สุขภาพเด็ก

ปัญหาทางสายตา 5 ประการที่ลูกน้อยอาจประสบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
ปัญหาทางสายตา 5 ประการที่ลูกน้อยอาจประสบ

โดยสามัญสำนึกแล้วการดูแลลูกต้องใช้ความเอาใจใส่อย่างมากอยู่แล้ว ซึ่งประเด็นที่ควรให้ความสนใจมีอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือดวงตาของลูกน้อย เมื่อพวกเขาเกิด ตาของพวกเขาจะเริ่มวิวัฒนาการและเจริญเติบโตตามวัย ดวงตาของลูกน้อยต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนของพวกเขา ทำให้การพาพวกเขาไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภัยของดวงตาเป็นสิ่งจำเป็น การตรวจดวงตาครั้งแรกของเด็กมักให้ทำกันในช่วงที่พวกเขาอายุห้าถึงหกขวบ หากลูกของคุณมีปัญหาตาหรี่ หรือถ้าคุณเป็นภาวะสายตาสั้นก็ยิ่งต้องพาลูกไปตรวจตอนอายุยังน้อย รายละเอียดต่อไปนี้คือภาวะที่ส่งผลต่อทัศนวิสัยและดวงตาของลูกของคุณ

ภาวะกำลังหักเหแสงของตาผิดปรกติ: ลูกของคุณจะไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากความหักเหของแสงจากภายนอกเข้าไปรบกวนประสาทตา (ประสาทที่ช่วยรับภาพเข้าไปสู่สมอง)

สายตายาว: เด็กทุกคนจะเกิดมาโดยมีกำลังไดออปเตอร์ที่ +2.5 (สายตายาว) ในช่วงไม่กี่ปี (มักจะเป็นช่วงสามปีแรกของชีวิต) ดวงตาของพวกเขาจะเติบโตขึ้น จนค่าสายตาลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ในช่วงอายุ 12 ขวบ ในบางกรณีดวงตาของเด็กจะเล็กกว่าปกติ ทำให้มองวัตถุใกล้สายตาพวกเขาลำบาก ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาเพื่อมองดูวัตถุนั้น ๆ โดยผู้ปกครองต้องตระหนักดีว่าพฤติกรรมการหรี่ตาจ้องมองของลูกนั้นไม่ปกติ และต้องทำการตรวจกับจักษุแพทย์ หรือกุมารจักษุแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจสอบความผิดปรกติของกำลังหักเหแสงของดวงตาลูก

สายตาสั้น: โดยทั่วไปภาวะนี้จะเกิดขึ้น ณ ช่วงอายุ 11 ถึง 12 ปี และจะเพิ่มขึ้นระหว่างช่วงอายุ 11 ถึง 15 ปีตามการเจริญเติบโตของร่างกาย หลังจากนี้ ความผิดปรกติจะเริ่มคงที่ แต่หากพ่อแม่ทั้งสองเป็นภาวะสายตาสั้นเช่นเดียวกัน ลูกก็อาจมีภาวะนี้เมื่ออายุ 4 ถึง 5 ปีได้ อีกทั้งการให้เด็กเล่น อ่าน หรือเขียนในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอตั้งแต่ยังเด็กก็ก่อให้เกิดภาวะสายตาสั้นอีกเช่นกัน

สายตาเอียง: เป็นความผิดปรกติทางสายตาที่ไม่อาจจับจุดโฟกัสของสายตาได้ โดยภาวะสายตาเอียงจะเริ่มอาการตั้งแต่อายุน้อยเนื่องจากความแตกต่างทางความโค้งระหว่างแกนทั้งสองของกระจกตาตั้งแต่เกิด

โรคสายตาขี้เกียจ: เป็นภาวะที่สมองเพิกเฉยต่อสัญญาณจากตาข้างหนึ่ง ทำให้เด็กมองด้วยตาข้างนั้นได้ไม่ดีนัก ซึ่งปรากฏตั้งแต่ช่วงอายุ 8 หรือ 9 ขวบ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดชีวิต ดังนั้นทางผู้ปกครองควรทำการวินิจฉัยหาความผิดปรกติของสายตาของลูกตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เพื่อป้องกันโรคสายตาขี้เกียจไม่ให้ร้ายแรงมากไปกว่านี้

อีกทั้งการรักษาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงในเด็กนั้นสามารถทำได้ด้วยการให้พวกเขาสวมแว่น บางกรณีที่ตาข้างเดียวมีความผิดปรกติสูงจนต้องใช้คอนแทกเลนส์ หรือการผ่าตัดเลซิกเพื่อแก้ไข ซึ่งการผ่าตัดดังกล่าวมักทำกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หลังจากสวมแว่นแล้ว หากสายตาของลูกยังคงไม่พัฒนาสมบูรณ์ ต้องมีการบำบัดด้วยการปิดตาข้างที่ดีเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงขณะที่พวกเขาใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ตาข้างที่มีปัญหาทำงานมากกว่าเดิม ซึ่งช่วยพัฒนาสายตาให้ดียิ่งขึ้น หากจำเป็นต้องใช้การบำบัดเช่นนี้ ต้องขอคำแนะนำจากกุมารจักษุแพทย์เสียก่อน เนื่องจากการบำบัดวิธีนี้ต่อเนื่องจนเกินไปจะเป็นผลเสียต่อตาทั้งสองข้าง

ตาบอดกลางคืน

เด็กที่มีปัญหาในการมองในเวลากลางคืนจะถูกคาดการณ์ว่าเป็นโรคขาดวิตามิน A (VAD) โดยเด็กที่เป็นความบกพร่องนี้มักจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีอาการป่วยทางร่างกายรุนแรง หรือกลุ่มที่มีแม่ที่ขาดสารอาหาร VAD เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดของการเกิดภาวะตาบอดในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง ซึ่งสามารถป้องกันได้จากการบริโภคอาหารอุดมวิตามิน A เช่นแครอท มันเทศ มะม่วง ถั่ว มะเขือเทศ และผักโขม เป็นต้น

โรคกระจกตาโปนเนื่องจากภูมิแพ้

เป็นภาวะที่ซึ่งกระจกตาของเด็กเริ่มบางลงกว่าปกติเนื่องมาจากภาวะภูมิแพ้ ซึ่งชนิดของภาวะภูมิแพ้ที่กล่าวมาที่มักพบเห็นได้มากคือภูมิแพ้เกสรดอกไม้ แพ้ละอองฝุ่น ไรฝุ่น หรือแพ้ขนสัตว์ เป็นต้น ส่วนอาการแพ้ที่มีผลต่อตาก็เช่นอาการคัน แสบตา มีสารคัดหลั่งออก และตาแดง เป็นต้น เด็กที่เป็นภูมิแพ้มักจะขยี้ตาโดยไม่ตั้งใจทำให้กระจกตาบางลง ส่งผลให้เป็นกระจกตาโปน หรือมีภาวะหักเหแสงของดวงตาผิดปรกติ การป้องกันสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้เช่นนี้ทำได้ง่าย ๆ คือการหักห้ามไม่ให้ขยี้ตาตัวเอง ซึ่งหากเกิดความรู้สึกระคายเคืองที่ตา ก็สามารถใช้การประคบความเย็นนอกเปลือกตา หรือล้างดวงตาด้วยน้ำสะอาดเย็น หรือไปรับยาหยอดตาสำหรับภูมิแพ้จากแพทย์ได้อีกเช่นกัน อีกวิธีการในการป้องกันภูมิแพ้ที่ดวงตาของเด็กคือการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่ของพวกเขาให้ปลอดสิ่งกระตุ้นอาการ ส่วนในกรณีที่เป็นภูมิแพ้ที่ดวงตาอย่างรุนแรงนั้นอาจต้องใช้การรักษาด้วยยาหยอดตาที่มีสเตอรอยด์เข้ามาช่วย

ภาวะเปลือกตาอักเสบ

เป็นภาวะที่เด็กจะรู้สึกระคายเคืองและคันที่ขอบเปลือกตา หากให้แพทย์ตรวจด้วยการส่องจะพบสะเก็ดอยู่บนเปลือกตา สามารถดูแลเด็กเป็นภาวะดังกล่าวด้วยการเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด หรือล้างออกด้วยแชมพูสำหรับเด็กสองครั้งต่อวัน หลังจากนั้นให้ทาครีมขี้ผึ้งที่ทางแพทย์จัดหามาให้ทับบริเวณที่เป็นสองครั้งต่อวันเป็นเวลาติดต่อกันไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้าผ่านไปนาน ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรพาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเปลือกตาต่อไป

ท่อน้ำตาอุดตัน

เด็กที่มีช่วงอายุหกเดือนอาจประสบกับปัญหาน้ำตาหรือสารคัดหลั่งไหลออกจากตาทั้งแบบข้างเดียวหรือสองข้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายยังคงพัฒนาท่อน้ำตาอยู่ (ช่องที่ต่อให้น้ำตาไหลลงสู่จมูก) ซึ่งหากผ่านช่วงอายุนี้ไปแล้วแต่ท่อปิดอยู่ ทางแพทย์ก็แนะนำให้ใช้วิธีการนวดถุงน้ำตาเพื่อเปิดช่องดังกล่าวซึ่งทำได้สี่ถึงห้าครั้งในหนึ่งวัน พร้อมกับการทำความสะอาดรอบดวงตาและหยอดยาปฏิชีวนะ หากท่อดังกล่าวยังคงปิดอยู่ ทางแพทย์จะแก้ไขด้วยวิธีการให้ยาระงับประสาทเพื่อทำการกระตุ้นเปิดท่อ ซึ่งหากยังคงปิดอยู่ ต้องใช้วิธีการผ่าตัดเปิดช่องเชื่อมระหว่างถุงน้ำตากับช่องจมูกเป็นตัวเลือกสุดท้าย ดังนั้นทางผู้ปกครองต้องสังเกตและสื่อสารกับบุตรหลานเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของพวกเขาเพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขสมบูรณ์ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

สาเหตุและการรักษาแก้ไขจมูกตัน

อาการคัดจมูกเป็นความรู้สึกที่เหมือนมีบางอย่างมาปิดกั้นรูจมูกซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คุณภาพชีวิต พลังงาน ความสามารถในการหายใจ การนอนหลับ และอื่น ๆ สำหรับผู้คนทั่วไป อาการคัดจมูกมักจะเกิดในช่วงฤดูหนาวเป็นปรกติอยู่แล้วจึงเพิกเฉยต่ออาการดังกล่าวไป ในความเป็นจริงแล้ว อาการจมูกตันนั้นสามารถก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อีก บทความนี้จึงได้รวบรวมคำแนะนำรับมือกับอาการนี้ในช่วงฤดูหนาวดังนี้

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาคัดจมูก?

จมูกของคนเราจะเยื่อเมือกบุผิวชั้นบาง ๆ อยู่ ซึ่งสามารถบวมออกและทำให้เกิดการอุดตันได้ การบวมออกดังกล่าวมักเรียกกันว่า “เยื่อจมูกอักเสบ” และเกิดจากหลายสาเหตุ การติดเชื้อทางดวงตาเองก็เป็นสาเหตุทั่วไปของการบวมในชั้นเยื่อบุจมูก แต่นอกเหนือจากนี้ การอักเสบของเยื่อบุจมูกอาจมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียในจมูกและโพรงจมูก หรือแม้แต่ภูมิแพ้ก็เป็นได้

บางครั้งอาการคัดจมูกก็มาพร้อมกับอาการอื่น ๆ อีก อย่างเช่นน้ำมูกไหล ปวดบริเวณใบหน้า ภาวะจมูกไม่ได้กลิ่น จาม คันจมูก และมีสะเก็ดแห้งกรัง เป็นต้น

การรักษาอาการคัดจมูก

การดูแลรักษาอาการคัดจมูกมีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของมัน:

  • ถ้าสาเหตุของอาการคัดจมูกคือเยื่อบุจมูกอักเสบ แพทย์เฉพาะทางที่ดูแลอาจจะออกยาอย่างสเปรย์พ่นจมูกสเตรอยด์ ยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้คัดจมูกให้
  • หากอาการตันของจมูกเกิดจากความผิดปรกติของโครงสร้างภายในจมูก อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดเข้ามาช่วย
  • หากเป็นการโตขึ้นของต่อมอดีนอยด์และทอนซิลก็ต้องพึ่งการผ่าตัดเช่นกัน

ภาวะแทรกซ้อน

หากเพิกเฉยเป็นระยะเวลานาน อาการคัดจมูกจะส่งผลต่อความสามารถในการได้ยินและพูดคุยได้ มันยังทำให้เกิดการนอนกรนและอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สำหรับเด็กทารก มันนำไปสู่ภาวะหายใจลำบากซึ่งอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งการละเลยต่อสัญญาณอาการที่เกี่ยวข้องกับจมูกต่าง ๆ อย่างการแน่นจมูก จาม หรือมีสารคัดหลั่งออกจากจมูกนั้นอาจเป็นผลเสียไปยังปอดอีกด้วย

จมูกมีหน้าที่กรองฝุ่นและละอองเกสรที่อยู่ในอากาศ มันช่วยทำให้อากาศที่คุณหายใจเข้าไปเกิดความชื้นเพื่อไม่ให้ปอดและหลอดลมของคุณแห้ง ดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจมูกของคุณอย่างที่สุด

คำแนะนำเพื่อการบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก:

  • จิบเครื่องดื่มร้อน ๆ : ผลของของเหลวร้อน ๆ จะเหมือนกับตัวต้านการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกชั่วคราวได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่ระบบจมูกของคุณ อีกทั้งการดื่มน้ำยังช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของร่างกายได้อีกด้วย
  • ใช้ไอระเหย: ทั้งเครื่องพ่นไอระเหยหรือเครื่องทำความชื้นในอากาศจะช่วยทำให้กระบวนการหายใจเกิดขึ้นอย่างผ่อนคลาย หรืออาจใช้ไอระเหยกลิ่นหอมต่าง ๆ ช่วยก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • ใช้สเปรย์ลดน้ำมูก: สเปรย์น้ำเกลือจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในช่วงหน้าหนาว หรือสามารถใช้เพื่อล้างมูกเหนียวออกจากจมูกก็ได้
  • สูดไอน้ำ: การสูดไอน้ำจะช่วยเปิดและบรรเทาอาการระคายเคืองในช่องจมูกได้
  • ดื่มชามาก ๆ : การดื่มชาสะระแหน่จะช่วยเร่งการชำระล้างของเสียในจมูกได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับอย่างเพียงพอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงการเกิดไข้หวัดได้ ผู้ที่นอนพักผ่อนน้อยกว่าเจ็ดชั่วโมงมักจะเจ็บไข้ได้ป่วยมากกว่าปกติถึงสามเท่า

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่