การเกิดหูดจากไวรัสในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,586,530 คน

Papillomatosis ในแมว

คำว่า papillomatosis ใช้สำหรับการอธิบายเนื้องอกที่ไม่มีความรุนแรงที่อยู่บนผิวหนัง ซึ่งเกิดขึ้นจากไวรัส papillomavirus โดยก้อนเนื้อนี้จะมีสีดำ นูน และมีลักษณะเหมือนหูด จะพบว่ามีรูเปิดตรงกลางถ้าหากว่าเนื้องอกมีการมุดเข้าด้านใน

Papillomatosis ที่มีความรุนแรงขึ้นจะเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกของผิวหนังได้ ในแมวมักพบว่ามีการแพร่กระจายเซลล์และมีการพัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายได้ โดยมักพบที่บริเวณริมฝีปาก ปาก และลิ้น แต่อย่างไรก็ตามสามารถเกิดบนผิวหนังได้ทุกช่วงอายุ

Papillomatosis สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับสุนัขและแมว

อาการ

อาการที่แสดงจะมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติ เช่น ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น พบเลือดออกจากช่องปาก มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นและลดลง และมีปริมาณน้ำลายไหลมากกว่าปกติ ในแมวอาจพบก้อนเนื้อบริเวณรอบๆหัว คอ และขา อาจพบว่าเป็นก้อนเดี่ยว ๆ หรือกลุ่มก้อนก็ได้ 

สาเหตุ

Papillomatosis สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติในแมวที่มีอายุมาก ความผิดปกตินี้มักเกิดเมื่อระบบภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติหรือถูกกดไว้จากการใช้ยา ในบางรายอาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมของสายพันธุ์ได้

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการเก็บชิ้นเนื้อจากรอยโรคถ้าหากว่าอยู่ภายในช่องปาก ถ้าหากพบว่ามีการเกิดก้อนขึ้นบริเวณผิวหนัง หรือพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังจะต้องได้รับการตรวจทางพยาธิวิทยา การตรวจเพิ่มเติมทางระบบภูมิคุ้มกันอาจมีการตรวจหาระดับแอนติบอดี้ภายในรอยโรค

การรักษา

รอยโรคภายในช่องปากสามารถหายเองได้ แต่ถ้าไม่หายก็สามารถทำการผ่าตัดเอาออกได้ แต่อย่างไรก็ตามภายหลังจากการผ่าตัดแมวจะไม่สามารถกินอาหารได้อย่างปกติ สัตวแพทย์จะทำการแนะนำประเภทอาหารที่มีความเหมาะสมในช่วงที่พักฟื้น การรักษาด้วยยาสามารถใช้เพื่อกำจัดก้อนเนื้อได้แต่จะหยุดการรักษาโดยทันทีถ้าหากพบว่ามีการเกิดก้อนเนื้อขึ้นซ้ำอีกครั้ง ถ้าหากพบว่ามี papillomavirus การฉีดวัคซีนอาจมีความจำเป็น แมวของคุณควรมีการตรวจเช็คอาการความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่วมด้วย

การจัดการและความเป็นอยู่

เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้องอกที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เนื้อร้าย สัตวแพทย์จะทำการนัดมาเพื่อทำการตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของก้อนเนื้ออยู่เสมอ

การป้องกัน

เนื่องจากก้อนเนื้อนี้สามารถติดได้ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องแยกตัวที่ป่วยออกจากตัวปกติร่วมกับการทำวัคซีนเพื่อป้องกัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม