Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

วัคซีนตับอักเสบเอ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 175,913 คน

ยังไม่มีการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบเอให้หายขาดได้ ดังนั้นวิธีการรักษาเพื่อให้อาการทุเลาลงและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดีที่สุดก็คือ การฉีดวัคซีนตับอักเสบเอ ซึ่งวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เป็นเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดเชื้อตาย ในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบคือ

  1. วัคซีนฮัฟริกซ์ (HAVRIX) : เป็นวัคซีนชนิดแรกที่เข้าสู่ตลาดเมื่อปี 1995 มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอได้ถึง 94%
  2. วัคซีนแวคทา (VAQTA) : เข้าสู่ตลาดเมื่อปี 1996 มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ 100%

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังจัดให้วัคซีนตับอักเสบเอ เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและสามารถป้องกันโรคได้สูงด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ เริ่มที่ 637 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

เซลล์ตับเสียแล้วซ่อมไม่ได้ ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจอยู่เสมอ

Istock 1037536402

ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีนตับอักเสบเอ

เด็กที่มีอายุ 1-2 ขวบควรได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบเข็มแรกได้แล้ว และจะฉีดเข็มที่ 2 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้ว 6-12 เดือน แต่หากเด็กอายุเกิน 2 ขวบไปแล้ว ก็สามารถฉีดตามทีหลังก็ได้ ส่วนผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนตับอักเสบเอมาก่อน ก็ควรเข้ารับการฉีดเพื่อป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเป็นการติดต่อกันผ่านการปนเปื้อน จึงมีความเสี่ยงสูงที่เราอาจจะได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัวระหว่างใช้ชีวิตประจำวันอยู่

นอกจากกลุ่มคนทั่วไปที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยทันที และไม่ควรปล่อยปละละเลยไว้ให้ตนเองไม่มีภูมิคุ้มกัน เช่น

  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีอัตราการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบเอสูง
  • ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบสูง
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันตนเองบกพร่อง
  • มีการใช้ยาเสพติด
  • ผู้ป่วยโรคเลือดไหลไม่หยุด หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ป่วยโรคตับ หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจากการทำงาน เช่น จากการทำงานในห้องปฏิบัติการ อยู่ใกล้สิ่งปฏิกูลสกปรก หรือทำงานกับสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ขวบและจำเป็นจะต้องเดินทางไปในประเทศ หรือพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบเอสูง หรือผู้ที่เลือกจะไม่รับการฉีดวัคซีน หรือมีอาการแพ้วัคซีน สามารถเข้ารับการฉีดภูมิคุ้มกันแบบ 1 ครั้งได้ก่อนเดินทาง ซึ่งภูมิคุ้มกันประเภทนี้จะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้นานถึง 3 เดือน

หรือหากใครที่กำลังมองหาวัคซีนที่ป้องกันทั้งไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบี ยังมีวัคซีนอีกชนิดที่ชื่อว่า "ทวินริกซ์" (TWINRIX) ซึ่งเป็นวัคซีนรวมการป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบีอยู่ด้วยกัน โดยวัคซีนชนิดนี้เข้าสู่ตลาดเมื่อปี 2001 และมักจะให้วัคซีนจำนวน 3 ครั้งในช่วงเวลา 6 เดือน

ผลข้างเคียงของวัคซีนตับอักเสบเอ

การฉีดวัคซีนตับอักเสบเออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงบางอย่าง ซึ่งระยะเวลาของอาการจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 วัน ประกอบด้วย

  • ปวดกล้ามเนื้อที่บริเวณที่ฉีดยา
  • ปวดหัว
  • เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย

และผู้ป่วยบางรายก็อาจมีการแพ้วัคซีนรุนแรงได้ แต่เป็นกรณีที่พบได้น้อย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป