Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
สุขภาพ

น้ำหนักลดและโรคเรื้อรังในสุนัข

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 23 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
น้ำหนักลดและโรคเรื้อรังในสุนัข

เมื่อไหร่ที่คุณควรจะเริ่มกังวลถึงการที่สุนัขของคุณมีน้ำหนักลด คำตอบก็คือเมื่อน้ำหนักที่ลดนั้นมากกว่า 10% ของน้ำหนักปกติ (และไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำ) มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นเป็นโรคเรื้อรัง และเมื่อเป็นแล้วอาจส่งผลต่อร่างกายทั้งหมดได้ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของโรคที่เป็น

สาเหตุ

  • รับประทานอาหารที่ให้พลังงานไม่เพียงพอ
  • อาหารที่คุณภาพไม่ดี
  • รสชาติของอาหาร
  • มีการใช้พลังงานที่เก็บสะสมไว้
  • เบื่ออาหาร
  • เป็นโรคลำไส้อักเสบ
  • มีความปกติที่ลำไส้อาหารที่ทำให้สูญเสียโปรตีนเรื้อรัง
  • มีพยาธิในลำไส้
  • มีการติดเชื้อในลำไส้เรื้อรัง
  • มีเนื้องอกในลำไส้
  • กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน
  • มีการผ่าตัดนำลำไส้บางส่วนออกจากร่างกาย
  • เป็นโรคเกี่ยวกับตับอ่อน
  • เป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี
  • อวัยวะล้มเหลว (หัวใจ ตับ ไต)
  • Addison’s disease
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง
  • มีเลือดออกเรื้อรัง
  • มีแผลที่ผิวหนังที่ทำให้มีการสูญเสียโปรตีนเรื้อรัง
  • มีความปกติที่ระบบประสาทส่วนกลางที่ส่งผลต่อการรับประทานอาหารหรือความอยากอาหาร
  • หลอดอาหารไม่ทำงาน
  • ความผิดปกติทางระบบประสาทที่ทำให้หยิบหรือกลืนอาหารลำบาก
  • มีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้น
  • อยู่ในที่ที่อากาศหนาวนานเกินไป
  • ตั้งท้องหรืออยู่ในช่วงเลี้ยงลูก
  • มีไข้ หรือมีการอักเสบ
  • เป็นมะเร็ง
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • มีการติดเชื้อไวรัส
  • มีการติดเชื้อรา

การวินิจฉัย

แพทย์จะเริ่มจากการส่งตรวจหลายอย่างเพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักลด หลังจากนั้นจึงอาจจะพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติมเช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad
  1. การตรวจพยาธิในอุจจาระ
  2. การตรวจเลือดเพื่อดูการติดเชื้อ การอักเสบ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ภาวะซีด และความผิดปกติอื่นๆ
  3. การตรวจทางชีวเคมีเพื่อดูการทำงานของตับ ไต และตับอ่อนรวมถึงระดับโปรตีน น้ำตาลและเกลือแร่ในเลือด
  4. การตรวจปัสสาวะเพื่อดูการทำงานของไต, การติดเชื้อและการสูญเสียโปรตีนทางไตและประเมินระดับสารน้ำในร่างกาย
  5. เอกซเรย์ช่องอกและท้องเพื่อดูหัวใจ ปอด และอวัยวะภายในช่องท้อง
  6. ตรวจดูการทำงานของตับอ่อน
  7. การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงที่ช่องท้อง
  8. ตรวจดูกรดน้ำดีเพื่อประเมินการทำงานของตับ
  9. ตรวจระดับฮอร์โมนเพื่อหาความผิดปกติทางระบบต่อมไร้ท่อ
  10. ตรวจส่องกล้องเพื่อดูภายในระบบทางเดินอาหาร

การรักษา

วิธีการรักษานั้นมักจะเป็นการรักษาถามอาหารโดยเฉพาะหากมีอาการรุนแรง และเมื่อสามารถระบุสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักลดได้แล้วจะเน้นให้สุนัขได้รับอาหารที่มีคุณภาพดี โดยอาจจะต้องบังคับให้รับประทานหรือให้ทางเส้นเลือดถ้าจำเป็น อาหารที่ให้อาจจะต้องมีการเสริมวิตามินและแร่ธาตุ หรืออาจจะต้องช่วยกระตุ้นความอยากอาหารในบางครั้ง

การดูแลและการจัดการ

คุณจำเป็นต้องพาสุนัขมาตรวจติดตามอาการเป็นระยะ โดยเฉพาะหากมันมีอาการไม่ดีขึ้น ควรสังเกตอาการของสุนัขอย่างละเอียด และวิธีการดูแลรักษาในส่วนอื่นๆ นั้นอาจจะขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้สุนัขน้ำหนักลด เช่นการชั่งน้ำหนักเป็นระยะ ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ในการรักษาและหากสุนัขมีอาการไม่ดีขึ้นควรพากลับมาพบสัตวแพทย์อีกครั้ง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป