Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
โภชนาการ

วิตามินบีรวม (Vitamin B complex)

การทำงานและประโยชน์ของวิตามินแต่ละตัวในกลุ่ม วิตามินบีรวม ข้อแนะนำปริมาณการใช้ และสิ่งที่ต้องระวังเมื่อจะกินวิตามินนี้ อย่างละเอียด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,120,904 คน

วิตามินบีรวม (Vitamin B complex)

วิตามินบีรวม จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ วิตามินบีรวม มักกล่าวถึงวิตามินที่ละลายน้ำได้ที่ไม่ใช่วิตามินซี ได้แก่ 

  • วิตามินบี 1 หรือไธอะมีน (Thiamine) 
  • วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (Riboflavin) 
  • วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน (Niacin) 
  • วิตามินบี 5 หรือกรดแพนโทเธนิก (Pantothenic acid) 
  • วิตามินบี 6 หรือไพริดอกซีน (Pyridoxine) 
  • วิตามินบี 7 หรือไบโอติน (Biotin
  • วิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก (Folic acid
  • วิตามินบี 12 หรือโคบาลามิน (Cobalamin) 

องค์ประกอบของวิตามินแต่ละชนิดในวิตามินบีรวม 

องค์ประกอบของวิตามินมีโครงสร้างเฉพาะตัว และทำหน้าที่แตกต่างกันต่อร่างกาย ดังนี้

วิตามิน บทบาทต่อร่างกาย
Thiamine (Vitamin B1) - เป็นโคเอนไซม์ของร่างกาย
- ใช้สำหรับภาวะ Korsakoff’s psychosis ซึ่งเป็นอาการทางจิตประสาทจากพิษสุราเรื้อรัง และกลุ่มอาการ Wernicke–Korsakoff syndrome
- ผู้ป่วยภาวะเพ้อ (Delirium)
- ผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ
Riboflavin (Vitamin B2) - เป็นสารตั้งต้นของเอนไซม์ในกลุ่มฟลาโวโปรตีน (Flavoprotein)
- ใช้สำหรับภาวะขาดวิตามินบี 2 (Ariboflavinosis) หรือโรคปากนกกระจอก
Niacin (Vitamin B3) - เป็นสารตั้งต้นของ NAD และ NADP ที่ใช้ในกระบวนการถ่ายทอดพลังงานภายในเซลล์
- ใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยาลดไขมันในผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูงชิดที่ 4 และ 5
Pantothenic acid (Vitamin B5) - เป็นสารตั้งต้นของโคเอนไซม์ ชนิด A ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแมทาบอลิซึมคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
- มีข้อมูลการรักษาในหลายโรค เช่น ภาวะอัณฑะบิดขั้ว แผลเบาหวาน ช่วยรักษาแผล สิว ผู้ป่วยโรคอ้วน อาการปลายประสาทอักเสบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- มีการศึกษาถึงคุณสมบัติการลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล
Pyridoxine (Vitamin B6) - Pyridoxal 5’-phosphate เป็นโครงสร้างออกฤทธิ์ของไพริดอกซีน ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในกระบวนการแมทาบอลิซึมกรดอะมิโน กลูโคส และไขมัน
- ใช้สำหรับภาวะขาดวิตามินบี 6
- ใช้ป้องกันภาวะปลายประสาทอักเสบจากการใช้ยา Isoniazid
Biotin (Vitamin B7) - เป็นโคแฟกเตอร์ ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในกระบวนการแมทาบอลิซึม และควบคุมการแสดงออกของยีน
- ใช้ในผู้ป่วยภาวะขาดไบโอติน มีการอาการแสดง เช่น ผมร่วง ผิวหนังอักเสบ และอาการทางระบบประสาท
- ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการใช้ไบโอตินเพื่อบำรุงเส้นผม
Folic acid (Vitamin B9) - โฟเลท (Folate) เป็นโครงสร้างออกฤทธิ์ของกรดโฟลิก เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ DNA และกระบวนการแมทาบอลิซึมของ DNA
- ใช้ในผู้ป่วยภาวะขาดกรดโฟลิก ภาวะโลหิตจางชนิดที่เซลล์เม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่ (Megaloblastic anemia) และโรคโลหิตจางจากการขาดสารอาหาร
- ใช้ป้องกันการขาดในสตรีมีครรภ์ และในเด็ก
Cobalamin (Vitamin B12) - เป็นโคแฟกเตอร์ ทำงานร่วมกับเอนไซม์เมไทโอนีนซินเทส (Methionine synthase) มีบทบาทในการสังคราะห์เมไธโอนิน (Methionine) ซึ่งจำเป็นในกระบวนการสังเคราะห์ DNA RNA และโปรตีน
- ใช้ในผู้ป่วยขาดวิตามินบี 12 ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความจำ โรคอัลไซเมอร์
- ใช้กระตุ้นอารมณ์ กระตุ้นพลังงาน ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย จึงพบการเติมโคบาลามีนในเครื่องดื่มชูกำลังมีการ
- ใช้ในโรคหัวใจ โรคไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง โรคเบาหวาน ปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน โรคทางระบบประสาท กระดูกพรุน และโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินบีรวมจัดอยู่ในกลุ่มยาทั่วไป ไม่ได้อยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ ยาเสพติด ยาควบคุมพิเศษ หรือยาอันตราย สำหรับบุคคลทั่วไปเภสัชกรสามารถจำหน่ายยาและให้คำแนะนำในการใช้ยาได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพฯ รูปแบบยาที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่

  • วางจำหน่ายในรูปของยาเม็ดวิตามินบีรวม (Vitamin B complex) ชนิดรับประทาน
  • วางจำหน่ายในรูปของยาเม็ดวิตามินรวม ร่วมกับวิตามินอื่น (Multivitamin) ชนิดรับประทาน

ข้อบ่งใช้ของวิตามินบีรวม (Vitamin B complex)

ใช้ป้องกันการขาดวิตามินบี หรือป้องกันการขาดวิตามินบี

ขนาดและวิธีการใช้วิตามินบีรวม (Vitamin B complex)

วิตามินบีรวมมีขนาดและวิธีการใช้ตามข้อบ่งใช้ ดังนี้

  • เนื่องจากวิตามินบีรวมในแต่ละยี่ห้อ มีปริมาณของวิตามินบีแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน แนะนำให้รับประทานตามคำแนะนำและวิธีใช้บนฉลาก
  • สามารถสังเกตจากปริมาณของวิตามินบีแต่ละชนิดบนฉลาก โดยอาจแสดงปริมาณตัวเลข หรือ % RDI (ร้อยละของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน)

    โดยปริมาณวิตามินบีแต่ละชนิดที่ร่างกายต้องการต่อวัน เป็นไปดังนี้
วิตามิน ปริมาณที่ควรได้รับต่อวันในชาวไทย
(Recommended Daily Intakes; Thai RDI)
Thiamine (Vitamin B1) 1.5 มิลลิกรัม (mg)
Riboflavin (Vitamin B2) 1.7 มิลลิกรัม (mg)
Niacin (Vitamin B3) 20 มิลลิกรัมเทียบเท่าของ niacin (mg NE)
Pantothenic acid (Vitamin B5) 6 มิลลิกรัม (mg)
Pyridoxine (Vitamin B6) 2 มิลลิกรัม (mg)
Biotin (Vitamin B7) 150 ไมโครกรัม (mcg)
Folic acid (Vitamin B9) 200 ไมโครกรัม (mcg)
Cobalamin (Vitamin B12) 2 ไมโครกรัม (mcg)

หมายเหตุ ปริมาณที่ระบุเป็นปริมาณที่ควรได้รับในชาวไทย กลุ่มบุคคลทั่วไป

ข้อควรระวังในการใช้วิตามินบีรวม

ข้อควรระวังที่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกิน อาจมีดังต่อไปนี้

  • วิตามิน บี 1 ควรระวังการเกิดการแพ้ยา
  • วิตามินบี 3 ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เกาท์ โรคตับ โรคถุงน้ำดี หรือแผลในกระเพาะอาหาร
  • วิตามิน บี 6 ควรระวังการใช้ในผู้ที่ใช้ยา Levodopa หรือ Phenytoin

ผลข้างเคียงของการใช้วิตามินบีรวม ได้แก่

หากใครกินวิตามินบีรวมแล้วมีอาการดังนี้ อาจลองปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

  • วิตามินบีรวมมีผลข้างเคียงต่ำหากปริมาณที่ใช้ไม่เกินกว่าปริมาณ RDI
  • อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ข้อควรทราบอื่นๆ เกี่ยวกับวิตามินบีรวม (Vitamin B complex)

ข้อควรทราบอื่นๆ มีดังนี้

  • ยานี้ยังไม่ถูกจัดกลุ่มตามดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ (Pregnancy Safety Index) อย่างไรก็ตาม การใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  • ยาสามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ในกรณีรับประทานก่อนอาหารแล้วเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร แนะนำให้รับประทานหลังอาหาร
  • ยานี้แนะนำให้เก็บรักษาที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส เก็บให้พ้นจากแสง

4 การอ้างอิง
HonestDocs มีแนวทางการจัดหาที่เข้มงวดและอาศัยการศึกษาแบบ peer-reviewed สถาบันการศึกษาและสมาคมการแพทย์ เราหลีกเลี่ยงการใช้การอ้างอิงระดับอุดมศึกษา คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เรามั่นใจว่าเนื้อหาของเรานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยอ่านนโยบายการแก้ไขของเรา

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ดูในแอป