระมัดระวัง  ผู้ป่วยเองก็ต้องมาตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด  ไว้ฟังหมอรักษามะเร็งด้วยยาคุยในบทถัดๆ  ไปนะครับ

โดยสรุป  การผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้นี้  เหมาะกับผู้ป่วยบางรายไม่ใช่ทุกรายจะทำได้  และศัลยแพทย์หวังผลการหายขาดกับความสวยงามควบคู่ไปด้วยกัน  คือต้องหายขาดมากที่สุดและสวยด้วย 

 

การผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้

ถ้าหายขาดแต่เต้านมที่เก็บไว้ได้อยู่ในสภาพบู้บี้เกินรับได้ก็ไม่งาม  หรือเก็บเต้านมไว้ได้อย่างสวยงาม  แต่ยังมีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่เพียบ  อันนี้ยิ่งไม่ควร

สถาบันที่จะทำผ่าตัดให้ผู้ป่วย  แม้ในส่วนศัลยแพทย์จะไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฮเทคมากนัก  แต่ทีมที่ร่วมรักษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย  และฝีมือที่เชื่อถือได้ด้วย  นับตั้งแต่แพทย์รังสีรักษา  ผู้ทำการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์  ต้องได้ภาพที่ชัดเจน  ดูตำแหน่งก้อนแม่นยำ  และดูอย่างละเอียดลออว่ามีเพียงก้อนเดียว  (หรือเปล่า)  พยาธิแพทย์ที่จะเจาะดูดเซลล์ไปวินิจฉัยก็ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญสูง  เพราะเป็นการอ่านผลจากการดูตัวเซลล์  ไม่ใช่ชิ้นเนื้อ  จึงต้องรอบคอบเอามากๆ  หลังผ่าตัดแพทย์รังสีรักษาก็ต้องมีเครื่องมือฉายรังสีที่สามารถคำนวณปริมาณรังสีให้แก่เนื้อเต้านมส่วนต่างๆ  ได้อย่างถูกต้องทั้งยังต้องรบกวนอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ  ไม่ว่าผิวหนัง  ปอด  หลอดอาหาร  ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  ซึ่งต้องใช้เครื่องฉายรังสีระดับเครื่องเร่งอนุภาคไม่ใช่เครื่องโคบอลต์ที่เคยมีข่าวมาทิ้งๆ  ขว้างๆ  ไว้นอกอาคาร  แล้วซาเล้งเก็บไปขาย  เดือดร้อนกันไปหลายคน

จากนั้นขั้นตอนการติดตามผลก็เป็นหน้าที่หลักของแพทย์รังสีรักษา  ผู้ทำการตรวจแมมโมแกรมอีก  เพราะต้องวินิจฉัยให้ได้ว่า  ภาพเนื้อเยื่อเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการผ่าตัดเป็นแผลเป็นจากการผ่าตัด  ซึ่งไม่น่าวิตกอะไร  ไม่ใช่เนื้อมะเร็งที่กลับเป็นซ้ำขึ้นมาใหม่  และถ้ายังสงสัยพยาธิแพทย์ท่านเดิมที่เคยเจาะดูดเซลล์ก็ต้องรับบทบาทสำคัญอีกครั้งในการเจาะดูดเซลล์จากบริเวณแผลเป็นในเนื้อเต้านมที่น่าสงสัย  และการอ่านผลตรวจเซลล์ตอนนี้ยิ่งยากกว่าเดิมหลายเท่า  แพทย์ต้องชำนาญมาก  เพราะเซลล์ที่ดูดได้รับผลจากการผ่าตัด  ซ้ำด้วยการฉายรังสี  จึงย่อมมีการบิดเบี้ยว  แปรรูปไปพอควร  และอาจไปละม้ายกับเซลล์เนื้อร้ายอีกต่างหาก

ดังนั้น  แม้โรคจะเอื้ออำนวยให้ทำการผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้ได้  ความพร้อมของสถาบันก็อาจจะยัง  “ไม่ถึง”  แพทย์และผู้ป่วยจึงต้องวางแผนกันให้ดี  บางท่านอาจเลือกไปรักษาในสถาบันที่พร้อมกว่า  บางท่านก็ผ่าตัดเก็บเต้านมไว้  แล้วมาฉายรังสีและเอกซเรย์ในโรงพยาบาลที่ทันสมัย  แล้วเอาผลกลับไปให้ศัลยแพทย์ดูเป็นระยะก็ทำได้  ท้ายที่สุดผู้ป่วยอีกกลุ่มที่ไม่สะดวกอาจตัดสินใจเลือกการรักษาแบบไม่เก็บเต้านมไว้แทน

จะเลือกแบบไหนก็ต้องดูให้รอบคอบครับ  บางทีคุยกันแค่แพทย์กับผู้ป่วยอาจไม่พอ  ต้องรวมญาติและ  “สามี”  (ถ้ามีแล้ว)  หรือ  “แฟน”  (ถ้ายังไม่แต่งงาน)  ด้วย  เพราะเขาอยู่ในระดับยูเซอร์  (ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์)  ที่เดียว  จึงไม่นับเป็นคนสำคัญไม่ได้

วิธีหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ค่อยอยากแนะนำ  คือการผ่าตัดกับศัลยแพทย์คนหนึ่ง  ไปฉายรังสีและตรวจ   แมมโมแกรมหลังผ่าตัด  แล้วเอาผลตรวจติดตามไปให้ศัลยแพทย์อีกคนหนึ่ง  ไม่ดีครับ  ไม่ดี  ศัลยแพทย์คนที่สองซึ่งถ้าไม่ใช่ทีมเดียวกัน  จะไม่รู้ละเอียดว่าการผ่าตัดของศัลยแพทย์คนแรกเป็นอย่างไร  และจะตรวจติดตามผลได้ดีได้อย่าง  ดังนั้นตั้งหลักให้ดีตั้งแต่ต้นครับ  จะเลือกใครก็ให้ชัดเจน  ไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  อย่างมากที่สุด  ถ้าศัลยแพทย์ที่ทำผ่าตัดให้เกษียณอายุอยู่บ้านแล้ว  การตรวจต่อกับแพทย์ที่อยู่ในทีมเดียวกันจะทำให้รับลูกส่งลูกต่อได้เนียนกว่า  ยิ่งในสถาบันที่มีการทำงานเป็นทีม  ก็ควรอยู่กับทีมเดียวตั้งแต่ต้น  เพราะจะมีการประสานอย่างสอดคล้องของทุกสาขา  ไม่ใช่มาเฉาะกันคนละฉึก  แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป  โดยไม่พูดจาปรึกษาหารือกัน

ที่สำคัญผู้ป่วยต้องติดตามโรคอย่างสม่ำเสมอโดยมีวินัยที่ดี  เน้นย้ำนำครับว่าต้องมีวินัยที่ดี  นัดต้องเป็นนัด  แนะนำให้ทำอะไรก็ต้องทำให้ครบสูตร  ไม่ใช่อันนี้ทำ  อันนั้นไม่ทำ  เลือกเหมือนไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "มะเร็งเต้านม" โดยรองศาสตราจารย์ นพ. พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ, รองศาสตราจารย์ นพ. ศิรชัย จินดารักษ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. ชวลิต เลิศบุษยานุกูล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่