สิทธิผู้ป่วย

ยาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ยาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

คำว่า “ผอม-หุ่นดี” เป็นกับดักความงามที่ทำเอาหลาย ๆ คนเลือกที่จะกินยาลดความอ้วนทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องเสี่ยงตายมากแค่ไหน เหตุผลที่หลายคนเลือกทานยาลดความอวนอาจเป็นเพราะการออกกำลังกายมันทำได้ยากกกว่าหรืออดใจทานของอร่อยไม่ค่อยได้ จึงทำให้อ้วนง่ายและลดยาก อย่างที่รู้กันว่ายาลดความอ้วนนั้นมีผลข้างเคียงและอันตรายที่ตามมามากมายมหาศาล อันตรายร้ายแรงที่สุดก็ถึงขั้นเสียชีวิตกันเลยทีเดียว ถ้าหากเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจริง ๆ มันคงจะเป็นเรื่องที่เศร้ามากถ้าหากว่าไม้ได้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนใช้ยาลดความอ้วน

คุณอ้วนจริงหรือแค่รูปร่างไม่กระชับ!

หากถามคุณผู้หญิงสัก 100 คน ว่า “คิดว่าตัวเองเป็นคนอ้วนหรือไม่” มั่นใจได้เลยว่าคำตอบที่ได้มากกว่า 90% ต้องบอกว่าตัวเองนั้นอ้วนทั้ง ๆ ที่บางคนก็น้ำหนักไม่ถึง 50 กิโลกรัมเสียด้วยซ้ำ ความเป็นจริงผู้คนเหล่านี้อาจไม่ได้อ้วนเพียงแต่ยังไม่พอใจกับรูปร่างบางส่วนของตัวเองเท่านั้น เช่น แขนใหญ่ ขาใหญ่ สะโพกใหญ่ เป็นคนมีพุง เป็นต้น แต่ภาพรวมจากที่คนอื่นมองไม่ได้คิดว่าสาวเจ้าเหล่านี้อ้วนแต่อย่างใดเลย ที่ถูกต้องควรเรียกว่า “รูปร่างไม่กระชับ” มากกว่า

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่า “น้ำหนักเท่าไหร่ที่เรียกว่าอ้วน” สามารถคำนวณด้วยสูตรทางการแพทย์ในการวัดเพื่อหาว่าร่างกายอ้วนจริงหรือไม่ ด้วยค่าที่เรียกว่า “ดัชนีมวลกาย หรือ BMI” (Body Mass Index) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดไขมันในร่างกาย ถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบนักแต่ก็เป็นเป็นวิธีหนึ่งในการประมาณปริมาณไขมันส่วนเกินที่ร่างกายสามารถเก็บได้ โดยใช้ความสูงและน้ำหนักในการคำนวณ เป็นวิธีที่ง่ายและเชื่อถือได้ในการประเมินความเสี่ยงของโรคอ้วน สามารถวัดดัชนีมวลกายได้ดังนี้

  1. ตัวอย่าง: คนที่มีความสูง 1.6 เมตรและน้ำหนัก 55 กิโลกรัม
  2. สูตร: น้ำหนัก (กก.) / สูง (m)2
  3. วิธีคำนวณ  55 / (1.6 x 1.6) = 21.48 BMI
  4. การอ่านค่าที่ได้
  • BMI น้อยกว่า 18.5 หมายถึง มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • BMI อยู่ระหว่าง 18.5–24.9 หมายถึง น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • BMI อยู่ระหว่าง 25–29.9 หมายถึง เริ่มมีน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานแล้ว
  • BMI เกิน 30 แปลว่า ตอนนี้น้ำหนักตัวของคุณอยู่ในภาวะอ้วน

เพียงเท่านี้ก็จะทราบแล้วว่าแท้จริงแล้วเราอ้วนจริงหรือไม่ การใช้ตัวเลขเป็นตัวชีวัดจะช่วยให้คุณสามารถลดความวิตกกังวลได้มากทีเดียว แต่ถ้าหากยังไม่พอใจกับสัดส่วนบางจุดในร่างกาย สิ่งที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยให้รูปร่าง Fit & Firm ได้อย่างตรงเป้าหมาย

ประเภทของยาลดความอ้วนที่ขายในท้องตลาด

ยาลดความอ้วนที่พบเห็นในท้องตลาด ต้องบอกเลยว่ามีทั้งยี่ห้อที่ปลอดภัยและเป็นอันตราย ทั้งนี่ผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณเป็นอย่างมาก หกแบ่งส่วนประกอบของยาลดความอ้วนในท้องตลาดจะสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ 

  • ยาลดความอ้วนที่เป็นยาชุด ยาลดความอ้วนบางประเภทจะจัดเป็นยาชุด ซึ่งสามารถพบได้ทั้งการสั่งจ่ายยาจากคลินิกความงามหรือซื้อมาใช้เอง ยาชุดเหล่านี้มีอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะการซื้อมาใช้เอง การทำงานของยาชุดจะเข้าไปเผาผลาญพลังงานในร่างกาย แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากไปจะเข้าไปทำลายโปรตีนของกล้ามเนื้อแทน ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคืออาการใจสั่น
  • ยาระบาย หลายคนเชื่อว่าหากทานอาหารหนักมาก ๆ จะสามารถลดความอ้วนได้ด้วยการระบายออก แต่หารู้ไม่ว่าการที่เราใช้ยาระบายแล้วน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วนั้น ส่วนมากเป็นเพราะน้ำในร่างกายลดลงแต่ในส่วนของไขมันไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด การทานยาเหล่านี้เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายหากไม่ใช้ยาระบายจะขับถ่ายได้ยากกว่าปกติ และยังสางผลเสียระยะยาวต่อระบบหัวใจด้วย
  • กลุ่มยาที่เป็นยาสมุนไพร การใช้กลุ่มยาที่เป็นสมุนไรมีทั้งแบบที่เป็นสมุนล้วน ๆ เช่นส้มแขก, มะขามป้อม, มะนาว เป็นต้น แต่แน่นอนว่าการใช้สมุนไพรมักทำให้น้ำหนักลดไม่ทันใจสาว ๆ สักเท่าไหร่
  • ยาลดความอ้วนกึ่งสมุนไพร ถึงแม้ว่ายาสมุนไพรจะเริ่มแพร่หลายในคนที่ลดความอ้วนบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมเท่ากับยาที่เป็นสารเคมี จึงมีการคือตัวยาที่มักอยู่ในรูปของแคปซูลที่มักจะอ้างว่ามีส่วนผสมของสมุนไพรสกัดนานาชนิด ทำให้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นสำหรับการใช้ยาลดความอ้วนพอสมควร

ผลข้างเคียงในการใช้ยาลดความอ้วน

ผู้ที่ใช้ยาลดความอ้วนมักจะต้องการผลที่รวดเร็ว โดยที่ตนเองไม่ต้องเหนื่อยหรือทรมานมากนัก ยิ่งด้วยวิธีการทางการตลาดที่มักเน้นว่าไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องอดอาหาร สามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามการลดน้ำหนักที่ดีควรจะทำทุกอย่างควบคู้กันไป ผลข้างเคียงที่เกิดจากการทานยาลดความอ้วนสะสมนานเกินไปมักเกิดอาการดังต่อไปนี้

  • โยโย่ เป็นผลกระทบอย่างแรกที่มักเกิดขึ้นจากการลดความอ้วนผิดวิธี น้ำหนักที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วประกอบกับการไม่ออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อไม่กระชับ ไม่ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่อย่างแท้จริง เมื่อหยุดยาทำให้น้ำหนักกลังมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งน้ำหนักมากกว่าเดิมเหมือนลูกโยโย่ และแน่นอนว่าการลดความอ้วนครั้งหลังนี้ยากกว่าเดิมด้วย
  • เกิดรอยแตกลาย เป็นปัญหาหนักมากสำหรับผู้ที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อภายในร่างกายหายไปแต่ผิวหนังของเราปรับสภาพตามไม่ทันจึงมักทิ้งร่องรอยแตกลายอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นต้นขา ท้องแขน หรือน้อง ซึ่งการเกิดผิวแตกลายนี้แก้ไขได้ยากกว่าการลดความอ้วนเสียอีกโดยเฉพาะบริเวณที่มองเห็นได้ชัด
  • ผิวหนังหย่อนคล้อย ต้นเหตุคล้ายกับการที่เกิดรอยแตกลายก็คือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วแต่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง โดยเฉพาะคนที่อ้วนมาก ๆ แล้วน้ำหนักลดลงมากกว่า 20 กิโลกรัม จึงมักทิ้งผิวหนังหย่อนคล้อยไว้ที่ท้องแขนหรือหน้าท้องจนทำให้กลายคนไม่กล้าใส่เสื้อตัวเล็ก ๆ กันเลยทีเดียว

อันตรายที่เกิดจากการทานยาลดน้ำหนัก

ในตัวยาลดความอ้วนมักมีสารที่เป็นอันตรายอยู่หลายชนิด อย่างเช่น แอมเฟตตามีน เป็นส่วนผสมของยาบ้าซึ่งถือว่าอันตรายมาก หากตรวจพบก็สามารถทำให้ฉี่ม่วงได้เช่นกัน ลักษณะอาการของผู้ที่ทานยานี้คือ ปากแห้ง, ไม่อยากอาหาร, นอนไม่หลับ หรือบางรายอาจพบอาการทางจิตประสาทเช่นเป็นคนซึมเศร้า ยิ่งถ้าหากเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว แล้วทานยาลดความอ้วนที่มีสารแอมเฟตามีนจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรงได้

เมื่อใช้ยาสารเคมีลดความอ้วนมากจนเกินไป อาจก่อให้เกิดโรคเหล่านี้ โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคหลอดเลือดอุดตัน, โรคจิตประสาท, โรคซึมเศร้า, มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ, มีอาการติดยาอย่างรุนแรง หากทานยาติดต่อกันนานเกิน 3 เดือนอาจส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของร่างกาย ร้านแรงที่สุดคือเสียชีวิต

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่