การออกกำลัง

เป็นตะคริวต้องทำอย่างไรบ้าง สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 825772738 %281%29

ตะคริว (Muscle cramps) เป็นภาวะการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยมีลักษณะการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลันอย่างไม่สามารถบังคับได้ จนทำให้มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ แต่จะมีอาการเป็นอยู่ชั่วคราวแล้วทุเลาไปเอง ซึ่งมักจะมีอาการขณะที่กำลังเดิน ออกกำลังกาย นั่งพักหรือนอนพักเป็นระยะเวลานานๆ

 สาเหตุของตะคริว

ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบเกี่ยวกับสาเหตุอย่างแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากอาการตะคริวนั้นมีทั้งชนิดที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และชนิดที่มีสาเหตุร่วมด้วย

  1. ตะคริวชนิดเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
  2. ตะคริวชนิดมีสาเหตุร่วมด้วย
  • กล้ามเนื้อมีความตึงเครียดมากเกินไป อย่างเช่นขณะออกกำลังกายจะทำให้เป็นตะคริวได้
  • เส้นเอ็นในผู้สูงอายุมีการหดตัวลง เพราะเส้นเอ็นนี้จะเชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก เมื่อเส้นเอ็นหดตัวจนสั้นเกินไป จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อเป็นตะคริว
  • เลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อถูกยับยั้งอย่างฉับพลัน อย่างเช่นการนั่งทับขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ
  • ระหว่างที่กำลังนอนหลับแล้วระบบประสาทมีการทำงานที่ผิดปกติ
  • โรคต่างๆ เช่น โรคไตที่ทำให้เกลือแร่บางชนิดในร่างกายลดน้อยลง โรคตับที่ทำให้ตับทำงานผิดปกติ จนทำให้เกิดสารพิษส่งไปที่กระแสเลือดแล้วมีผลให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ภาวะบกพร่องฮอร์โมนพาราไทรอยด์ที่ทำให้มีภาวะแคลเซียมต่ำ
  • ความผิดปกติของร่างกาย เกิดจากการที่ร่างกายมีเกลือแร่บางชนิดต่ำลง อย่างเช่นแคลเซียมและแมกนีเซียม เป็นต้น ภาวะปลายประสาทอักเสบ การติดเชื้อบางชนิดของร่างกายที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือแม้แต่ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำด้วยเช่นกัน
  • การออกกำลังกาย ตะคริวมักจะเกิดขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย
  • ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาราโลซิฟีนที่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ยาไนเฟดิปีนที่ช่วยรักษาอาการเจ็บหน้าอก หรือยากรดนิโคตินิกที่ใช้รักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง เป็นต้น

 อาการของตะคริว

ตะคริวมักจะเกิดขึ้นที่ขา ทำให้รู้สึกเจ็บปวดและสามารถสังเกตเห็นกล้ามเนื้อเกร็งเป็นก้อนแข็งๆ ที่บริเวณใต้ผิวหนัง แต่เป็นอาการที่ไม่รุนแรงมากเพราะหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการรุนแรงมากอย่างเช่นขามีลักษณะบวมแดง มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นตะคริวบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุแล้วรับการรักษาที่ถูกต้อง

 วิธีการรักษาตะคริว

ผู้ที่มีอาการตะคริวสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง ด้วยการประคบร้อนและประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง หรืออาการกล้ามเนื้อกระตุก และยังสามารถใช้วิธีบริหารร่างกายได้ดังนี้

  1. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว โดยเหยียดเท้าไปทางด้านหน้า ยกเท้าขึ้น และดัดข้อเท้าในลักษณะที่ให้นิ้วเท้ามาทางด้านหน้าแข้ง
  2. อาการตะคริวที่น่องให้ยืนห่างจากกำแพงประมาณ 1 เมตร วางเท้าให้ราบไปกับพื้น แล้วเอนตัวไปข้างหน้าโดยให้มือแตะกำแพง ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วทำซ้ำจนครบ 5 นาที หรือใช้มือดึงเท้าสูงเพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อที่น่อง

นอกจากนี้การรับประทานยาแก้ปวดอย่างเช่นยาพาราเซตามอลหรือยาไอบูโพรเฟน จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังเป็นตะคริวได้

 วิธีป้องกันตะคริว

เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดตะคริวได้ด้วยตัวเอง โดยดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการตึงมากๆ หรือยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง ไม่ควรออกกำลังกายหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

นอกจากนี้ควรเน้นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม แล้วลดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีนอย่างเช่นกาแฟ ชา และโกโก้ เป็นต้น รวมถึงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน

 อาการตะคริวนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับทุกคนทุกวัย แต่เราสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงโอกาสที่จะเป็นได้ เพียงเข้าใจถึงสาเหตุและที่มาของตะคริวนั้นเกิดจากอะไร หรือปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับสุขภาพและการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือวิตามิน เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ก็จะช่วยให้เรารับมือในการป้องกันไม่ให้เป็นตะคริวได้นั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ