Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

วิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน มีอะไรบ้าง?

รวมวิตามินที่ควรได้รับในแต่ละวัน และประโยชน์ที่จะได้รับจากวิตามินเหล่านั้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,692,347 คน

วิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน มีอะไรบ้าง?

ทุกวันนี้ นอกจากสารอาหารปกติทั่วไป อย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันแล้ว “วิตามิน” ก็เป็นอีกหนึ่งสารอาหาร ที่ร่างกายของเราต้องการเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างและบำรุงดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

วิตามินที่ร่างกายต้องการแต่ละวันมีอะไรบ้าง?

เนื่องจากวิตามินบางชนิดร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ รวมถึงวิตามินหลายชนิดก็จำเป็นต่อการใช้งานภายในร่างกายในทุกๆ วัน ควรรับวิตามินเข้าสู่ร่างกายให้ครบถ้วน ดังนี้

1.วิตามินเอ

ร่างกายมีความต้องการปริมาณของวิตามินเอจำนวน 800 ไมโครกรัม เพื่อไปช่วยเสริมบำรุงในเรื่องของการมองเห็น สายตา กระดูก ฟัน เหงือก หรือแม้แต่ในเรื่องการอักเสบของผิว จุดด่างดำ โรคเกี่ยวกับไทรอยด์ รวมถึงระบบทางเดินหายใจ วิตามินเอ ก็มีส่วนช่วยเสริมบำรุงได้เช่นกัน

สำหรับอาหารที่มีวิตามินเอเป็นองค์ประกอบนั้น มีอยู่หลายชนิดเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ไข่ นม ตับ ผลไม้ที่มีสีส้ม แดง เช่น มะละกอสุก กระเจี๊ยบ นอกจากนี้หากรู้สึกว่าร่างกายได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน ก็สามารถรับประทานอาหารเสริมเป็นตัวช่วยได้นะคะ

 2.วิตามินบี 1

ร่างกายมีความต้องการวิตามินบี 1 ในปริมาณ 1.5 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมีมากในอาหารจำพวก ข้าวซ้อมมือ เนื้อหมู ถั่ว ตับ รำข้าว 

ประโยชน์สำคัญของวิตามินบี 1 คือ ช่วยให้ระบบประสาททำงานสัมพันธ์กัน ป้องกันโรคเหน็บชา และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจให้ทำงานได้ดีขึ้น

3.วิตามินบี 2

ร่างกายมีความต้องการวิตามินบี 2 ในปริมาณ 1.7 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมีมากในอาหารประเภท เนื้อปลา นมเปรี้ยว ผักใบเขียว เป็นต้น 

ประโยชน์ของวิตามินบี 2 คือ ช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง ป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยให้ผิวไม่แห้งแตกและช่วยให้การเจริญเติบโตในเด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

4.วิตามินบี 6

ร่างกายมีความต้องการวิตามินบี 6 ในปริมาณ 2 มิลลิกรัม ซึ่งมีมากในอาหารประเภทจำพวกอกไก่งวง ปลาทูน่า เมล็ดทานตะวัน อกไก่ อะโวคาโด้ ลูกพรุนแห้ง เนื้อวัวไม่ติดมัน กล้วย ผักโขม เป็นต้น 

ประโยชน์ของวิตามินบี 6 ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ในร่างกาย ช่วยสร้างกรดอะมิโน สร้างโปรตีนและการทำงานของเซลล์ ช่วยสร้างฮีโมโกบิลและสารที่จำเป็นในการสื่อสารทางประสาท

5.วิตามินบี 12

วิตามินบี 12 มีความสำคัญต่อร่างกายเช่นกัน เพราะร่างกายมีความต้องการในปริมาณ 2 ไมโครกรัมต่อวัน ในหนึ่งวันเราจำเป็นต้องทานอาหารจำพวก หอยประเภทต่างๆ ปลาทะเลน้ำลึก เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อหมู นม โยเกิร์ตและเนยแข็ง 

ประโยชน์ของอาหารที่ประกอบไปด้วยวิตามินบี 6 คือ ช่วยสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องโลหิตจาง เหนื่อยง่าย มีอาการชานิ้วมือนิ้วเท้า เป็นต้น

6.วิตามินซี

วิตามินซีคืออีกสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายควรได้รับในปริมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารที่ประกอบด้วยวิตามินซี คือ อาหารจำพวกผักและผลไม้ เช่น  ผักชี ผักคะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ใบมะระ มะนาว ส้ม มะละกอ ส้มโอ สตอเบอร์รี่ เป็นต้น 

วิตามินซีมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายโดยเฉพาะ เป็นสารต่อต้านมะเร็ง บำรุงสายตา ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยบำรุงธาตุในอาหาร ทำให้เจริญอาหาร

7.วิตามินดี

ร่างกายมีความต้องการวิตามินดีในปริมาณ 5 ไมโครกรัมต่อวัน เพราะฉะนั้นเราควรเลือกรับประทานอาหารจำพวก น้ำมันตับปลา ไข่แดง เนื้อไก่ เห็ดหรือชีส เป็นต้น นอกจากนี้ร่างกายของเรายังสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองโดยใช้ตัวกระตุ้นอย่างแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า 

ส่วนประโยชน์ของวิตามินดีที่มีผลต่อร่างกายนั้น จะช่วยเสริมระบบการทำงานของสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่หลงลืมง่าย แถมยังช่วยลดภาวะอาการซึมเศร้าต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

8.วิตามินอี

ร่างกายมีความต้องการวิตามินอีในปริมาณ 10 มิลลิกรัมต่อวัน ในหนึ่งวันเราจะต้องรับประทานอาหารจำพวก อัลมอนด์ บล็อกโคลี น้ำมันคาโนล่า กีวี่ มะม่วง ผักโขม เมล็ดทานตะวัน มะเขือเทศ เป็นต้น 

คุณประโยชน์ของวิตามินอีคือ ป้องกันการถูกทำลายของสารอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดตามผนังร่างกาย เพราะฉะนั้นเราควรรับประทานวิตามินอีในปริมาณที่พอเหมาะใน 1 วัน

9.วิตามินเค

ร่างกายมีความต้องการวิตามินเคในปริมาณ 80 ไมโครกรัมต่อวัน อาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเคคืออาหารจำพวก ถั่วเหลือง ต้นหอม น้ำมันมะกอก หน่อไม้ฝรั่ง พริกผง แตงกวา ใบโหระพา ผลิตภัณฑ์นม ประโยชน์ต่างๆ ของวิตามินเค คือ ป้องกันการตกเลือด ช่วยให้แผลหายเร็ว

การรับประทานอาหารเสริมช่วยร่างกายได้มากน้อยแค่ไหน?

เนื่องจากในทุกวันนี้ หลายๆ คนถูกจำกัดด้วยเวลาและอยู่ในช่วงที่เร่งรีบกันมากขึ้น จึงทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารให้ครบในปริมาณที่แนะนำได้อย่างเต็มที่ อาหารเสริม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยเราได้อีกทาง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยกันได้ 100 % นะคะ ตัวเราเองควรหาเวลารับประทานอาหารให้ครบกันด้วย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดวิตามินหนัก จนป่วยเอาโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างที่ตั้งใจ อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ หมั่นรับประทานสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายต้องการให้เพียงพอในแต่ละวัน แค่นี้ ก็เตรียมรับสุขภาพดีๆ กันได้แล้วล่ะค่ะ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ดูในแอป