สาเหตุของการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

มีชาวอเมริกันมากกว่าล้านคนที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation แต่สาเหตุของการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation นี้อาจไม่ชัดเจน

สาเหตุบางอย่างที่ทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation เช่น โรคทางกายไม่สามารถควบคุมได้ แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อาจสามารถควบคุมได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

นายแพทย์ Marc Grillinov หัวหน้าศัลยแพทย์ของ Center for Atrial Fibrillation ที่ Cleveland clinic และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Heart 411 ได้กล่าวว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ประมาณ 10% เป็นผู้ที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน

โรคทางหัวใจ

ความเสี่ยงที่มากที่สุดที่ทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation คือ อายุและโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ และเป็นโรคมีความเกี่ยวข้องกับหัวใจ เช่นโรคเส้นเลือดหัวใจหรือโรคลิ้นหัวใจ และความเสี่ยงเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 60 ปี

โดยทั่วไปแล้ว คลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation มักเกิดได้บ่อยในคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจอยู่เดิม ซึ่งโรคหัวใจเกือบทุกแบบสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะและทำลายโครงสร้างของหัวใจได้อยู่แล้ว

โรคหัวใจที่สามารถทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ได้บ่อยประกอบด้วย

ความดันโลหิตสูง: เมื่อมีความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจต้องทำงานมากกว่าปกติ

โรคลิ้นหัวใจ: ในบางครั้งลิ้นหัวใจอาจมีการทำงานผิดปกติ ทำให้หัวใจมีปัญหาในการสูบฉีดเลือด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด: คือความผิดปกติของหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่เกิด

หัวใจวายเฉียบพลัน: เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตันเส้นเลือด ทำให้มีการทำลายหัวใจ

การผ่าตัดหัวใจ: คลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดหัวใจ หรือเกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนภายหลัง

โรคทางกายอื่น ๆ

มีโรคทางกายอื่น ๆ บางโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (sleep apnea):  เป็นภาวะที่ทำให้มีการหยุดหายใจระหว่างการนอน
  • โรคเบาหวาน: เป็นโรคที่ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • โรคฮอร์โมนไทรอยด์สูง: คือโรคที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ
  • ถุงลมโป่งพอง: เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ทำลายถุงลมในปอด ทำให้หายใจได้ยากขึ้น
  • ลิ่มเลือดอุดตันในปอด

นายแพทย์ Gillinov ยังได้กล่าวอีกว่า มีผู้ป่วยหลายคนที่มีโรคดังกล่าว ที่เกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation เพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้

ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มนี้เมื่อต้องการประเมินความเสี่ยงในการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

อายุ: ความเสี่ยงในการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ที่สำคัญคืออายุ นายแพทย์ Gillinov ได้กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากการที่เกิดแผลเป็นในห้องหัวใจด้านบนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยความเสี่ยงในการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation จะมากกว่าขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และมีผู้ที่อายุ 80 ปีขึ้นไป 1 ใน 10 คนที่มีภาวะนี้

ประวัติครอบครัว: ผู้ที่มีพ่อแม่ หรือพี่น้องที่เป็นภาวะนี้จะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อประชากรอายุ 65 ปี จะมีประมาณ 4% ที่เกิดภาวะนี้

ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้

คุณสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ได้โดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างดังต่อไปนี้

การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป: แอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้

อ้วน: การมีน้ำหนักมากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

การป้องกันการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถบอกสาเหตุของการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ในผู้ป่วยบางรายได้อย่างชัดเจน แต่หากคุณมีโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation คุณควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อควบคุมโรคดังกล่าว โดยมาตรวจตามนัดสม่ำเสมอและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

นายแพทย์ Noel Boyle หัวหน้าห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาไฟฟ้าที่ ศูนย์โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ของ UCLA กล่าวว่าหากคุณมีปัจจัยเสี่ยงไม่ว่าข้อใดก็ตาม ควรปฏิบัติตัวให้เหมือนกับเวลาที่ต้องการควบคุมระดับความดันโลหิต ซึ่งรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกบุหรี่ และลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation มีวิธีที่สามารถใช้ควบคุมโรคและป้องกันการเกิดเส้นเลือดในสมองอุดตันซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดของการเกิดภาวะนี้ โดยนายแพทย์ Boyle ได้กล่าวว่าการจับชีพจรถือเป็นขั้นตอนแรกในการเริ่มป้องกัน และสามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยการวางนิ้ว 2 นิ้วลงบนกลางคอ ก่อนจะเลื่อนไปทางซ้ายสู่ตำแหน่งของ carotid artery วางเบาๆ จนคุณสามารถสัมผัสชีพจรได้ หรืออาจจะใช้การวางนิ้ว 2 นิ้วใต้ต่อบริเวณที่ข้อมือและนิ้วโป้งจรดกัน

ชีพจรปกติอยู่ระหว่าง 60-100 ครั้งต่อนาที และต้องแรงและสม่ำเสมอ Dr. Boyle ได้กล่าวว่าไม่จำเป็นต้องสนใจชีพจรที่มีการหายไป แต่หากรู้สึกว่าชีพจรเต้นผิดปกติ เร็ว หรือว่าคุณมีอาการหายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก ควรไปพบแพทย์

และหากคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติแบบ Atrial fibrillation ควรถามแพทย์เกี่ยวกับความถี่ของการวัดชีพจร โดยทั่วไปแล้วประมาณ 1 ครั้งต่อเดือนก็เพียงพอแล้ว

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อาการคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่