สุขภาพผู้ชาย

หลอดเลือดอัณฑะขอด (varicocele) และภาวะมีบุตรยาก

อาการและอาการแสดงของหลอดเลือดอัณฑะขอด และภาวะดังกล่าวทำให้มีบุตรยากได้อย่างไร และทางเลือกในการรักษา
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 468404115 m

หลอดเลือดอัณฑะขอด (varicocele - ออกเสียงว่า VAR-a-co-cell) คือเส้นเลือดที่ขยายใหญ่ขึ้นที่ถุงอัณฑะและอัณฑะ มักพบที่ข้างซ้าย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะพบที่ถุงอัณฑะทั้งสองข้าง และมีน้อยมากที่จะพบที่ข้างขวาเพียงข้างเดียว คุณอาจคุ้นเคยกับเส้นเลือดขอดที่ขา หลอดเลือดอัณฑะขอดก็เช่นกัน เมื่อมีภาวะดังกล่าวหมายถึงลิ้นของหลอดเลือดดำที่ช่วยให้เลือดไหลกลับไปที่หัวใจทำงานได้ไม่ดี

การที่ลิ้นของหลอดเลือดดำทำงานได้ไม่ดี ทำให้เลือดคั่งอยู่ในบริเวณนั้น ส่งผลให้เกิดการบวม อัณฑะหดเล็กลง เป็นหมัน และอาจมีอาการปวดได้

หลอดเลือดอัณฑะขอดนั้นพบได้ค่อนข้างบ่อย โดยพบได้มากถึง 15% ในผู้ชาย ที่จริงแล้วภาวะดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของการเป็นหมันในผู้ชาย โดยพบได้ถึง 40% ของผู้ชายที่มีจำนวนอสุจิน้อย หลอดเลือดอัณฑะขอดนั้นรักษาได้ และตราบใดที่ไม่มีปัญหาด้านการเจริญพันธุ์อื่น ๆ ทั้งทางฝั่งชายและหญิง การตั้งครรภ์โดยไม่ต้องพึ่งพาการรักษาด้านการเจริญพันธุ์อื่น ๆ เพิ่มเติมก็อาจเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นของการตั้งครรภ์หลังจากรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการศึกษาบางชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงอัตราการปฏิสนธิที่เพิ่มขึ้น แต่บางงานก็ไม่เป็นเช่นนั้น คุณควรปรึกษาทั้งทางศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (urologist) และแพทย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (reproductive endocrinologist) ว่าการผ่าตัดจะเป็นประโยชน์ในกรณีของคุณหรือไม่

อาการของหลอดเลือดอัณฑะขอดและการวินิจฉัย

ผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักถึงภาวะนี้จนกว่าพวกเขาจะมีปัญหาด้านการมีบุตร ผลการวิเคราะห์น้ำอสุจิที่ผิดปกติจะนำไปสู่การตรวจร่างกายโดยแพทย์ และทำให้วินิจฉัยภาวะดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ชายบางคนก็มีอาการหรืออาการแสดงอื่น ๆ นอกเหนือจากการมีบุตรยาก ซึ่งอาจเป็นได้ดังนี้

  • อาการปวดหน่วง ๆ หรือรู้สึกหนัก ๆ ที่อัณฑะ โดยเฉพาะหลังจากออกกำลังกาย
  • การบวมหรือคลำได้ก้อนที่ถุงอัณฑะ ซึ่งอาจบรรยายได้ว่าเหมือนถุงใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว
  • อัณฑะข้างหนึ่งเล็กลงกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน

หลอดเลือดอัณฑะขอดสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะอาจขอให้คุณยืนขึ้นและเบ่งลงท้อง แล้วตรวจดูถุงอัณฑะ หากมีหลอดเลือดอัณฑะขอด การยืนจะทำให้หลอดเลือดดังกล่าวใหญ่ขึ้นและเห็นได้ชัดขึ้น โดยอาจเห็นได้ชัดเจนแม้ไม่ได้เบ่ง แพทย์อาจตรวจคุณในท่านอนด้วย โดยหลอดเลือดขอดควรจะหายไปเมื่อคุณอยู่ในท่านอน

เป็นไปได้ที่หลอดเลือดอัณฑะขอดอาจจะสังเกตเห็นไม่ได้จากการตรวจร่างกาย และตรวจพบได้จากการทำอัลตราซาวน์ อย่างไรก็ตาม หลอดเลือดอัณฑะขอดขนาดดังกล่าวมักจะยังไม่ต้องรับการรักษา เนื่องจากงานวิจัยไม่พบความสัมพันธ์กับการเป็นหมันในกรณีเหล่านี้

แพทย์ของคุณอาจสั่งตรวจอัลตราซาวน์หากตรวจร่างกายอย่างคร่าว ๆ หรืออาจสั่งทำหลังจากตรวจพบก้อนในอัณฑะที่ดูไม่เหมือนหลอดเลือดอัณฑะขอด โดยหลอดเลือดอัณฑะขอดมักไม่มีอันตรายหากไม่มีประเด็นเรื่องอาการปวดและการเป็นหมัน แต่อย่าทึกทักไปเองว่าก้อนที่อัณฑะของคุณจะเป็นหลอดเลือดอัณฑะขอดเสมอไป  ก้อนดังกล่าวอาจเป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องรับการรักษาทันทีก็ได้

หลอดเลือดอัณฑะขอดทำให้เป็นหมันได้อย่างไร

การมีภาวะหลอดเลือดอัณฑะขอดมีความสัมพันธ์กับจำนวนอสุจิที่น้อย การเพิ่มขึ้นของอสุจิที่มี DNA ที่ถูกทำลาย รูปร่างของอสุจิที่ผิดปกติ และทำให้อสุจิเคลื่อนที่ได้ไม่ดี ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมหลอดเลือดอัณฑะขอดจึงทำให้เป็นหมันได้ แต่ก็มีอยู่หลายทฤษฎี

ทฤษฎีที่เป็นที่แพร่หลายที่สุดคือ เลือดที่คั่งอยู่เพิ่มอุณหภูมิของถุงอัณฑะและอัณฑะอย่างทั่วถึง ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิถุงอัณฑะจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออสุจิได้

อีกทฤษฎีหนึ่งคือ การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี ทำให้มีระดับสารพิษเพิ่มขึ้น ทำให้อสุจิไม่แข็งแรง อีกทฤษฎีหนึ่งแนะว่าการเพิ่มความดันในถุงอัณฑะส่งผลเสียต่ออสุจิได้ การมีระดับออกซิเจนในอัณฑะต่ำก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

สาเหตุของหลอดเลือดอัณฑะขอดและปัจจัยเสี่ยง

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหลอดเลือดอัณฑะขอดเกิดจากอะไร โดยอาจเริ่มพบตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และพบได้มากที่สุดในชายอายุ 15-25 ปี การมีน้ำหนักเกินก็อาจการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดหลอดเลือดอัณฑะขอดได้

การรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด

ไม่ว่าการรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดจะขึ้นอยู่กับขนาด อาการปวด หรือไม่ว่าจะมีปัญหามีบุตรยากด้วยหรือไม่ก็ตาม และขึ้นอยู่กับแผนการรักษาภาวะมีบุตรยากของคุณด้วย อายุของฝ่ายหญิงจะถูกจดบันทึกไว้ เนื่องจากผลการรักษามักจะไม่ได้ผลเร็ว

ตัวอย่างเช่น หากจำเป็นต้องทำ IVF เนื่องจากการเป็นหมันที่มีปัจจัยจากฝ่ายหญิง ก็ไม่แนะนำให้ผ่าตัดแก้ไขเพื่อรักษา varicocele อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่แนะนำให้รักษาคือหากผลการวิเคราะห์น้ำอสุจิของคุณไม่พบตัวอสุจิเลย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ azoospermia ไม่ได้เกิดจากการอุดกั้นในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ งานวิจัยบางชิ้นไม่พบว่าการรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดในกรณีเหล่านี้จะได้ประโยชน์ และในผู้ชายที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้วก็ยังอาจต้องใช้การเก็บอสุจิ (testicular sperm extraction - TESE) เพื่อเก็บอสุจิไว้ทำ IVF

ในอีกแง่หนึ่ง หากไม่มีปัจจัยที่เกี่ยวกับการมีบุตรยากอื่น ๆ อีก และผลการตรวดน้ำอสุจิของคุณก็เพียงแค่มีจำนวนอสุจิน้อย ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย การรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ  ทางเลือกในการรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ได้แก่

Microsurgical Varicolectomy

การผ่าตัดดังกล่าวต้องใช้ทักษะระดับสูงและทำที่ขาหนีบ (inguinal หรือ subinguinal) โดยเป็นการลงแผลรอยเดียว เหนือองคชาติหนึ่งนิ้ว และทางด้านข้างขององคชาติ และใช้การส่องกล้องเข้าไปช่วยในการผ่าตัดซ่อมแซม การผ่าตัดวิธีนี้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และใช้ระยะเวลาฟื้นตัวน้อยที่สุด ทำให้เป็นทางเลือกด้านการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด

Laparoscopic Varicolectomy

ในกรณีนี้ การผ่าตัดซ่อมแซมจะทำผ่านทางหน้าท้อง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากกว่า และใช้ระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่า จึงไม่นิยมเลือกใช้วิธีนี้

Percutaneous Embolization Treatment

เรียกอีกชื่อว่า radiologic ablation เป็นการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด มีความเสี่ยงและความเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัดดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด การรักษานี้ทำได้โดยให้รังสีแพทย์ฉีกแอลกอฮอล์ หรือวางขดลวดเล็ก ๆ อุดในเส้นเลือดดำที่มีปัญหา ซึ่งต้องใช้รังสีแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญในการรักษาดังกล่าว ซึ่งอาจไม่ได้มีในทุกที่ และยังคงมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับผลสำเร็จของการรักษาด้วยวิธีนี้ในระยะยาวอีกด้วย

การรักษาเหล่านี้ทั้งหมดมีความเสี่ยงอยู่ในระดับหนึ่ง โดย percutaneous embolization มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และ laparoscopic surgical repair มีความเสี่ยงมากที่สุด ควรปรึกษากับแพทย์ให้แน่ใจในเรื่องความเป็นไปได้ของการรักษา โดยให้ได้ข้อมูลครบถ้วนเรื่องความเสี่ยง ผลสำเร็จในการรักษา และระยะเวลาในการฟื้นตัว

ผลสำเร็จในการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่มีงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่าน้ำอสุจิของผู้ป่วยสองในสามดีขึ้น และ 30-50% ของคู่สามีภรรยาสามารถตั้งครรภ์ได้เองโดยธรรมชาติภายหลังการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวงจรชีวิตของอสุจิจะต้องใช้เวลาสามถึงสี่เดือนหลังการผ่าตัดจึงจะเห็นผลที่ดีขึ้นของความแข็งแรงอสุจิ แพทย์อาจแนะนำให้คุณตรวจติดตามด้วยการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิทุกสามถึงสี่เดือนหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหกถึงสิบสองเดือนหลังผ่าตัดกว่าจะเกิดการตั้งครรภ์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่