Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เชื้อราที่ผิวหนังเกิดจากอะไร

รู้จักจุลินทรีย์ที่นำพาโรคต่างๆ มากมายมาสู่ตัวเรา และวิธีป้องกันให้ห่างไกลจากเชื้อรา
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,809,564 คน

เชื้อราที่ผิวหนังเกิดจากอะไร

เมื่อมีอาการคันตามผิวหนัง หลายๆ มักจะนึกถึง โรคเชื้อราที่ผิวหนัง และไปซื้อยาตามร้านขายยามาทา หรือ รับประทานกันเองโดยที่ไม่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ในความเป็นจริงแล้ว อาการคันตามผิวหนังนั้นมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น อาการแพ้ หรือการระคายเคืองของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งแปลกปลอม ผื่นคันที่เกิดจากผิวหนังอักเสบ ลมพิษ หรืออาการคันจากการติดเชื้อต่างๆ เป็นต้น

โรคเชื้อราที่ผิวหนังมักเกิดในร่มผ้า บริเวณที่มีการอับชื้น บริเวณง่ามนิ้วมือนิ้วเท้า แบ่งออกเป็น โรคผิวหนังชั้นตื้น หรือชั้นขี้ไคลบนผิวหนัง กับเชื้อราในผิวหนังชั้นลึกลงมาคือ ชั้นหนังแท้และส่วนที่ติดในชั้นไขมัน ทั้งนี้โรคเชื้อราที่ผิวหนังที่พบบ่อยคือ โรคผิวหนังชั้นตื้น ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะ เชื้อราที่พบได้บ่อย คือ โรคกลาก  โรคเกลื้อน และยีสต์ในกลุ่มแคนดิดา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

ดังนั้นหากเรามีอาการคันตามผิวหนังแล้วสงสัยว่า จะเป็นเชื้อราหรือไม่นั้น มีวิธีสังเกตและจัดการสาเหตุดังนี้

เชื้อราคืออะไร

เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ทั้งพืช สัตว์ แบคทีเรียโปรโตซัว  เชื้อไวรัส เชื้อปรสิต  เชื้อราคือ เชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ปะปนในสิ่งแวดล้อมทั่วไปรอบตัวเรา เช่น อาหาร น้ำ  อากาศ ดิน ต้นไม้ หรือ แม้กระทั่งในร่างกายของคนและสัตว์ โดยปกติเชื้อราเหล่านี้ จะไม่สามารถสังเคราะห์แสงเหมือนพืช หรือสร้างอาหารเองได้ ต้องอาศัยการกินอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น โดยการดูดซึมสารอาหารจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต แล้วพร้อมจะแพร่จำนวนได้อย่างมากมาย เชื่อไหมว่า เชื้อราบางชนิดสามารถแบ่งตัววัดความยาวได้มากถึง 1 กิโลเมตรต่อวัน  

เชื้อราเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและสร้างความรำคาญให้ร่างกายของคนเราได้ทุกที่ เช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือที่เรารู้จักกันว่า คือ “รังแค” เชื้อราในผิวหนัง โรคน้ำกัดเท้า หรือ “ฮ่องกงฟุต” กลาก เกลื้อน เชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ไปจนถึง เชื้อราที่สร้างสารพิษทำอันตรายรุนแรงต่อร่างกายได้ เช่น อะฟลาทอกซิน (aflatoxins) เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว เชื้อราสามารถอาศัยได้ในทุกส่วนของร่างกายทั้งภายในภายนอกโดยสามารถแพร่กระจายและแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัดในสภาวะที่เหมาะสม เชื้อราจึงเป็นจุลินทรีย์ที่อันตรายต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคตามมามากมาย หากร่างกายเราอ่อนแอหรือมีการสะสมแหล่งอาหารของเชื้อราเหล่านี้ ดังนั้นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง  การดูแลความสะอาดของร่างกาย และการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราให้สะอาด ปราศจากเชื้อราจึงเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อรานั่นเอง

สาเหตุการติดเชื้อราจากผิวหนังคืออะไร

การติดเชื้อราจากผิวหนังเกิดจาก การที่เชื้อราในสิ่งแวดล้อมลุกลามเข้าไปในเซลล์ผิวหนัง โดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว มักจะเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา เช่น เล็บ หนังกำพร้า หนังศีรษะ ผม  หรือ  ผิวหนังในที่อับชื้น เป็นต้น  ซึ่งการติดเชื้อส่วนใหญ่จะเกิดจากการสัมผัสเชื้อจากสิ่งแวดล้อมโดยตรง เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเชื้อรา การสัมผัสเชื้อราจากสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

 

อาการของการติดเชื้อราจากผิวหนัง

เชื้อราที่ผิวหนัง สามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า ลำคอ ลำตัว ขาหนีบ รักแร้ เท้า เล็บ ซอกนิ้ว เป็นต้น โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้ 

  1. มีการอักเสบของผิวหนัง และมีขุยของเศษผิว ถ้ามีการอักเสบมากๆ จะมีน้ำเหลืองซึมรอบขอบแผล
  2. เป็นผื่นนูนแดง เป็นวง หรือ มีขอบนูนแดง พร้อมกับผิวมีขุยชัดเจน ผื่นจะค่อยๆ ลามออกช้าๆ และมีอาการคันร่วมด้วย
  3. หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย จะมีอาการอักเสบรุนแรงขึ้น บวมแดง และมีอาการเจ็บปวด ผิวหนังหลุดลอกจนเห็นผิวชั้นหนังชั้นในแดงๆ
  4. กรณีที่เป็นเชื้อราที่เล็บ เล็บจะขาวซีด หรือเหลืองเป็นบางส่วน มีการแยกของแผ่นเล็บจากเนื้อเล็บ และหากมีการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยก็จะเกิดการอักเสบบวมแดง มีหนองต่อไป

การรักษา 

โรคที่เกิดจากเชื้อราไม่สามารถหายไปเองได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจะดีที่สุด  ในกรณีที่ต้องการทราบชนิดของเชื้อราที่ผู้ป่วยเป็น  แพทย์อาจทำการขูดขุยที่ผิวหนังไปตรวจหาเชื้อโดยการดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือเพาะเชื้อในอุปกรณ์เพาะเชื้อ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

การรักษาเชื้อราที่ผิวหนัง สามารถทำได้ 2 วิธี คือ การใช้ยาทา และ การใช้ยารับประทานแก้เชื้อราในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรงและลุกลามทั่วร่างกาย  การรักษาเชื้อราที่ผิวหนังมียาหลายชนิดที่แพทย์สามารถเลือกใช้เพื่อบรรเทาอาการคันและอาการอักเสบร่วมกับยาฆ่าเชื้อรา โดยการรักษาโรคเชื้อราที่ผิวหนังส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาทาเพียงอย่างเดี่ยว ยกเว้นการติดเชื้อราที่ศีรษะ เส้นผม และที่เล็บ ต้องกินยาฆ่าเชื้อราร่วมด้วยจึงจะหายขาด

หลักการสำคัญที่สุดในการใช้ยา คือ การไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคก่อนเพื่อจัดยารักษาให้ถูกกับชนิดการติดเชื้อ เพราะถ้าหากเราไปซื้อยาใช้เอง และไม่ตรงกับสาเหตุการติดเชื้ออาจทำให้เชื้อดื้อยาและทำให้โรคติดเชื้อราที่ผิวหนังกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่รักษาไม่หายนั่นเอง

การป้องกัน

การป้องกันเชื้อราที่ผิวหนังทำได้ง่าย ดังนี้

  1. รักษาความสะอาดของร่างกาย และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ตัดเล็บให้สั้น ทำความสะอาดซอกเล็บและผิวหนังที่เสี่ยงต่อการอับชื้น รวมทั้งจุดซ่อนเร้นต่างๆ ให้แห้งไม่อับชื้น
  2. รักษาความสะอาดของสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัว เช่น หวี หมวก ชุดชั้นใน เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้งหลังทำความสะอาด ไม่ควรใช้สิ่งของปะปนกับคนอื่น
  3. ดูแลความสะอาดของที่นอน เครื่องนอน ที่พักอาศัย ห้องน้ำ อุปกรณ์ในครัวเรือน ให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่อยู่ในที่อับชื้น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของที่สกปรก พื้นดินที่สกปรก
  4. หลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอน เพราะสัตว์เลี้ยงมักมีเชื้อราอยู่ด้วยสูง 
  5. ไม่คลุกคลีกับผู้ที่เป็นเชื้อรา
  6. เมื่อมีเพศสัมพันธ์ต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  7. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวานต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ตัดเล็บให้สั้น รักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และหากพบอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ทันที
  8. รับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินที่ช่วยบำรุงร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ เช่น ผักผลไม้ที่ให้วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน เป็นต้น
  9. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งให้ถูกต้องครบถ้วนและพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง 

ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามหลักการข้างต้นได้ รับรองปัญหาเชื้อราที่ผิวหนังจะไม่มารบกวนจิตใจและสร้างความรำคาญให้กับเราได้แน่นอน


ที่มาของข้อมูล

Denise M. Aaron, MD, Dartmouth-Hitchcock Medical Center, Overview of Fungal Skin Infections (https://www.msdmanuals.com/home/skin-disorders/fungal-skin-infections/overview-of-fungal-skin-infections)

Stephanie S. Gardner, MD, Fungal Infections of the Skin, (https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/guide/fungal-infections-skin#4)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป