มะเร็งและโรคร้าย

โรคหูด ปัญหาโรคผิวหนังที่คุณป้องกันได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
โรคหูด ปัญหาโรคผิวหนังที่คุณป้องกันได้

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับอาการของโรคผิวหนัง ที่มักจะเกิดบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน อาการผดผื่น ปวดแสบปวดร้อน ซึ่งนอกจากโรคผิวหนังจะส่งผลทำให้มีความทรมานแล้ว ยังสร้างความรำคาญกับเม็ดตุ่มต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย เหมือนโรคหูด ที่เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่ม นูน ๆ แข็ง ๆ มีรากอยู่ข้างใต้หูด มีขนาดแตกต่างกัน เป็นโรคผิวหนังที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย หากเกิดขึ้นแล้วจะค่อย ๆ โตอย่างช้า ๆ ไม่มีอาการ พบได้บ่อยตามมือและเท้า

สาเหตุของโรคหูด

หูดมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ปาโปวา (papova virus) โดยเชื้อไวรัสจะกระตุ้นทำให้ส่วนผิวหนังของเซลล์หนังกำพร้าค่อย ๆ หนาตัวหรือแข็งตัวขึ้น มีระยะฟักตัวราว 1-6 เดือน  ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นหูด คือ ผู้ที่มีระบบความต้านทานของโรคต่ำ ไม่ค่อยสบายบ่อย ๆ ร่างกายอ่อนแอ ทำให้มีการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย หูดสามารถติดต่อได้ทั้งทางสัมผัสผิวหนังและการมีเพศสัมพันธ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของหูด

ชนิดของหูด

หูดจะมีความแตกต่างกันตามขนาดของหูด แบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. หูดที่มีลักษณะธรรมดา (common wart)

มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดนูนแข็งขึ้นจากผิวหนังชั้นกำพร้า  ลักษณะผิวค่อนข้างขรุขระ หูดธรรมดาอาจมีเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด พบได้บ่อยบริเวณแขน ขา มือและเท้า

2. หูดชนิดแบน (plane wart)

มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็กแข็ง มีลักษณะผิวเรียบ พบได้บ่อยบริเวณหลังมือ หน้าผาก

3. หูดฝ่าเท้า (plantar wart)

มีลักษณะเป็นไต แผ่นหนาแข็ง มีขนาดใหญ่กว่าหูดแบบธรรมดา มีรอยปื้นใหญ่ พบได้บ่อยบริเวณฝ่าเท้า และข้างใต้ฝ่าเท้า

อาการโดยรวมของ หูด

โดยปกติแล้ว หูด มักจะไม่แสดงอาการใด ๆ ไม่มีอาการคัน แดง หรือบวม แต่หากหูดเกิดบริเวณฝ่าเท้า ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อมีการเดินจะทำให้มีการกดทับหูดโดยตรงอาจทำให้บริเวณที่เป็นหูดมีอาการเจ็บได้

การติดต่อของโรคหูด

หูด สามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสโดยตรง เช่น มีการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหูดที่มีแผล ตามมือ แขน ขา หรือการติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้หูดมีการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ส่งผลทำให้มีการขยายตัวของหูด จาก 1 เม็ด ขยายตัวเป็น 10-20 เม็ดเรื่อย ๆ

วิธีการรักษาโรคหูด

การรักษาหูด แพทย์จะใช้หลักการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสให้หายไป ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น

1. การทายา

การรักษาหูดด้วยการทายานั้น มักจะใช้กับหูดที่มีขนาดเล็ก นิยมใช้ยาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดไตรคลออะซิติกหรือไบคลออะซิติก ระยะเวลาที่รักษาโดยการใช้ยาจะขึ้นอยู่กับขนาดของหูด

2. การจี้ด้วยไนโตรเจน

สามารถรักษาโดยการจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว ซึ่งเป็นวิธีการรักษาด้วยความเย็น หากหูดมีแผ่นหนาแพทย์จะทำการฝานก่อนการจี้ หลังการจี้ 1 วัน หูดที่มีการจี้จะบวมพองเป็นตุ่มน้ำ และพองตัวเป็นถุงน้ำ อาจมีเลือดออกอยู่ข้างใน หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ตกสะเก็ดและหายไป ราว 1-3 สัปดาห์ จำนวนครั้งที่จี้เพื่อให้หายขาดขึ้นอยู่กับขนาดของหูด และลักษณะของหูด

 

3. การจี้ด้วยไฟฟ้า

เป็นการรักษาโดยใช้ความร้อน แพทย์จะทำการจี้โดยคำนึงถึงขนาดและลักษณะของหูดแต่ละชนิดที่เป็นก่อนการเลือกใช้ความร้อนในการรักษา

4. การจี้ด้วยเลเซอร์

วิธีนี้แพทย์จะใช้แสงเลเซอรจี้ที่ตัวหูด หลังจากทำการรักษา บริเวณที่เป็นหูดจะเกิดแผลและเป็นสะเก็ดราว 1 สัปดาห์แล้วหูดก็จะค่อย ๆ จางหายไป

5. การผ่าตัดออก

พบว่าวิธีนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก มีลักษณะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาก้อนหูดออกจากผิวหนังไปทั้งก้อน

โดยปกติแล้ว หูดเมื่อเป็นแล้ว สามารถหายได้เองแต่อาจต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันคือ การรักษาความสะอาดเพื่อไม่ให้เชื้อต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายจนทำให้มีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ และควรรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้มีระบบภูมิต้านทานในร่างกายสูง ไม่อ่อนแอ เพราะหากร่างกายมีระบบภูมิต้านทานต่ำจะส่งผลทำให้มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย แม้ว่าหูดอาจจะหายไปแล้ว การรักษาความสะอาดก็ควรจะทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อลดการเกิดซ้ำของหูดที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายเราได้อีกครั้ง

คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

หูดติ่งเนื้อรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

คำตอบ: รักษาโดยการจี้ไฟฟ้าหรือผ่าตัดออกครับ - ตอบโดย Rattapon Amampai (Dr.)

ถ้ารักษาหูด ด้วยการเลเซอร์นี่คิดค่าใช้งานยังไง ประมาณเท่าไหร่ครับ ?

คำตอบ: การรักษาหูดโดยใช้เลเซอร์มักจะใช้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์เพื่อจี้ทำลายและควรใช้เครื่องมือขูดไปถีงรากของหูด ในการใช้เลเซอร์รักษาหูดด้วยเลเซอร์ควรมีเครื่องดูดควันที่สามารกำจ้ดไอระเหยของเชื้อหูดที่เกิดจากการเผาไหม้ ปกติสามารถรับการรักษาได้ฅามโรงพยาบาลที่มีคลินิกเฉพาะทางด้านผิวหนัง ค่าบริการต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินจากขนาดและจำนวนค่ะ นอกจากนั้นยังมีการรักษาหูดด้วยยาทา การพ่นเย็น และเลเซอร์ชนิดอืืนอีก ควรปรีกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย ติดตามบทความเกี่ยวกับผิวหนัง ความงามและสุขภาพจากหมอหนื่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก - ตอบโดย ชุลีกร วรยิ่งยง (พ.ญ.)

คำตอบ 2: การรักษาหูดมักจะใช้เลเซอร์ CO2 ครับ เป็นการยิงเลเซอร์เพื่อเผาทำลายโดยตรง การจะประมาณค่าใช้จ่ายอยู่ที่ขนาดและจำนวนของหูดที่เป็นครับ แนะนำต้องปรึกษาแพทย์ตาม รพ.ที่มีการให้บริการด้านเลเซอร์นะครับ - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

หูดติดต่อกันได้ไหม แล้วรักษาให้หายขาดได้ป่าวครับ

คำตอบ: หูดติดต่อได้โดยการสัมผัส เมื่อผิวหนังแตกเป็นแผล หรือมีรอยถลอกจะทำให้เชื้อไวรัสสามารถแทรกตัวลงไปได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาแบ่งตัวอยู่หลายเดือนกว่าเราจะเห็นหูดเป็นเม็ด ๆ ได้ด้วยตาเปล่า ในคนบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะติดหูดได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันลดลงเช่นในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น หูดสามารถหายขาดได้ แต่ขณะเดียวกันก็อาจติดซ้ำได้อีก หรืออาจเกิดใหม่ได้จากการที่เชื้อไวรัสเดิมยังไม่หมด ดังนั้นจึงควรรีบมารับการรักษาตั้งแต่เม็ดเล็ก ๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ วิธีรักษามีหลายวิธี เช่น ใช้น้ำยา ซึ่งมีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิค ความเข้มข้น 10-15% มีขายในท้องตลาดทั่วไป ทาบนเม็ดหูดวันละ 2-3 ครั้ง จี้เย็น โดยใช้ไนโตรเจนเหลวการจี้ทำลายหูดวิธีนี้ต้องกระทำโดยแพทย์ผิวหนัง ผลการรักษา ไม่เกิดมีแผลเป็น และไม่เจ็บมากนัก แต่อาจต้องมารับการจี้ซ้ำหลายครั้งกว่าจะหายขาด จี้ไฟฟ้า วิธีนี้ให้ผลค่อนข้างดี แต่เจ็บและอาจมีแผลเป็นได้ เลเซอร์ เช่นเดียวกับวิธีจี้ไฟฟ้า - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

คำตอบ 2: สำหรับในโรคหูด เชื้อแต่ละชนิดย่อยก็ทำให้เกิดหูดที่ตำแหน่งต่างๆ และมีหน้าตาหูดแตกต่างกันไป เช่น เอชพีวี 1 ก่อให้เกิดหูดที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า และ เอชพีวี 6 ก่อให้เกิดหูดที่บริเวณอวัยวะเพศภายนอก หูดบริเวณผิวหนังพบได้บ่อยที่สุดในเด็กและคนอายุน้อย อัตราการพบสูงสุดอยู่ที่ช่วงอายุ 12 - 16 ปี ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดเท่ากัน คนผิวดำและคนเอเชียเป็นมากกว่าคนผิวขาวประมาณ 2 เท่า กลุ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นนอกจากเชื้อชาติ คือ บุคคลบางอาชีพ เช่น คนที่ต้องแล่เนื้อสัตว์ คนที่ผิวหนังมีความต้านทานต่อโรคต่ำ เช่น เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ส่วนหูดบริเวณอวัยวะเพศภายนอก (ซึ่งก็เป็นหูดที่ผิวหนัง แต่เป็นผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ) จะพบในวัยเจริญพันธุ์ - ตอบโดย DR.somsong Nillprayoon (นพ.)

คำตอบ 3: หูดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ครับ ชื่อว่าhuman papiloma virusหรือhpv สามารถติดไปยังคู่นอนได้ครับหากมีการสัมผัส หรือมีเพศสัมพันธ์กัน สามารถรักษาได้เช่นการจี้ แต่อาจจะไม่หายขาดครับ ตอบโดย Rattapon Amampai (Dr.)

เป็นหูดที่ฝ่าเท้าก่อนหน้านี้ประมาณ 3-4 ปีที่แล้วไม่ทราบค่ะว่ามันคือหูดเลยปล่อยไว้ บางครั้งก็ตัดบ้าง แล้วเพิ่งมารู้และทายาหูดก็เริ่มหาย แต่อยากทราบว่าก่อนหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็นหูดทำไมมันถึงไม่ลามหรือเจ็บเลยคะ

คำตอบ: หูด (Warts) เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของผิวหนัง เป็นแล้วไม่มีอันตรายแต่อย่างใด นอกจากทำให้ดูน่าเกลียดน่ารำคาญหรือทำให้มีอาการปวดได้เป็นบางครั้ง ส่วนมากแม้จะไม่ได้รับการรักษาหูดก็มักจะยุบหายไปเองตามธรรมชาติซึ่งอาจใช้เป็นเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปีค่ะ - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่