การกินเพื่อสุขภาพ

วิตามินอี(โทโคฟีรอล/โทโคไทรอีนอล)

อ่านข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับวิตามินอี (โทโคฟีรอล/โทโคไทรอีนอล) วิตามินชนิดนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไรและโรคที่เกิดขึ้นหากขาดวิตามินชนิดนี้ รวมถึงแหล่งจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ศัตรูของวิตามินอี ที่สำคัญคืออาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป ตลอดจนรวมทั้งคำแนะนำที่น่าสนใจต่างๆมากมาย สามารถอ่านต่อได้ที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรก 10 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
วิตามินอี(โทโคฟีรอล/โทโคไทรอีนอล)

วิตามินอี (โทโคฟีรอล/โทโคไทรอีนอล) หนึ่งในวิตามินที่หลายคนละเลยความสำคัญของมัน เนื่องจากโดยปกติแล้วเราจะให้ความสำคัญกับวิตามินซีมากเป็นพิเศษ เพราะมีส่วนช่วยผิวพรรณ แต่วิตามินอีเองก็เป็นที่ต้องการของร่างกายเช่นกัน 

ข้อเท็จจริงของวิตามินอี

  • ละลายในไขมัน ถูกเก็บสะสมที่ตับ เนื้อเยื่อไขมัน หัวใจ กล้ามเนื้อ อัณฑะ มดลูก เลือด ต่อมหมวกไต และต่อมใต้สมอง
  • เดิมมีหน่วยวัดตามน้ำหนัก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้หน่วยตามการออกฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นหน่วยสากล (IU) ซึ่งวิตามิน 1 ไอยูจะมีค่าเท่ากับ 1 มก.
  • ประกอบด้วยสารตามธรรมชาติสองกลุ่มใหญ่ คือ โทโคฟีรอลและโทโคไทรอีนอล โดยโทโคฟีรอลแบ่งเป็นสี่รูป คือ แอลฟา บีตา แกมมา และเดลตา ส่วนโทโคไทรอีนอลก็ถูกแบ่งเป็นสี่รูปเช่นกัน คือ แอลฟา บีตา (เบต้า) แกมมา และเดลตา
  • ในบรรดาสารทั้งแปดตัว แอลฟาโทโคฟีรอลจัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงสุด แต่แกมมาโทโคฟีรอลมีประสิทธิภาพมากกว่าในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (เอสโอดี) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ และในการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรั้ง ซึ่งรวมถึงมะเร็ง อัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และความชรา
  • ค่าไอยู (IU) ที่ระบุไว้ในวิตามินอีเสริมอาหาร เป็นค่าจากแอลฟาโทโคฟีรอล ส่วนโทโคฟีรอลตัวอื่นและโทโคไทรอีนอลนั้น ถือได้ว่ามีค่าเป็นศูนย์ไอยู
  • ปริมาณไอยูบนฉลากผลิตภัณฑ์ ไม่ได้เป็นการระบุว่าวิตามินอีนั้นมีเพียงแอลฟาโทโคฟีรอลตัวเดียว หรือมีโทโคฟีรอลตัวอื่นและโทโคไทรอีนอลรวมอยู่ด้วยหรือไม่
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของสารในกลุ่มไขมัน ทำงานเฉกเช่นเดียวกับวิตามินเอ ซีลีเนียม กรดแอมิโนซัลเฟอร์ และวิตามินซี
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินเอ
  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันในผู้ใหญ่คือ 8-10 ไอยู (ค่านี้อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดของสถาบันวิจัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา)
  • ประมาณร้อยละ 60-70 ของขนาดที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน จะถูกขับออกทางอุจจาระ วิตามินอีจะต่างกับวิตามินที่ละลายในไขมันตัวอื่นคือร่างกายจะเก็บสะสมไว้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง คล้ายวิตามินบีและซี
  • ทำหน้าที่สำคัญคล้ายเป็นยาขยายหลอดลมและยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม 25 มคก. ต่อวิตามินอี 200 ไอยู จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินอีได้

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

  • ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์ อันเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน
  • ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
  • นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพความทนทาน
  • ปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยทำงานร่วมกับวิตามินเอ
  • ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับโรคให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์
  • ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
  • ป้องกันและสลายลิ่มเลือด
  • บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
  • ป้องกันแผลเป็นหนานูน ทั้งภายนอก (เมื่อใช้เป็นยาทา จะสามารถซึมผ่านผิวหนังได้) และภายใน
  • เร่งให้แผลไหม้บริเวณผิวหนังหายเร็วขึ้น
  • ทำงานคล้ายเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยในการป้องกันภาวะแท้ง
  • บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์
  • โรคจากการขาดวิตามิน
  • เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย กล้ามเนื้อฝ่อ โลหิตจาง และโรคของระบบสืบพันธุ์

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำมันพืช ถั่ว (วอลนัท พีแคน และถั่วลิสง จะมีแกมมาโทโคฟีรอลมากเป็นพิเศษ) กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ผักขม แป้ง ทำขนมปังแบบเสริมวิตามิน ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน และไข่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • มีจำหน่ายแบบเป็นน้ำมันชนิดแคปซูลและแบบเป็นเม็ดละลายน้ำได้
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดแอลฟาโทโคฟีรอลจากธรรมชาติ จะมีประสิทธิภาพเป็นสองเท่าของแบบสังเคราะห์
  • มีจำหน่ายในขนาดตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 1,500 ไอยู ผู้ที่ไม่ชอบรับประทานแบบน้ำมัน หรือผู้ที่มีปัญหาผิวที่เกิดจากความมัน แนะนำให้รับประทานเป็นแบบเม็ดแห้งละลายน้ำ รวมไปถึงผู้ที่อายุเกินสี่สิบปีด้วย
  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานกันโดยทั่วไปคือ 200-1,200 ไอยูต่อวัน

อาการเป็นพิษและสัญญาณบ่งว่ารับประทานมากไป

ไม่พบว่าเป็นพิษต่อร่างกาย

ศัตรู

ความร้อน ออกซิเจน อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง กระบวนการแปรรูป อาหาร เหล็ก คลอรีน น้ำมันแร่ธรรมชาติ

คำแนะนำ

  • หากคุณรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง คุณอาจต้องการวิตามินอีเสริม
  • วิตามินอีในปริมาณสูง เสริมการทำงานของยาต้านการแข็งตัวของเลือด และลดการดูดซึมของวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ดังนั้นหากคุณกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ผมแนะนำให้หยุดรับประทานวิตามินอีสองสัปดาห์ ก่อนและหลังการผ่าตัด นอกเสียจากว่าแพทย์ประจำตัวแนะนำให้รับประทาน
  • ร่างกายของเราจะดูดซึมวิตามินอีจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากธรรมชาติได้มากเป็นสองเท่าของแบบสังเคราะห์ โดยดูที่ข้างขวดจะพบว่าวิตามินอีจากธรรมชาติจะระบุว่าเป็นดี-แอลฟาโทโคฟีรอล (d-alpha-tocopherol) ในขณะที่แบบสังเคราะห์จะเขียนว่า ดีแอล-แอลฟาโทโคฟีรอล (dl-alphatocopherol)
  • การรับประทานโทโคไทรอีนอลนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับประทานร่วมกับอาหารที่มีน้ำมันหรือไขมันประกอบอยู่ด้วย
  • การรับประทานแอลฟาโทโคฟีรอลเป็นปริมาณสูง จะทำให้ระดับของแกมมาโทโคฟีรอลในเลือดลดลง ซึ่งแกมมาโทโคฟีรอลนี้มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ (อนุมูลอิสระที่มีไนโตรเจนสัมพันธ์กับโรคต่างๆ อาทิ มะเร็ง อัลไซเมอร์ และโรคหัวใจ)
  • หากรับประทานแกมมาโทโคฟีรอล จะทำให้ระดับของทั้งแอลฟาและแกมมาโทโคฟีรอลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น
  • พบว่าแกมมาโทโคฟีรอลมีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ธาตุเหล็กอนินทรีย์ (เฟอร์รัสซัลเฟต) ทำลายวิตามินอีได้ คุณจึงไม่ควรรับประทานร่วมกัน หากคุณ     รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีเฟอร์รัสซัลเฟต คุณควรรับประทานวิตามินอีแปดชั่วดมงก่อนหรือหลังรับประทานเฟอร์รัสซัลเฟต
  • เฟอร์รัสกลูโคเนต เฟอร์รัสเปปโทเนต เฟอร์รัสซิเทรต และเฟอร์รัสฟูเมเรต (ธาตุเหล็กอินทรีย์) ไม่ทำลายวิตามินอี
  • หากคุณดื่มน้ำที่มีคลอรีน ร่างกายคุณจะต้องการวิตามินอีเพิ่มมากกว่าปกติ
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมไปถึงผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนเสริม ล้วนต้องการวิตามินอีเพิ่ม
  • ผมแนะนำให้ผู้หญิงที่ย่างเข้าสู่วัยทองเพิ่มการรับประทานวิตามินอี (หากคุณอายุน้อยกว่าสี่สิบปี ขนาด 400 ไอยูถือว่าเหมาะสม แต่หากอายุมากกว่าสี่สิบปี ผมแนะนำให้รับประทาน 800 ไอยูต่อวัน เป็นแบบเม็ดแห้งจะดีมาก)

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล


16 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Vitamin E: Uses, Side Effects, Interactions, Dosage, and Warning. WebMD. (https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-954/vitamin-e)
Tocopheryl Acetate: Uses, Benefits, and Risks. Healthline. (https://www.healthline.com/health/tocopheryl-acetate)
Vitamin E (Tocopherol) Test. MedlinePlus. (https://medlineplus.gov/lab-tests/vitamin-e-tocopherol-test/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป