มะเร็งและโรคร้าย

โรคเส้นเลือดในสมองแตก รู้ก่อนเป็น ป้องกันได้ เลี่ยงเสียชีวิต

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
โรคเส้นเลือดในสมองแตก รู้ก่อนเป็น ป้องกันได้ เลี่ยงเสียชีวิต

โรคเส้นเลือดในสมองแตก เป็นโรคอันตรายที่ทำให้ต้องหามส่งโรงพยาบาลได้แบบกะทันหัน และอาจเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ทั้งยังเป็นโรคที่คนไทยมักจะเป็นกันเยอะ จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยทีเดียว โรคเส้นเลือดในสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบตัน, อุดตัน จนหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลายจนทำให้การทำงานของสมองหยุดชะงักไป

อาการของโรค

ผู้ที่เป็นโรคมักจะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน จนอาจจะหมดสติได้ หรือในบางรายก็อาจจะไม่มีอาการปวดใด ๆ แต่ระดับความรู้สึกตัวมีต่ำ แขนและขาอ่อนแรง พูดไม่ชัดหรืออาจจะถึงขั้นพูดไม่ได้ไปเลย ซึ่งอาการนั้นจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรวดเร็ว ในบางรายก็อาจจะมีอาการของเส้นเลือดแตกจนไหลออกมาก่อน จนอาจจะทำให้เข้าใจผิดไปว่าศีรษะกระแทกกับสิ่งของจนเลือดออกได้ ส่วนในรายที่มีสภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) ก็อาจจะมีอาการเตือนเหล่านี้แค่ชั่วคราว แล้วก็สามารถที่จะหายไปเอง หรือในหนึ่งวันก็อาจจะเกิดขึ้นได้หลายครั้ง ก่อนที่จะมีการแสดงอาการสมองขาดเลือดไปแบบถาวร

ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นก็ควรทีจะรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการของโรคเส้นเลือดในสมองถือว่ามีความรุนแรงมาก และต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีไม่เช่นนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งเส้นเลือดในสมองแตกนั้นเป็นสาเหตุของอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ผู้ป่วยจึงต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด

อาการของโรคสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ

  1. ระยะของเส้นเลือดเริ่มตีบตัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเกิดการติดขัด สมองจึงได้รับออกซิเจนในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาการเบื้องต้นคือ ตาพร่ามัว ชาตามร่างกาย และอยู่ดี ๆ ก็อาจจะหมดสติได้ เมื่อพบอาการเหล่านี้ให้พาไปพบแพทย์โดยทันที หรือภายใน 2-3 ชั่วโมงที่พบอาการ
  2. ระยะเส้นเลือดในสมองแตกไปแล้ว ระยะนี้อันตรายมาก ๆ เนื่องจากเป็นภาวะที่มีเลือดออกในสมอง ซึ่งจะต้องรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองแตก

สาเหตุสำคัญหลัก ๆ มักจะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา

  • การทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำจนไม่ได้ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • โรคอ้วน
  • มีสภาวะความเครียดสูง
  • ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัดเป็นประจำ

นอกจากนี้ยังสามารถเป็นได้จากโรคประจำตัว

โรคเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะความดันเลือดจนเส้นเลือดในสมองแตก แต่สิ่งเหล่านี้ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ ถ้าได้รับการใส่ใจดูแล แต่ถ้าปล่อยให้สะสมไปนาน ๆ โรคก็อาจจะก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ส่วนอีกสาเหตุของปัจจัยเสี่ยงที่มักจะเลี่ยงไม่ได้คือ อายุที่สูงวัยขึ้น, พันธุกรรม และเชื้อชาติ

โรคเส้นเลือดในสมองแตก พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และพบในผู้ที่มีภาวะการณ์แข็งตัวของเลือดเร็วผิดปกติ เป็นต้น

นอกจากนี้หากพบว่าคนใกล้ชิด มีอาการปวดหัวในตอนเช้า, มีความรู้สึกชาที่แขนและขามาก่อน, ตาพร่ามัวเป็นบางครั้งและถี่ขึ้น ก็ควรที่จะรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจทันที เพราะผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้มักจะไม่ค่อยรู้ตัว และจะรู้อีกทีก็คือเป็นในระยะที่อันตรายต่อชีวิตไปแล้ว ผู้ที่มีอาการข้างต้นจึงควรที่จะต้องเช็คสุขภาพทุกปี ซึ่งหากพบว่าตัวเองมีอาการที่น่าสงสัยของโรคเส้นเลือดในสมองแตกก็ให้ลองปฏิบัติตาม 3 ข้อนี้ คือ

  1. ให้ผู้ที่เป็นทดลองยิ้ม (S) ถ้าไม่มีอาการยิ้มแล้วปากเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือยิ้มได้ยาก ผิดปกติไปจากเดิม แสดงว่าปกติดี
  2. ให้พูดประโยคที่มีประโยคที่สมบูรณ์ (T) เช่น วันนี้ทานข้าวหรือยัง แล้วไม่มีผิดเพี้ยน ลิ้นไม่พันกัน แสดงว่าปกติ
  3. ให้ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น (R) ถ้ายกได้ไม่รู้สึกว่ายากหรือยกไม่ขึ้นก็แสดงว่าปกติดี

ซึ่งทั้ง 3 วิธีในการทดสอบนี้มักจะเรียกกันย่อ ๆ ว่า STR หรือ Smile, Talk, Raise ส่วนอาการอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้ามคือลองให้ผู้ที่ป่วยแลบลิ้นออกมา ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่งก็แสดงว่าส่อถึงอาการอันตรายของโรคแล้ว

การรักษาทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 2 วิธี

  1. รักษาในระยะที่หลอดเลือดตีบตัน โดยการทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติด้วยการทานยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งพบว่ามีผลดีต่อผู้ป่วยที่มีอาการ หรือแสดงอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง
  2. รักษาในระยะหลอดเลือดสมองแตกไปแล้ว โดยการควบคุมเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันเลือด แต่ถ้าเลือดออกมากจนเกินไปก็อาจจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายของเนื้อสมอง

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง

  • พยายามไปตรวจเช็คสุขภาพประจำปี และถ้าพบว่าเป็นแล้วก็ให้รับคำแนะนำและการรักษาจากแพทย์โดยทันที
  • เมื่อเป็นแล้วก็ให้ทายาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด
  • ดูแลสุขภาพของตนเองโดยควบคุมไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม หวานและมัน
  • ออกกกำลังกายทุกวัน วันละประมาณ 30 นาที พร้อมทั้งควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
  • เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกฮอลล์
  • ถ้ามีอาการเตือนของโรค แต่เกิดหายไปได้เองก็อย่านิ่งนอนใจให้รีบไปพบแพทย์โดยทันที
  • สำหรับผู้ที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ด้วยโรคนี้ ก็ควรที่จะใช้ยาพร้อมทั้งทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะถ้าใช้ยาผิด หรือไม่มีการติดตามดูแลที่ใกล้ชิดก็อาจจะเกิดสภาวะแทรกซ้อนจนอาจทำให้ถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ผู้ป่วยเองก็ต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้ครบถ้วน และดูแลสุขภาพจิตใจให้สดใสอยู่ตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงความเครียด ความกดดันควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้งใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท และไม่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตแบบกะทันหัน จึงควรที่จะหมั่นดูแลตัวเอง และลดพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งหลาย ทั้งนี้ก็เพื่อที่ร่างกายจะได้เป็นไปอย่างสมดุล และเป็นการรักษาโรคอย่างตรงจุดโดยแท้จริง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่