ความรู้สุขภาพ

เชื้อราที่ผิวหนังเกิดจากอะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
30

เมื่อมีอาการคันตามผิวหนัง หลายๆท่านมักจะนึกถึงโรคเชื้อราที่ผิวหนัง และไปซื้อยาตามร้านขายยามาทา หรือ รับประทานกันเองโดยที่ไม่ไปพบแพทย์ทีโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาการคันตามผิวหนัง นั้น  มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น อาการแพ้ หรือระคายเคืองของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งแปลกปลอม ผื่นคันที่เกิดจากผิวหนังอักเสบ ลมพิษ หรืออาการคันจากการติดเชื้อต่างๆ เป็นต้น

ดังนั้น หากเรามีอาการคันตามผิวหนังแล้ว เกิดอาการสงสัยว่า จะเป็นเชื้อราหรือไม่นั้น มีวิธีการสังเกตและจัดการสาเหตุดังนี้

เชื้อราคืออะไร

เชื้อรา คือ เชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ปะปนในสิ่งแวดล้อมทั่วไปรอบตัวเรา เช่น อาหาร น้ำ  อากาศ ดิน ต้นไม้ หรือ แม้กระทั่งในร่างกายของคนและสัตว์  โดยปกติเชื้อราเหล่านี้ จะไม่สามารถสังเคราะห์แสงเหมือนพืช หรือ สร้างอาหารเองได้ ต้องอาศัยการกินอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น โดยการดูดซึมสารอาหารจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต แล้วพร้อมจะแพร่จำนวนได้อย่างมากมาย เช่น เชื้อราบางชนิดสามารถแบ่งตัววัดความยาวได้มากถึง 1 กิโลเมตรต่อวัน  

เชื้อราจึงกลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและสร้างความรำคาญให้ร่างกายของคนเราได้ทุกที่ เช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือที่เรารู้จักกันว่า คือ “รังแค” เชื้อราในผิวหนัง โรคน้ำกัดเท้า หรือ “ฮ่องกงฟุต” กลาก เกลื้อน เชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ไปจนถึง เชื้อราที่สร้างสารพิษทำอันตรายรุนแรงต่อร่างกายได้ เช่น อะฟลาทอกซิน (aflatoxins) เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว เชื้อราจึงสามารถอาศัยได้ในทุกส่วนของร่างกาย ทั้งภายในภายนอก โดยสามารถแพร่กระจายและแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัดในสภาวะที่เหมาะสม เชื้อราจึงเป็นจุลินทรีย์ที่อันตรายต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคตามมามากมาย หากร่างกายเราอ่อนแอหรือมีการสะสมแหล่งอาหารของเชื้อราเหล่านี้ ดังนั้น การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และการดูแลความสะอาดของร่างกาย และการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราให้สะอาด ปราศจากเชื้อราจึงเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อรานั่นเอง

สาเหตุการติดเชื้อราจากผิวหนังคืออะไร

การติดเชื้อราจากผิวหนังเกิดจาก การที่เชื้อราในสิ่งแวดล้อมลุกลามเข้าไปในเซลล์ผิวหนัง โดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว มักจะเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา  เช่น เล็บ หนังกำพร้า หนังศีรษะ ผม  หรือ  ผิวหนังในที่อับชื้น เป็นต้น  ซึ่งการติดเชื้อส่วนใหญ่จะเกิดจากการสัมผัสเชื้อจากสิ่งแวดล้อมโดยตรง เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเชื้อรา การสัมผัสเชื้อราจากสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

 

อาการของการติดเชื้อราจากผิวหนัง

เชื้อราที่ผิวหนัง สามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ  ใบหน้า ลำคอ ลำตัว ขาหนีบ รักแร้ เท้า เล็บ ซอกนิ้ว เป็นต้น โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้ 

1. มีการอักเสบของผิวหนัง และมีขุยของเศษผิว ถ้ามีการอักเสบมากๆ 
จะมีน้ำเหลืองซึมรอบขอบแผล
2. เป็นผื่นนูนแดง เป็นวง หรือ มีขอบนูนแดง พร้อมกับผิวมีขุยชัดเจน 
ผื่นจะค่อยๆ ลามออกช้าๆ และมีอาการคันร่วมด้วย
3. หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย จะมีอาการอักเสบรุนแรงขึ้น 
บวมแดงและมีอาการเจ็บปวด ผิวหนังหลุดลอกจนเห็นผิวชั้นหนังชั้นในแดงๆ
4. กรณีที่เป็นเชื้อราที่เล็บ เล็บจะขาวซีด หรือเหลืองเป็นบางส่วน มีการ แยกของแผ่นเล็บจากเนื้อเล็บ และหากมีการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยก็จะเกิดการอักเสบบวมแดง มีหนองต่อไป

การรักษา 

การรักษาเชื้อราที่ผิวหนัง สามารถทำได้ 2 วิธี คือ การใช้ยาทา และ การใช้ยารับประทานแก้เชื้อรา ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรงและลุกลามทั่วร่างกาย ซึ่งการรักษาเชื้อราที่ผิวหนังนั้น มียาหลายชนิดที่แพทย์สามารถเลือกใช้เพื่อบรรเทาอาการคัน อาการอักเสบ ร่วมกับยาฆ่าเชื้อ  
หลักการที่สำคัญที่สุดในการใช้ยา คือ การไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคก่อนเพื่อจัดยารักษาให้ถูกกับชนิดการติดเชื้อ เพราะถ้าหากเราไปซื้อยาใช้เอง และไม่ตรงกับสาเหตุการติดเชื้ออาจทำให้เชื้อดื้อยาและทำให้โรคติดเชื้อราที่ผิวหนังลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่รักษาไม่หายได้นั่นเอง

การป้องกัน

การป้องกันเชื้อราที่ผิวหนังทำได้ง่าย ดังนี้
1. รักษาความสะอาดของร่างกาย และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ตัด
เล็บให้สั้น ทำความสะอาดซอกเล็บและผิวหนังที่เสี่ยงต่อการอับชื้น และจุดซ่อนเร้นต่างๆ ให้แห้งไม่อับชื้น
2. รักษาความสะอาดของสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัว เช่น หวี หมวก ชุด
ชั้นใน เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้งหลังทำความสะอาด ไม่ควรใช้สิ่งของปะปนกับคนอื่น
3. ดูแลความสะอาดของที่นอน เครื่องนอน ที่พักอาศัย ห้องน้ำ อุปกรณ์
ในครัวเรือนให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่อยู่ในที่อับชื้น และ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของที่สกปรก พื้นดินที่สกปรก 
4. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวานต้องพยายาม
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ตัดเล็บให้สั้น รักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และหากพบอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ทันที
5. รับประทานผักและผลไม้ที่วิตามินบำรุงร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วย
เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ เช่น ผักผลไม้ที่ให้วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน เป็นต้น

ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามหลักการง่ายๆ 5 ข้อข้างต้นได้แล้วละก็ รับรองปัญหาเชื้อราที่ผิวหนังจะไม่มารบกวนจิตใจและสร้างความรำคาญให้กับเราได้แน่นอน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่