การเสพติด

ทำความเข้าใจกับการเสพติด

เผยแพร่ครั้งแรก 10 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

การติดสารเสพติดและแอลกอฮอล์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การใช้สารในทางที่ผิด(substance abuse) และการพึ่งพาสาร(substance dependence) แต่ไม่ว่าสารใดการเสพติดก็สามารถสร้างความหายนะให้กับชีวิตของคนๆหนึ่งได้เช่นเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยา(ทั้งที่จ่ายโดยแพทย์และที่ผิดกฎหมาย) การเสพติดสารเหล่านั้นก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่น่ากลัวอยู่ดี แถมยังมีความซับซ้อนของอาการที่แปรผันในแต่ละคน ทำให้การรักษาเป็นไปเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 14

การวินิจฉัยว่ามีการใช้สารในทางที่ผิด

“คำว่า การเสพติด ที่ใช้ทั่วๆไปไม่แม่นยำมากนัก ทำให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่วินิจฉัยผู้ป่วยที่ใช้สารในทางที่ผิดว่าเป็น substance abuse หรือ substance dependence แทน” ดร.สตีเวนส์ ช็อปทอว์ อาจารย์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและจิตเวชศาสตร์แห่ง David Geffen School of Medicine ณ University of California, Los Angeles กล่าวไว้

“การใช้สารในทางที่ผิดเป็นรูปแบบการติดยาที่เบากว่าการพึ่งพาสาร” ดร.สตีเวนส์กล่าว

ในทางการแพทย์ การจะจัดว่าผู้ป่วยเป็นผู้ใช้สารในทางที่ผิดต้องแสดงรูปแบบการใช้สารซ้ำๆ พร้อมทั้งมีลักษณะตรงตามเกณฑ์วินิจฉัยดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 12 เดือน

  • ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นประจำ เช่น ไม่ไปทำงานเพราะนั่งดื่มเหล้าหรือเสพยา
  • ใช้สารในสถานการณ์ที่จะเป็นภัยต่อตัวเอง เช่น การขับรถขณะเมายา
  • ทำผิดกฎหมายซ้ำๆจากการใช้สาร เช่น ขับรถขณะเมายา หรือมียาในครอบครอง
  • คงดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาต่อแม้มันจะสร้างปัญหาทางสังคมให้กับผู้เสพ เช่น การแยกตัวจากผู้คนที่รัก

นอกจากจะมีพฤติกรรมตามเกณฑ์เหล่านี้แล้ว ผู้ป่วยต้องมีอาการทางร่างกายให้เห็นในหนึ่งเหตุการณ์ข้างต้นขึ้นไป คนเมาแล้วขับเพียงครั้งเดียวยังไม่ถือว่าเป็นผู้ใช้สารในทางที่ผิด

“คุณไม่ถูกวินิจฉัยจากการทำผิดเพียงครั้งเดียว แต่ต้องเป็นอะไรที่เกิดขึ้นซ้ำบ่อยๆและสร้างความทุกข์ร้อนแก่ขึ้น”

การวินิจฉัยว่ามีการพึ่งสารเสพติด

การพึ่งสารเป็นอาการที่รุนแรงขึ้นของการเสพติด โดยผู้ป่วยจะมีการใช้สารซ้ำๆเป็นปีๆ พร้อมทั้งมีลักษณะตรงตามเกณฑ์ 3 ใน 5 ข้อ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 14
  • ดื้อยา เมื่อเวลาผ่านไปการเสพติดอาจต้องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ผลเหมือนเดิม
  • มีอาการลงแดง บางครั้งผู้ป่วยที่ต้องพึ่งยาอาจแสดงอาการทางกายเมื่อหยุดยาไป “เมื่อคุณหยุดยา ร่างกายคุณจะส่งข้อความมาว่า ‘เฮ้ นายต้องเสพยาเพิ่มนะ’ ” ดร.ช็อปทอว์กล่าว “ยกตัวอย่างคนเสพติดเฮโรอีนจะมีผิวหนังหยาบๆชั่วคราว(gooseflesh) ปวดกระดูก น้ำมูกไหล และท้องร่วง มันเป็นความรู้สึกที่แย่จริงๆ”
  • การใช้ยาเป็นเวลานาน เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เสพใช้ยาเป็นเวลานานกว่าที่ตั้งใจไว้
  • ไม่สามารถหยุดได้ ผู้ที่พึ่งยาจะมีปัญหาในการหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้ยาดังกล่าว
  • เสียเวลา ผู้ป่วยจะใช้เวลาไปกับการหายา ใช้ยา และฟื้นจากผลของยา
  • ขาดงานหรือกิจกรรมอื่นๆ “คุณจะขาดงานวันจันทร์และรีบเลิกงานในวันศุกร์ หรืออาจใช้เวลากับเพื่อนๆที่เล่นยาแทนที่จะให้เวลากับครอบครัว” ดร.ช็อปทอว์กล่าว
  • เพิกเฉยต่อผลเสียของการใช้ยา ผู้ที่พึ่งสารเสพติดจะคงใช้มันต่อไปแม้จะรู้ผลเสียที่จะตามมาก็ตาม เช่น คนติดเหล้าจะยังคงดื่มต่อไปแม้มันจะทำให้พวกเขาปวดท้องและมีปัญหาเกี่ยวกับตับ

ผลของการเสพติดต่อสมอง

การทำงานของสมองจะเปลี่ยนแปลงจากการใช้สารและดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด บางครั้งสารสื่อประสาทโดพามีนในสมองที่มีหน้าที่ส่งความรู้สึกที่เป็นสุขไปยังสมองจะหยุดทำงาน ทำให้คนนั้นรู้สึกซึมเศร้าเมื่อหยุดใช้สาร “ฉันชอบบรรยายว่ามันคล้ายกับวันที่มีเมฆมากและเมฆเหล่านั้นก็ไม่ยอมจางหายไปไหน มันเป็นความรู้สึกที่พบได้ทั่วไปในผู้ที่พยายามเลิก” ดร.ช็อปทอว์กล่าว ปริมาณเกรย์แมทเทอร์ของสมองที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อประสาทที่สำคัญอาจลดลง นอกจากนี้ส่วนของสมองบริเวณฮิปโปแคมปัสอาจโดนทำลายด้วย ทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานของสมองที่สำคัญเช่นความจำระยะสั้นเสียหาย ปัญหาเหล่านี้อาจเรื้อรังนานเป็นปีๆหลังหยุดใช้สารแล้ว “กระบวนการทั้งหมดของการเลิกสารเสพติดไม่เหมือนกับการรักษาแผลที่ข้อศอก สมองที่เสียหายที่ต้องใช้เวลารักษาตัวนานกว่าส่วนอื่นๆของร่างกายอย่างมาก” ดร.ช็อปทอว์ชี้แจง

ความจำเป็นในการบำบัดอาการเสพติด

ถึงการพึ่งสารเป็นความผิดปกติที่ส่งผลไปทั้งชีวิต แต่ก็สามารถควบคุมได้ด้วยโปรแกรมรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยอาจเริ่มต้นที่ดีด้วยโปรแกรม 12 ขั้นตอน เช่น Alcoholics Anonymous หรือ Narcotics Anonymous เป็นโปรแกรมที่มีผู้เสพติดช่วยเหลือผู้อื่นที่ประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งพบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีหลายราย

"ผมแนะนำคนไข้ทุกคนที่พบให้เริ่มทำการรักษา" ดร.ช็อปทอว์แนะนำ

วิธีการรักษาอื่นๆ ได้แก่

  • การบำบัดโดยการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม วิธีนี้จะช่วยให้คนไข้รับรู้และเปลี่ยนระบบความคิดด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละคน
  • การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ เป็นการพูดคุยกันเพื่อสร้างความตระหนักและให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงปัญหาการใช้สารของตนเอง
  • การใช้ยา ได้แก่ยา ReVia (naltrexone) และ Suboxone (buprenorphene กับ naloxone [Narcan]) ที่จะไปปิดกั้นตัวรับในสมองเพื่อช่วยป้องการไม่ให้เกิดอาการเมายาขณะใช้สาร คนติดเหล้าอาจได้รับยา Antabuse (disulfiram) ที่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และหน้าแดงเหงื่อออกเมื่อดื่มแอลกอฮอล์

โดยทั่วไปคนที่เป็นที่รักของคนเสพติดสารมักหาวิธีต่างๆแทรกแทรงเข้าไปชั่วเหลือ เช่น เพื่อนและครอบครัวเข้าไปพูดคุยโดยตรง และพยายามโน้มน้าวเขาให้ไปรับการรักษา แต่ดร.ช็อปทอว์กลับไม่เชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพดี

"มันอาจเวิร์คในบางคน แต่ในบางกรณีก็อาจทำให้เจ้าตัวยิ่งหนี ดังนั้นกการที่ให้พวกเขาเข้ารับการรักษาตามกระบวนการไปโดยไม่มีการแทรกแทรง" ดร.ช็อปทอว์กล่าว หากคุณหรือคนที่คุณรักมีปัญหาการใช้สารในทางที่ผิดหรือปัญหาพึ่งพาสาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตระหนักว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และมีวิธีการรักษาที่ได้ผลจริง อย่ารีรอที่จะเข้าไปคุยกับแพทย์เพื่อหาทางช่วยเหลือ


31 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Drug Abuse & Addiction: Effects on Brain, Risk Factors, Signs. WebMD. (https://www.webmd.com/mental-health/addiction/drug-abuse-addiction)
Illicit Drug Addiction: Symptoms and Resources for Help. Healthline. (https://www.healthline.com/health/addiction/illicit-drugs)
Dealing With Addiction (for Teens). Nemours KidsHealth. (https://kidshealth.org/en/teens/addictions.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป