Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

ไขมันอุดตันผิวหนังเกิดจากอะไร รักษาก้อนไขมันใต้ผิวหนังมีวิธีใดบ้าง?

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 5 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ไขมันอุดตันผิวหนังเกิดจากอะไร รักษาก้อนไขมันใต้ผิวหนังมีวิธีใดบ้าง?

ไขมันอุดตันผิวหนัง หรือซีสต์ไขมันผิวหนัง เป็นอีกโรคหนึ่งที่มักจะพบได้บ่อยที่สุด ซึ่งการรักษาโรคนี้ก็ทำได้ด้วยการผ่าตัดเอาก้อนซีสต์ออกเท่านั้น โดยโรคนี้เกิดจากอะไร มีความอันตรายหรือไม่ เราก็ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับไขมันอุดตันผิวหนังมาให้ได้อ่านและทำความเข้าใจกันดังนี้

ไขมันอุดตันผิวหนัง เกิดจากอะไร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งวันนี้ เราจองคิวตรวจให้ทันที ไม่ต้องรอ

คัดกรองมะเร็งทุกชนิด เลือกได้จากกว่า 30 โปรแกรม เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท

Istock 500358904

ซีสต์ไขมันผิวหนังอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยที่พบส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ปุ่มรากผมบวม ทำให้เซลล์ที่เคลื่อนตัวลึกลงไปในผิวไม่หลุดออกไป แต่เพิ่มจำนวนขึ้นจนก่อให้เกิดเป็นก้อนซีสต์ขึ้นมา และเมื่อสัมผัสกับโปรตีนเคราติน จึงก่อให้เกิดหนองในซีสต์ และส่งกลิ่นเหม็นออกมานั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น

  • กรรมพันธุ์ โดยจะมีเซลล์ผิวหนังที่อยู่ผิดตำแหน่งมาตั้งแต่กำเนิด เป็นผลให้เกิดซีสต์ไขมันผิวหนังได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • การบาดเจ็บของผิวหนัง เช่น เกิดแผล ผิวถลอก หรือเมื่อผิวหนังได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ก็อาจนำไปสู่การเกิดไขมันอุดตันผิวหนังได้เหมือนกัน
  • แสงแดด เมื่อสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดซีสต์ไขมันผิวหนังได้ และยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้สูงอีกด้วย
  • ท่อไขมันหรือต่อมเหงื่อเกิดการอุดตัน รวมถึงกรณีที่ท่อต่อมไขมันผิดปกติ และผิดรูปร่างไปจากเดิมด้วย
  • การผ่าตัดโดยเอาก้อนซีสต์ไขมันผิวหนังออกทั้งหมด
  • การผ่าตัดโดยเอาก้อนซีสต์ออกเพียงบางส่วนเท่านั้น
  • การผ่าตัดซีสต์ด้วยการใช้เลเซอร์

และนี่ก็คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดไขมันอุดตันผิวหนังนั่นเอง นอกจากนี้ก็จะพบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และพบได้มากในคนที่มีอายุ 30-40 ปีเช่นกัน

อาการของภาวะไขมันอุดตันผิวหนัง

อาการที่สังเกตได้ชัดของภาวะไขมันอุดตันผิวหนังก็คือ จะพบก้อนหรือตุ่มขนาดเล็กนูนขึ้นมาบนผิวหนัง มีลักษณะเป็นก้อนกลม ขอบเรียบ และมีสีเดียวกันกับผิว ส่วนใหญ่จะพบได้มากตามใบหน้า ลำคอ ศีรษะ และบริเวณหน้าอก นอกจากนี้ซีสต์บางก้อนก็อาจมีรูเปิด และมีสารสีขาวภายในไหลออกมา ซึ่งมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย อย่างไรก็ตามซีสต์ส่วนใหญ่จะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดและไม่เป็นอันตราย จึงไม่ต้องกังวลมากนัก นอกจากว่าก้อนไขมันใต้ผิวหนังมีขนาดตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ เพราะนั่นอาจเป็นซีสต์ไขมัน หรือเป็นก้อนมะเร็งร้ายได้ เนื่องจากจะมีลักษณะที่คล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออกนั่นเอง

ไขมันอุดตันผิวหนัง รักษาได้อย่างไร

เนื่องจากไขมันอุดตันผิวหนัง ไม่เป็นอันตรายและอาจสลายไปได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา แต่หากเกิดการติดเชื้อ ที่ทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และต้องการที่จะกำจัดก้อนซีสต์ออกไป แพทย์จะพิจารณาการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะรักษาด้วยการผ่าตัดเอาก้อนซีสต์ออก ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา โดยทั้งนี้หากมีอาการบวมก็จะให้ยาสเตียรอยด์ และให้ยาทาลดรอยแผล เพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด นอกจากนี้การผ่าตัดรักษาซีสต์ไขมันผิวหนัง ก็ทำได้หลายวิธีอีกด้วย ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งวันนี้ เราจองคิวตรวจให้ทันที ไม่ต้องรอ

คัดกรองมะเร็งทุกชนิด เลือกได้จากกว่า 30 โปรแกรม เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท

Istock 500358904

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคซีสต์ไขมันผิวหนัง มักจะเกิดจากการที่ซีสต์มีการอักเสบและแตกจนทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมา ซึ่งจะต้องรีบเข้ารับการรักษาจากแพทย์ในทันที เพราะอาจจะเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ในผู้ที่รักษาด้วยการผ่าตัดก้อนซีสต์ออกไป ก็อาจเกิดซีสต์ซ้ำอีกได้เหมือนกัน

ป้องกันได้ไหม?

ซีสต์ไขมันผิวหนัง สามารถป้องกันได้ แต่จะไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก เนื่องจากซีสต์อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงทำให้เพียงลดโอกาสการเกิดซีสต์ให้น้อยลง ซึ่งมีวิธีการดังนี้

  1. รักษาความสะอาดของผิวหนังอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าลำคอ และพยายามอย่าให้เกิดแผล
  2. เครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้า ควรเลือกใช้แบบที่ปลอดไขมันโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันของท่อไขมัน จนเกิดเป็นซีสต์ได้นั่นเอง
  3. พยายามอย่าโดนแสงแดดมากเกินไป ซึ่งหากจำเป็นควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

ไขมันอุดตันผิวหนัง อาจจะเป็นโรคที่ไม่มีความอันตราย แต่หากเกิดการอักเสบหรือแตก ก็จะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ และเนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายกับมะเร็ง จึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจก่อนจะดีที่สุด


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป