Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคหูด ปัญหาโรคผิวหนังที่คุณป้องกันได้

มาทำความรู้จักโรคหูด ปัญหาโรคผิวหนังที่รักษา และป้องกันได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,115,632 คน

โรคหูด ปัญหาโรคผิวหนังที่คุณป้องกันได้

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 27/05/2562

หูด โรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มนูน แข็ง มีรากอยู่ข้างใน มีหลายขนาด สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะค่อยๆ โตอย่างช้าๆ ไม่มีอาการ พบได้บ่อยตามมือและเท้า แล้วโรคหูดจากจากอะไร มีกี่ชนิด มีอาการอะไรบ้าง แล้วจะรักษาอย่างไร ไปติดตามอ่านกันเลย

สาเหตุของโรคหูด

หูด มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Human papilloma virus (HPV) โดยเชื้อไวรัสจะกระตุ้นทำให้ส่วนผิวหนังของเซลล์หนังกำพร้าค่อยๆ หนาตัวหรือแข็งตัวขึ้น มีระยะฟักตัวราว 1 - 6 เดือน  

โดยผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ คือ ผู้ที่มีระบบความต้านทานของโรคต่ำ ไม่สบายบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอ ทำให้มีการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งหูดสามารถติดต่อได้ทั้งทางสัมผัสผัวหนังโดยตรงและการมีเพศสัมพันธ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของหูด

ชนิดของหูด

หูด มีความแตกต่างกันตามลักษณะที่เกิดขึ้น แบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. หูดที่มีลักษณะธรรมดา (common wart)

มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดนูนแข็งขึ้นจากผิวหนังชั้นกำพร้า  ลักษณะผิวค่อนข้างขรุขระ อาจมีเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด พบได้บ่อยบริเวณแขน ขา มือและเท้า

2. หูดชนิดแบน (plane wart)

มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็กแข็ง มีลักษณะผิวเรียบ พบได้บ่อยบริเวณหลังมือ หน้าผาก

3. หูดฝ่าเท้า (plantar wart)

มีลักษณะเป็นไต แผ่นหนาแข็ง มีขนาดใหญ่กว่าหูดแบบธรรมดา มีรอยปื้นใหญ่ พบได้บ่อยบริเวณฝ่าเท้า และข้างใต้ฝ่าเท้า

อาการโดยรวมของหูด

โดยปกติแล้ว หูด มักจะไม่แสดงอาการใด ๆ ไม่มีอาการคัน แดง หรือบวม แต่หากหูดเกิดบริเวณฝ่าเท้า ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อมีการเดินจะทำให้มีการกดทับหูดโดยตรงอาจทำให้บริเวณที่เป็นหูดมีอาการเจ็บได้

การติดต่อของโรคหูด

หูด สามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสโดยตรง เช่น มีการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหูดที่มีแผล ตามมือ แขน ขา หรือการติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวน จาก 1 เม็ด เป็น 10 - 20 เม็ด ไปเรื่อยๆ

วิธีการรักษาโรคหูด

การรักษาหูด แพทย์จะใช้หลักการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสให้หายไป ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น

1. การทายา

การทายานั้น มักจะใช้กับหูดที่มีขนาดเล็ก นิยมใช้ยาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดไตรคลออะซิติกหรือไบคลออะซิติก โดยระยะเวลาที่รักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของหูด

2. การจี้ด้วยไนโตรเจน

การจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว เป็นวิธีการรักษาด้วยความเย็น หากหูดมีแผ่นหนาแพทย์จะทำการฝานก่อนการจี้ หลังการจี้ 1 วัน แผลจะบวมพองเป็นตุ่มน้ำ อาจมีเลือดออกอยู่ข้างใน หลังจากนั้นจะค่อยๆ ตกสะเก็ดและหายไป ใช้เวลาประมาณ 1 - 3 สัปดาห์ จำนวนครั้งที่จี้ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของหูด 

 

3. การจี้ด้วยไฟฟ้า

เป็นการรักษาโดยใช้ความร้อน ก่อนแพทย์จะทำการรักษา แพทย์จะคำนึงถึงขนาดและลักษณะของหูดแต่ละชนิด เพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับหูดนั้นๆ 

4. การจี้ด้วยเลเซอร์

วิธีนี้แพทย์จะใช้แสงเลเซอรจี้ที่ตัวหูด หลังจากทำการรักษา บริเวณที่รอยโรคจะเกิดแผลและเป็นสะเก็ดราว 1 สัปดาห์ แล้วแผลก็จะค่อยๆ จางหายไป

5. การผ่าตัดออก

พบว่าวิธีนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก วิธีการทำ คือ ผ่าตัดเอาก้อนหูดออกจากผิวหนังไปทั้งก้อน

6. ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

เป็นการใช้ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเองในการกำจัดหูด จะใช้วิธีนี้ได้ก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล ตัวอย่างภูมิคุ้มกันบำบัดชนิดหนึ่ง เช่น การทา Diphencyprone (DCP) ที่หูด จะทำให้หูดหายไปได้

การป้องกันตนเองจากหูด

โดยปกติแล้ว หูด สามารถหายได้เองแต่อาจต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกัน คือ การรักษาความสะอาดเพื่อไม่ให้เชื้อต่างๆ เข้าสู่ร่างกายจนทำให้มีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆได้ 

อีกทั้งควรรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้มีระบบภูมิต้านทานในร่างกายสูง ไม่อ่อนแอ เพราะหากร่างกายมีระบบภูมิต้านทานต่ำจะส่งผลทำให้มีโอกาสติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย และแม้ว่าหูดอาจจะหายไปแล้ว การรักษาความสะอาดก็ควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำของหูดอีกครั้ง

คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับโรคหูด

หูดติ่งเนื้อรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

คำตอบ: รักษาโดยการจี้ไฟฟ้าหรือผ่าตัดออกครับ - ตอบโดย Rattapon Amampai (Dr.)

ถ้ารักษาหูด ด้วยการเลเซอร์นี่คิดค่าใช้งานยังไง ประมาณเท่าไหร่ครับ ?

คำตอบที่ 1: การรักษาหูดโดยใช้เลเซอร์มักจะใช้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์เพื่อจี้ทำลายและควรใช้เครื่องมือขูดไปถึงรากของหูด ซึ่งการรักษาด้วยเลเซอร์ควรมีเครื่องดูดควันที่สามารกำจ้ดไอระเหยของเชื้อหูดที่เกิดจากการเผาไหม้ด้วย

ปกติสามารถรับการรักษาได้ตามโรงพยาบาลที่มีคลินิกเฉพาะทางด้านผิวหนัง ค่าบริการต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินจากขนาดและจำนวนค่ะ นอกจากนั้นยังมีการรักษาหูดด้วยยาทา การพ่นเย็น และเลเซอร์ชนิดอื่นอีก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย - ตอบโดย ชุลีกร วรยิ่งยง (พ.ญ.)

คำตอบที่ 2: การรักษาหูดมักจะใช้เลเซอร์ CO2 ครับ เป็นการยิงเลเซอร์เพื่อเผาทำลายโดยตรง การจะประมาณค่าใช้จ่ายอยู่ที่ขนาดและจำนวนของหูดที่เป็นครับ แนะนำต้องปรึกษาแพทย์ตาม รพ.ที่มีการให้บริการด้านเลเซอร์นะครับ - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

หูดติดต่อกันได้ไหม แล้วรักษาให้หายขาดได้หรือเปล่าครับ

คำตอบที่ 1: หูดติดต่อได้โดยการสัมผัส เมื่อผิวหนังแตกเป็นแผล หรือมีรอยถลอกจะทำให้เชื้อไวรัสสามารถแทรกตัวลงไปได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาแบ่งตัวอยู่หลายเดือนกว่าเราจะเห็นหูดเป็นเม็ดๆ ได้ด้วยตาเปล่า 

ในคนบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะติดหูดได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันลดลง เช่น ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น หูดสามารถหายขาดได้ แต่ขณะเดียวกันก็อาจติดซ้ำได้อีก หรืออาจเกิดใหม่ได้จากการที่เชื้อไวรัสเดิมยังไม่หมด ดังนั้น จึงควรรีบมารับการรักษาตั้งแต่เม็ดเล็กๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ 

วิธีรักษามีหลายวิธี เช่น การใช้น้ำยา ซึ่งมีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิค ความเข้มข้น 10 - 15% มีขายในท้องตลาดทั่วไป ทาบนเม็ดหูดวันละ 2 - 3 ครั้ง, การจี้เย็น โดยใช้ไนโตรเจนเหลวการจี้ทำลายหูด วิธีนี้ต้องกระทำโดยแพทย์ผิวหนัง ผลการรักษา ไม่มีแผลเป็น และไม่เจ็บมากนัก แต่อาจต้องมารับการจี้ซ้ำหลายครั้งกว่าจะหายขาด, จี้ไฟฟ้า วิธีนี้ให้ผลค่อนข้างดี แต่เจ็บและอาจมีแผลเป็นได้ หรือการเลเซอร์ เช่นเดียวกับวิธีจี้ไฟฟ้า - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

คำตอบที่ 2: สำหรับโรคหูด เชื้อแต่ละชนิดย่อยก็ทำให้เกิดหูดที่ตำแหน่งต่างๆ และมีหน้าตาที่แตกต่างกันไป เช่น เอชพีวี 1 ก่อให้เกิดหูดที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า และ เอชพีวี 6 ก่อให้เกิดหูดที่บริเวณอวัยวะเพศภายนอก เป็นต้น 

หูดบริเวณผิวหนังพบได้บ่อยที่สุดในเด็กและคนอายุน้อย อัตราการพบสูงสุดอยู่ที่ช่วงอายุ 12 - 16 ปี ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดเท่ากัน คนผิวดำและคนเอเชียเป็นมากกว่าคนผิวขาวประมาณ 2 เท่า กลุ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นนอกจากเชื้อชาติ คือ บุคคลบางอาชีพ เช่น คนที่ต้องแล่เนื้อสัตว์ คนที่ผิวหนังมีความต้านทานต่อโรคต่ำ เช่น เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ส่วนหูดบริเวณอวัยวะเพศภายนอก (ซึ่งก็เป็นหูดที่ผิวหนัง แต่เป็นผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ) จะพบในวัยเจริญพันธุ์ - ตอบโดย DR.somsong Nillprayoon (นพ.)

คำตอบที่ 3: หูดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ครับ ชื่อว่าhuman papiloma virus หรือhpv สามารถติดไปยังคู่นอนได้ครับหากมีการสัมผัส หรือมีเพศสัมพันธ์กัน สามารถรักษาได้ เช่น การจี้ แต่อาจจะไม่หายขาดครับ ตอบโดย Rattapon Amampai (Dr.)

เป็นหูดที่ฝ่าเท้าก่อนหน้านี้ประมาณ 3 - 4 ปีที่แล้วไม่ทราบค่ะว่ามันคือหูดเลยปล่อยไว้ บางครั้งก็ตัดบ้าง แล้วเพิ่งมารู้และทายาหูดก็เริ่มหาย แต่อยากทราบว่าก่อนหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็นหูดทำไมมันถึงไม่ลามหรือเจ็บเลยคะ

คำตอบ: หูด (Warts) เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของผิวหนัง เป็นแล้วไม่มีอันตรายแต่อย่างใด นอกจากทำให้ดูน่าเกลียดน่ารำคาญหรือทำให้มีอาการปวดได้เป็นบางครั้ง ส่วนมากแม้จะไม่ได้รับการรักษาหูดก็มักจะยุบหายไปเองตามธรรมชาติซึ่งอาจใช้เป็นเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปีค่ะ - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

ที่มาของข้อมูล



ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป