Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

วิตามินดีสำหรับการรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อ (Fibromyalgia) และ กลุ่มอาการความล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome)

ประโยชน์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,109,113 คน

 วิตามินดีสำหรับการรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อ (Fibromyalgia) และ กลุ่มอาการความล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome)

>วิตามินดี กับ การปวดกล้ามเนื้อ

การที่มีระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำสามารถทำให้ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนแรงได้ มีการศึกษาพบว่า คนที่ป่วยด้วยโรคปวดกล้ามเนื้อ (Fibromyalgia (FMS)) และกลุ่มอาการความล้าเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome (CFS)) มีมากถึง 25% ที่มีระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำ และวิตามินเสริมสามารถช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ในผู้ป่วยบางคน มีการศึกษาหนึ่งแสดงว่า ในกลุ่มคนที่ขาดวิตามินดีนั้น ต้องการยาบรรเทาอาการปวดชนิดเสพติด (Narcotic pain reliever) มากเป็นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ขาดวิตามินดี

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

ร่างกายของคุณนั้นต้องการวิตามินดีเพื่อช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียม สำหรับการเจริญเติบโตและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และยังทำหน้าที่เสริมกับแคลเซียมช่วยป้องกันคุณจากโรคกระดูกพรุน

ขนาดของวิตามินดีที่ใช้

ผู้เชี่ยวชาญทางโรค FMS และ ME/CFS ได้แนะนำไว้ว่าควรได้รับวิตามินดี 1,000-2,000 IU ต่อวัน ซึ่งเป็นขนาดที่สูงกว่าที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) ได้เคยแนะนำไว้ว่าวิตามินดีเพียง 600 IU ต่อวันสำหรับบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตามการศึกษาใหม่ ๆ มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับความสำคัญของวิตามินดีว่าต้องบริโภคขนาดเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

หากคุณกำลังจะใช้วิตามินดีเสริม คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งถึงขนาดที่เหมาะสม เพราะหากคุณใช้ในขนาดที่สูงเกินไป แพทย์จำเป็นที่จะต้องตรวจเลือดเพื่อติดตามระดับวิตามินดีให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้รับปริมาณมากเกินความจำเป็น

แหล่งอาหารอุดมไปด้วยวิตามินดี

หากคุณกำลังมองหาอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีแทนที่จะทานพวกวิตามินดีเสริม คุณสามารถหาทานได้ง่ายเลยทีเดียว

  • วิตามินดีสามารถหาได้ในอาหารต่อไปนี้
  • ไข่
  • สวิสชีส (Swiss cheese)
  • ปลาบางชนิด เช่น แซลมอน แมคเคอเรล ทูน่า ซาร์ดีน

นอกจากนี้คุณยังได้รับวิตามินดีผ่านแสงอาทิตย์อีกด้วย ดังนั้น เพียงเพิ่มเวลาออกไปรับแสงแดดนอกบ้านบ้างก็ช่วยให้คุณได้รับวิตามินดีเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ผลิตอาหารหลายแห่งก็ได้มีการเติมธัญพืชและนม เพื่อป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets)

ผลข้างเคียงจากวิตามินดี

ไม่ว่าจะเป็นวิตามินดีจากธรรมชาติหรืออาหารเสริมต่างก็มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้เหมือนกัน ซึ่งวิตามินดีที่มากเกินไปสามารถเป็นพิษต่อร่างกายได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก อ่อนแรง และน้ำหนักลด ที่สำคัญอย่าลืมแจ้งและสอบถามแพทย์เกี่ยวกับปริมาณวิตามินดีที่คุณควรได้รับในแต่ละวัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป