Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ลูกเกเร

5 วิธีที่เทคโนโลยีมีผลกระทบต่อเรื่องทางเพศของวัยรุ่นและเพิ่มการกลั่นแกล้งทางเพศ

ค้นพบว่าแอปพลิเคชั่นและอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นในเรื่องเพศอย่างไร
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,992,873 คน

5 วิธีที่เทคโนโลยีมีผลกระทบต่อเรื่องทางเพศของวัยรุ่นและเพิ่มการกลั่นแกล้งทางเพศ

วัยรุ่นทุกวันนี้เติบโตขึ้นในยุคดิจิทัลที่พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลเรื่องเพศได้ง่าย เทียบกับเมื่อหลายปีก่อน วัยรุ่นมีข้อมูลมากขึ้นแต่รู้เรื่องเหล่านี้ตอนอายุยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมีแนวคิดในเรื่องนี้ที่แตกต่างจากพ่อแม่ด้วย ที่จริงแล้ว เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแนวคิดที่วัยรุ่นมีต่อความสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ และเรื่องทางเพศไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่ต้องระวังความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อที่จะได้ชี้นำลูกวัยรุ่นของพวกเขาได้

ต่อไปนี้เป็นห้าวิธีหลัก ๆ ที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงเรื่องทางเพศในวัยรุ่นและเพิ่มการกลั่นแกล้งทางเพศ

1. เนื้อหาทางเพศออนไลน์มีอยู่เต็มไปหมด

วัยรุ่นทุกวันนี้ได้สัมผัสกับเนื้อหาทางเพศมากกว่ารุ่นอื่น ๆ นอกจากอินเทอร์เน็ตแล้ว เด็กวัยรุ่นยังได้รู้เรื่องทางเพศเร็วขึ้นผ่านทางมิวสิกวิดีโอ โฆษณา และรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ แม้แต่สังคมออนไลน์ก็เป็นปัญหาเช่นกัน ที่จริงแล้วสังคมออนไลน์ประกอบไปด้วยอะไรที่มากกว่าลูกหมาน่ารัก วิดีโอสอนแต่งหน้า และคำคมยกระดับจิตใจ คือมีโพสต์ที่ชี้นำทางเพศด้วย

และการสัมผัสกับเรื่องเหล่านี้บ่อย ๆ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากผลที่ตามมา การดูข้อมูลที่ชี้นำทางเพศเป็นประจำสามารถนำไปสู่พฤติกรรมและการพูดจาในทางเพศได้ ดังนั้น จึงมีเด็กวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เข้าร่วมในการพูดเรื่องเพศทางออนไลน์ และบางครั้งโพสต์เหล่านี้ก็นำไปสู่การกลั่นแกล้งทางเพศ การทำให้อับอาย และการกลั่นแกล้งออนไลน์ (cyberbullying) ด้วย

2. แอปพลิเคชั่นและอินเทอร์เน็ตทำให้เด็กวัยรุ่นหาคู่ได้เร็วขึ้น

หลายปีก่อน การไปออกเดทของวัยรุ่นเกิดจากการเจอใครบางคนที่โรงเรียนหรือการทำกิจกรรม และขอคนคนนั้นไปเดท ทุกวันนี้ วัยรุ่นใช้แอปพลิเคชั่น สังคมออนไลน์ และเครื่องมือทางอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ เพื่อให้ได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ ถึงแม้ว่าบางคนจะมองความสามารถของวัยรุ่นในการพบผู้คนใหม่ ๆ เป็นเรื่องดี แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน

อย่างแรก ไม่ใช่ทุกคนที่ออนไลน์ ผลคือ วัยรุ่นสามารถตกเป็นเหยื่อของการหลอกคบทางออนไลน์ (catfishing) และเทคนิคอื่น ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อล่อให้พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ปลอม ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแอปพลิเคชั่นสำหรับวัยรุ่นเพื่อใช้หาผู้ที่จะจับคู่ด้วย ตัวอย่างหนึ่งคือแอป Tinder ซึ่งแสดงผู้ใช้ที่อยู่ใกล้ ๆ ที่อาจสนใจมาพบ พ่อแม่จำเป็นต้องระวังว่ามีแอปพลิเคชั่นเหล่านี้อยู่ และคุยกับลูกเรื่องอันตรายของการไปพบคนที่ไม่รู้จัก

3. แอปพลิเคชั่นและอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ล่าทำงานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

สังคมออนไลน์ เกมออนไลน์ และห้องแชท ทำให้ผู้ล่าหาเหยื่อที่ไม่สงสัยได้ง่ายขึ้น จำไว้เสมอว่าผู้ล่ามักปลอมตัวเป็นใครบางคนที่เป็นวัยรุ่นเหมือนกัน และอาจใช้เวลาเป็นเดือน ๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจจากเธอ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาอาจล่อลวงให้วัยรุ่นส่งรูปภาพและข้อมูลทางเพศด้วย

นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรายที่รุนแรงของ Amanda Todd หลังจากมีการโน้มน้าวให้เธอแชร์ภาพโป๊ ผู้ชายคนดังกล่าวก็ตามติดเธอทางออนไลน์ และทรมานเธอด้วยรูปดังกล่าวไปเป็นเวลาหลายปี ในที่สุด เธอทนกับความอับอายและการกลั่นแกล้งที่ต่อเนื่องต่อไปไม่ไหวอีก และจบชีวิตตัวเองลง

ประมาณ 13% ของวัยรุ่นรายงานว่าได้รับการชักชวนทางเพศที่พวกเขาไม่ต้องการ เช่นเดียวกับที่ Todd ประสบ และวัยรุ่นประมาณ 1 ใน 25 ได้รับคำชักชวนทางเพศจากผู้ใหญ่ที่พยายามจะมาพบพวกเขาด้วยตัวเอง ต้องแน่ใจว่าลูกวัยรุ่นของคุณรู้ว่านี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติ และสมควรรายงานต่อพ่อแม่และผู้มีอำนาจ

4. เด็กมีส่วนใน Sexting ในอัตราที่น่าตกใจ

การชี้นำทางเพศ ภาพโป๊ ภาพ และวิดีโอที่เร้าอารมณ์เป็นเรื่องปกติในวงสังคมของวัยรุ่น ที่จริงแล้วประมาณ 54% ของเด็กมหาวิทยาลัยบอกว่าพวกเขามีส่วนร่วมใน sexting ตั้งแต่ก่อนอายุ 18 ปี ซึ่งกิจกรรมประเภทนี้จัดเป็นสื่อลามกของเด็ก และสามารถนำไปสู่ประเด็นทางกฎหมายที่ร้ายแรงสำหรับวัยรุ่นได้

โชคไม่ดีที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงผลที่จะตามมาทางกฎหมายและทางอารมณ์ของ sexting ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังคิดซื่อ ๆ ว่าคู่ของตนจะไม่แชร์หรือเผยแพร่ภาพโป๊ คุยกับลูกเรื่องอันตรายของ sexting และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้

ในทำนองเดียวกัน ต้องแน่ใจว่าลูกของคุณลบรูปทุกอย่างที่อาจถูกส่งให้ทันที แม้ว่าเธออาจไม่ได้ต้องการรูปดังกล่าวก็ตาม การมีรูปดังกล่าวอยู่ในโทรศัพท์ของเธออาจทำให้เธอถูกจับข้อหาครอบครองสื่อลามกของเด็กได้

5. เด็กมีส่วนในการด่าประจาน (slut shaming) และการกลั่นแกล้งทางเพศประเภทอื่น ๆ

เนื่องจากวัยรุ่นได้สัมผัสกับข้อความทางเพศซ้ำ ๆ จึงมีเกิดการกลั่นแกล้งทางเพศเพิ่มขึ้น ทั้งการด่าประจานและการกลั่นแกล้งทางเพศอาจมีผลกระทบที่รุนแรงและคงอยู่กับเหยื่อในระยะยาวได้

ต้องแน่ใจว่าคุณได้คุยกับลูกเรื่องประเภทของการกลั่นแกล้งเหล่านี้ การพูดคุยเรื่องดังกล่าวอาจยาก แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับลูกเรื่องการกลั่นแกล้งทางเพศ การทำดังกล่าวจะช่วยให้ลูกจัดการกับเรื่องนี้ได้หากมันเกิดขึ้นในอนาคต

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล
ดูในแอป