เอกซเรย์คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

รูปแบบของการใช้ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สุด

การเอกซเรย์ (X-Ray) คือกระบวนการที่ทำให้เกิดภาพภายในร่างกาย

รังสีเอกซ์ เป็นรูปแบบหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งค้นพบโดย Wilhelm Conrad Roentgen ศาสตราจารย์ชาวเยอรมันในปี 1895 โดยในการเอกซเรย์จะมีเครื่องยิงรังสีเอกซ์ผ่านร่างกาย ก่อนที่จะทำการบันทึกภาพลงบนฟิล์มหรือคอมพิวเตอร์ ภาพจากการเอกซเรย์จะเป็นภาพขาวดำ เนื่องจากเนื้อเยื่อแต่ละชนิดสามารถดูดกลืนรังสีได้ในปริมาณที่ต่างกัน ร่างกายส่วนที่ทึบ (เช่นกระดูกหรือเหล็ก) จะเห็นเป็นสีขาวในภาพเอกซเรย์ ส่วนของร่างกายที่มีลมอยู่ภายในจะเห็นเป็นสีดำ ในขณะที่กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือสารน้ำต่าง ๆ จะปรากฏเป็นโทนสีเทา

บางครั้งอาจมีการใช้สารทึบรังสี (ซึ่งมีส่วนประกอบของไอโอดีนหรือแบเรี่ยม) ฉีด, กิน, หรือสวนทางทวารหนัก เพื่อทำให้เห็นรายละเอียดของภาพเอกซเรย์ได้มากขึ้น

การเอกซเรย์สามารถใช้ช่วยวินิจฉัยได้ในหลายส่วนของร่างกาย มักใช้เอกซเรย์ประกอบการวินิจฉัยเมื่อสงสัยภาวะต่อไปนี้

  • กระดูกหักหรือมีการติดเชื้อ
  • ฟันผุ
  • กระดูกเปราะ
  • โรคข้ออักเสบ
  • การติดเชื้อในปิด เช่นปอดบวม
  • มะเร็งเต้านม
  • เส้นเลือดอุดตัน
  • มีการกลืนสิ่งของแปลกปลอมเข้าไป
  • ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
  • ภาวะหัวใจโต

วิธีการทำเอกซเรย์

เอกซเรย์สามารถทำได้ที่คลินิก, ร้านทันตกรรม โรงพยาบาล หรือที่ให้บริการทางการแพทย์อื่น ๆ  โดยใช้เวลาในการทำได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงมากกว่า 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของภาพที่แพทย์หรือทันตแพทย์ต้องการ

นักเทคนิคการแพทย์จะเป็นผู้จัดท่าให้คุณ และจัดวางตำแหน่งของเครื่องเอกซเรย์ ระหว่างการทำ คุณจะต้องยืนนิ่ง และอาจต้องมีการกลั้นหายใจ เนื่องจากการขยับจะทำให้ความคมชัดของภาพลดลง เครื่องเอกซเรย์สามารถถ่ายภาพได้ทั้งขณะที่คุณนั่ง ยืน หรือนอนราบ ซึ่งกระบวนเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อร่างกายแต่อย่างใด คุณอาจจะกลืน, ฉีดสารเข้าเส้นเลือดดำ หรือสวนสารทึบรังสีทางทวารหนักก่อนการทำเอกซเรย์

ก่อนการทำเอกซเรย์

ปฏิบัติตามขั้นตอนที่แพทย์สั่งก่อนการเอกซเรย์ และแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังมีห่วงคุมกำเนิดอยู่ โดยคุณจำเป็นต้องถอดเครื่องประดับและอุปกรณ์ที่เป็นเหล็กออกทั้งหมดก่อนการทำเอกซเรย์

หลังจากการทำเอกซเรย์

โดยทั่วไป คุณสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังการทำเอกซเรย์ และหากคุณทำเอกซเรย์พร้อมกับสารทึบรังสี คุณควรดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ

ความเสี่ยงจากการทำเอกซเรย์

บางคนอาจกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มมากขึ้นจากการได้รับรังสีระหว่างการเอกซเรย์

อย่างไรก็ตาม ปริมาณรังสีที่ใช้ในผู้ใหญ่นั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และประโยชน์ที่ได้จากการเอกซเรย์มักมากกว่าความเสี่ยงเหล่านี้ โดยที่สำคัญอย่างยิ่งคือ คุณจะต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากคุณกำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากการได้รับรังสีอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้

หากคุณได้รับสารทึบรังสีระหว่างการเอกซเรย์ คุณอาจมีอาการข้างเคียง อาทิ รู้สึกขมในคอ เวียนหัวหรือคลื่นไส้ มีผื่นคัน หน้าและคอแดง

และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจากสารได้รับสารทึบรังสี เช่น

  • ความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง
  • ภาวะหัวใจหยุดเต้น
  • ภาวะ Anaphylactic Shock (เป็นปฏิกิริยาแพ้ชนิดรุนแรง)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

การทำเอกซ์เรย์บ่อยๆมีผลต่อสุขภาพไหม
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ลูกชายเป็นลมพิษจะป้องกันอย่างไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่