สุขภาพผู้หญิง

อะไรกันที่ทำให้ผู้หญิง ท้องผูก พร้อมวิธีดูแลสุขภาพที่ดี

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
อะไรกันที่ทำให้ผู้หญิง ท้องผูก พร้อมวิธีดูแลสุขภาพที่ดี

อาการท้องผูกที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง นั้นอาจเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ แต่อาการท้องผูกนั้นจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดที่แสนทรมาน เพราะอุจจาระไม่ออก มีอุจจาระที่แข็งและแห้ง อาการท้องผูกนี้จะมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากนิสัยการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน นิสัยการขับถ่าย หลายคนอาจสงสัยว่ามันมีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ท้องผูกขนาดนี้ และจะมีวิธีการรักษาได้อย่างไร มาดูกัน

ชอบอั้นอุจจาระจนเป็นนิสัย

อาจจะอั้นอุจาระจนเป็นนิสัยจนทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานผิดปกติ ส่งผลให้อุจจาระไปรออยู่ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย จากนั้นก็จะกระตุ้นให้เกิดการขับถ่าย ด้วยการสะสมของอุจจาระจึงทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ยาก จึงต้องใช้เวลานานในการขับถ่ายในแต่ละครั้ง ซึ่งเกิดจากอุจาระแห้ง และแข็งเนื่องจากน้ำในลำใส้ได้ถูกดูดกลับไปจึงส่งผลให้ถ่ายอุจจาระออกมายากนั่นเอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การทานอาหารที่มีเส้นใยน้อยเกินไป

คุณรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อยเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้ก็เพราะเส้นใยจะเป็นตัวช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้คล่องมากขึ้น ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเส้นใยในปริมาณที่น้อยเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการท้องถูกได้

เคลื่อนไหวร่างกายน้อยก็มีผล

การนั่งทำงานนานๆจะทำให้ลำไส้ของคุณบีบตัว ทำให้เกิดอุจาระตกค้างที่ลำไส้ใหญ่เป็นเวลาหลายวัน จึงส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก แน่นท้อง และอาจนำมาซึ่งโรคริดสีดวงทวารได้

ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้อุจจาระขับถ่ายออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็จะทำให้อุจจาระแห้งแข็ง เป็นผลให้ขับถ่ายได้ยาก

เครียดมากไป

ความเครียดจะทำให้คุณทานอาหารได้น้อย นอนไม่หลับแล้วยังส่งผลต่อระบบการขับถ่ายอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองต้องเครียดมากเกินไป เพราะไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดปัญหาท้องผูกเท่านั้น แต่ยังอาจจะนำโรคภัยต่างๆ มาสู่คุณได้อีกด้วย


 

อาการท้องถูก สามารถดูแลรักษาได้ดังนี้

  1. หากคุณท้องผูกบ่อยจนเกินไปคุณสามารถกินยาระบายเพื่อช่วยในการขับถ่ายได้ แต่ก็ไม่ควรกินบ่อย เพราะอาจส่งผลเสียต่อลำไส้ได้เช่นกัน
  2. คุณจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การกิน การขับถ่ายให้ถูกต้อง เลือกทานผักผลไม้เยอะๆซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะแก้ปัญหาท้องผูกได้ อีกทั้งผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย
  3. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานดีขึ้น
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการวันละ 8-10 แก้ว
  5. ฝึกการขับถ่ายให้เป็นนิสัยด้วยการเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายอุจจาระทุกเช้า และที่สำคัญคือไม่ควรอั้นอุจจาระเด็ดขาด

เมื่อรู้สาเหตุของอาการท้องผูกแล้ว ก็ควรปรับพฤติกรรมกันเสียใหม่ เพื่อให้การขับถ่ายดีขึ้น และที่สำคัญควรหันมาดูแลสุขภาพของตัวเอง ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์พร้อมฝึกการขับถายให้เป็นนิสัย แล้วอาการท้องผูกจะหายไปในทันที แถมยังนำพามาซึ่งสุขภาพดีแข็งแรงอีกด้วย


24 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม