Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

วิตามินซี กรดแอสคอร์บิก

อ่านข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับวิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) ประโยชน์ที่มีต่อร่างกายและโรคที่เกิดขึ้นหากขาดวิตามินเหล่านี้ รวมถึงแหล่งจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ศัตรูของวิตามินซี ที่สำคัญคืออาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป ตลอดจนรวมทั้งคำแนะนำที่น่าสนใจต่างๆมากมาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,629,834 คน

วิตามินซี กรดแอสคอร์บิก

วิตามินซี หนึ่งในวิตามินสำคัญอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนนิยมกินเป็นอาหารเสริม เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า นอกจากนี้แล้ววิตามินซีมีดีอะไรอีกบ้าง เพราะฉะนั้นสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินซีได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้

ข้อเท็จจริงของวิตามินซี

  • ละลายในน้ำและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
  • สัดส่วนใหญ่สังเคราะห์วิตามินซีเองได้แต่มนุษย์ ลิงและหนูตะเภาต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารที่รับประทาน
  • มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆเหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
  • มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.)
  • ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด
  • ขณะที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 60 มิลลิกรัม (ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรแนะนำที่ 70-95 มิลลิกรัม)
  • ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้สูงอายุต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้น (ร่างกายสูญเสียวิตามินสี่ 25-100 มิลลิกรัมต่อการสูบบุหรี่หนึ่งมวน
  • ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (แอลดีแอล)

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

  • ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้และอาการเลือดออกตามไรฟัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • เร่งแผลหลังผ่าตัดให้หายเร็วขึ้น
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิดและช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภทช่วยต่อต้านการสร้างสารในโตรซามีน (ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง)
  • เป็นยาระบายตามธรรมชาติ
  • ลดการเกิดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
  • ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
  • ต่อชีวิตให้เซลล์โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น
  • เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก
  • ลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
  • ช่วยลดความดันเลือด
  • ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • โรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน
  • โรคเลือดออกตามไรฟัน
  • แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
  • ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว มะเขือเทศ แคนตาลูป ดอกกะหล่ำ มันฝรั่งและพริกไทย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • วิตามินซีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายที่สุด มีจำหน่ายทั้งในรูปเม็ดอัด แคปซูล ลูกอมเม็ด แบบแตกตัวช้า น้ำเชื่อม แบบผง แบบเคี้ยว หรือเรียกได้ว่าแทบทุกรูปของวิตามินที่มีอยู่ในโลกนี้
  • วิตามินซีบริสุทธิ์ คือรูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเดกซ์โทรสจากข้าวโพด (ถึงแม้จะไม่มีข้าวโพดหรือเดกซ์โทรสลงเหลืออยู่เลย)
  • ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจากธรรมชาติหรือแบบอินทรีย์(organic) และกรดแอสคอร์บิกสังเคราะห์โดยทั่วไปคือความยากง่ายในการย่อยและดูดซึมซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน
  • ผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมอาหารที่ดีที่สุดคือวิตามินซีที่ประกอบด้วยไบโอฟลาโวนอยด์ เฮสเพอริดิน และรูติน (บางครั้งอาจเห็นชื่อเหล่านี้บนฉลากว่าเกลือซิตรัส)
  • วิตามินซีในรูปแบบเม็ดหรือแบบแคปซูลหนังมีขนาด 1000 มิลลิกรัมส่วนในรูปผงละลายน้ำมันมีขนาด 5000 มิลลิกรัมต่อช้อนชา
  • ขณะที่มากแนะนำให้รับประทานกันคือ 500 มิลลิกรัมไปจนถึง 4 กรัมต่อวัน
  • วิตามินซีจากโรสฮิปหรือผลกุหลาบจะมีไบโอฟลาโวนอยด์ และเอนไซม์อื่นๆที่ช่วยให้วิตามินซีแตกตัวได้ดีถือเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่ดีที่สุด (วิตามินซีถูกสร้างขึ้นที่ส่วนป้ายดอกซึ่งเรียกว่าฮิป)
  • อะซีโรลาซี (Acerola C) คือวิตามินซีที่สกัดจากผลอะโรซีลาเบอร์รี่

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป

  • หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วจากกรดออกซาลิกและกรดยูริกได้ (การรับประทานแมกนีเซียม วิตามินบีหกและดื่มน้ำมากๆช่วยป้องกันได้) บางครั้งการรับประทานในปริมาณสูงมาก (มากกว่า 10 กรัมต่อวัน) อาจก่อให้เกิดผลไม่เป็นประสงค์เช่น อาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อยและผื่นตามผิวหนัง หากคุณมีอาการดังกล่าวควรลดปริมาณที่รับประทานลง
  • คนไข้โรคมะเร็งที่กำลังฉายรังสีหรือเคมีบำบัดไม่ควรรับประทานวิตามินซีเพราะมันอาจเปลี่ยนผลการตรวจได้

ศัตรู

น้ำ การปรุงอาหาร ความร้อน แสง ออกซิเจน การสูบบุหรี่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

คำแนะนำ

  • เนื่องจากวิตามินซีจะถูกขับออกจากร่างกายภายในสอง-3 ชั่วโมงหลังรับประทานขึ้นกับปริมาณอาหารในกระเพาะและการรักษาระดับของวิตามินซีในเลือดให้อยู่สูงตลอดถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพ จึงขอแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารมื้อเช้าและเย็น วิตามินซีในปริมาณสูงอาจกระทบถึงการตรวจเลือดรวมทั้งผลการตรวจมะเร็งปากมดลูก (แป๊ปสเมียร์) ได้ดังนั้นหากคุณกำลังจะไปตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ อย่าลืมแจ้งแพทย์ว่าคุณกำลังรับประทานวิตามินซีอยู่การวินิจฉัยจะได้ไม่ผิดพลาด (วิตามินซีอาจทำให้ตรวจไม่พบเลือดในอุจจาระจะทำให้การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่คลาดเคลื่อนได้)
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานควรทราบว่าค่าที่ได้จากการตรวจหาน้ำตาลในเป๋าสวอาจไม่ถูกต้องหากคุณรับประทานวิตามินซีปริมาณสูง (แต่มีชุดตรวจพิเศษที่ทำให ผู้ที่เป็นเบาหวานควรทราบว่าค่าที่ได้จากการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะอาจไม่ถูกต้องหากคุณรับประทานวิตามินซีปริมาณสูง (แต่มีชุดตรวจพิเศษ ที่วิตามินซีไม่ทำให้ผลเปลี่ยนแปลงเช่นกันลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ของคนดู)
  • ยารักษาโรคเบาหวานเช่น คลอร์โพรพาไมด์ (ไดอะบินีส) และยาในกลุ่มซัลฟาอาจมีประสิทธิภาพด้อย ลงหากรับประทานร่วมกับวิตามินซี
  • สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดสองหรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูงสามารถลดความดันโลหิตได้เพียงรับประทานวิตามินซีวันละ 500 มิลลิกรัม
  • สำหรับผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้มีเหล็กสะสมในร่างกายมากเช่นทาลัสซีเมีย หรือฮีโมโครมาโตซิสไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินซีปริมาณสูง
  • หากคุณรับประทานวิตามินซีเกินกว่า 750 มิลลิกรัมต่อวัน แนะนำให้รับประทานแมกนีเซียมเสริมด้วย เป็นการป้องกันการเกิดนิ่วในตายที่ได้ผลดี
  • ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ทำลายวิตามินซีดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งมีก๊าซชนิดหนึ่งหนาแน่นควรรับประทานวิตามินซีให้มากขึ้น
  • หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิดคุณจะต้องการวิตามินซีเพิ่ม
  • เพื่อให้วิตามินซีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดควรให้มันได้ทำงานร่วมกันกับไบโอฟลาโวนอยด์ แคลเซียม และแมกนิเซียม
  • หากคุณรับประทานแอสไพรินแนะนำให้เพิ่มปริมาณการรับประทานวิตามินซีเพราะแอสไพรินทำให้วิตามินซีถูกขับเร็วขึ้นถึงสามเท่า
  • เมื่อคุณรับประทานโสมควรเว้นระยะ 2 ชั่วโมงก่อนหรือหลังรับประทานวิตามินซีหรืออาหารที่มีวิตามินซีสูง
  • เพื่อบรรเทาอาการหวัดรับประทานวิตามินซี 1000 มิลลิกรัมวันละสองเวลาพบว่าช่วยลดระดับฮีสตามีนในเลือดลดลงถึงร้อยละ 40 (ฮีสตามีนเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกน้ำตาไหลนั่นเอง)

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินรักษาสิว
วิตามินรักษาสิว

วิตามินรักษาสิวชนิดรับประทานและใช้ภายนอก พร้อมข้อปฏิบัติที่ทำให้วิตามินออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ และผู้ใช้ปลอดภัย

ดูในแอป