กายภาพบำบัด

โรคกระดูกคอ...ภัยร้ายที่มาพร้อม Gadgets

นอกเหนือจากประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมา นั่นคือ โรคกระดูกคอ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคกระดูกคอ...ภัยร้ายที่มาพร้อม Gadgets

ปัจจุบันนี้ น้อยคนนักที่จะไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารจำพวกไอแพด สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์จอเล็กจอน้อย หรือที่เราเรียกกันรวม ๆ ว่า Gadgets ไว้ในครอบครองหรอก จริงไหม? ยุคสมัยนี้ ใครไม่มีสิ มักถูกมองว่าแปลก หรือไม่หลายคนก็คงเอ่ยถามว่า “ทนอยู่ได้อย่างไร ไม่เบื่อบ้างหรอ” ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ประโยชน์และความสะดวกคล่องแคล่วในการใช้งานของอุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้มีมากมายหลายข้อเสียเหลือเกิน หากจะเลิกใช้ชนิดหักดิบแล้วล่ะก็ คงถือเป็นการตัดขาดจากโลกภายนอกเกินไปเสียหน่อย เนื่องจากเรายังจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คน ใช้อุปกรณ์เหล่านี้เป็นสื่อกลางในการเรียน การทำงาน การค้นคว้าหาข้อมูล การเข้าถึงข่าวสาร การทักทายพูดคุยกับคนที่อยู่ไกลกัน การสร้างความบันเทิง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในวันนี้ที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ คือ ความถี่ในการใช้งานต่างหาก ว่ากันว่า มีโพลสำรวจและงานวิจัยจากหลายแห่งกำลังพูดถึงอัตราความถี่ของการใช้มือถือ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผลงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Baylor มหาวิทยาลัยคริสเตียนในรัฐ Texas ซึ่งกล่าวไว้ว่า  “สำหรับผู้หญิงที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้น ใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวันกับโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ส่วนผู้ชายนั้นใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง” ส่วนอีกผลสำรวจหนึ่งมาจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) แสดงผลว่า “คนไทยวัยอื่น ๆ ใช้อินเทอร์เน็ต เฉลี่ย 6.4 ชั่วโมงต่อวัน” เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลการสำรวจเท่านั้น ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็เสพติดการเล่นอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารอย่างเอาจริงเอาจังกันทั้งนั้น หลายคนให้เวลากับเจ้าจอสี่เหลี่ยมมากจนบางคนถึงขั้นลืมวันลืมคืน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทั้งก่อนตื่นนอน เข้าห้องน้ำ หลังอาบน้ำ มื้ออาหาร เดินทางโดยสารไปยังที่ต่าง ๆ รวมถึงก่อนเข้านอน นับว่าเป็นค่าเฉลี่ยเวลาที่มากโขอยู่ทีเดียว

ทั้งนี้ จากการใช้อุปกรณ์สื่อสารอย่างเอาเป็นเอาตายของคนยุคนี้ นอกเหนือจากประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมา นั่นคือ โรคกระดูกคอ! หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่เรื้อรัง หรือปวดร้าวไปจนถึงท้ายทอยและแขน บ้างก็มีอาการชาและอ่อนแรง จนถึงขั้นยกแขนไม่ได้และทรงตัวในการเดินได้ยากลำบาก อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัยอันน่ากลัวที่จู่โจมคุณเข้าเสียแล้ว ซึ่งโรคนี้ไม่ได้พบเฉพาะในผู้สูงวัยเท่านั้น แต่กลับพบมากในเด็กตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป และรวมไปถึงหนุ่มสาววัยกำลังเรียนและวัยทำงานทั้งหลายด้วย ซึ่งเมื่อก่อน สาเหตุหลัก ๆ อาจมาจากการแบกหาม นอนหนุนหมอนสูงเกินไป หรือนั่งอยู่ในอิริยาบถเดิม ๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า เป็นต้น แต่ทุกวันนี้ สาเหตุหลัก ๆ ของการเป็นโรคกระดูกคอ คือ การใช้โทรศัพท์มือถือหรือพวกอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างหาก! ซึ่งโรคที่ตามมาจากการใช้งานอย่างสมบุกสมบันเช่นนี้ ได้แก่

  1. Computer Syndrome: พนักงานเงินเดือนหรือใครก็ตามที่ต้องนั่งทำงานบนโต๊ะทำงานเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วล่ะก็ ระวังร่างกายของคุณไว้ให้ดี เพราะไม่ช้าหรือเร็ว คุณจะต้องประสบกับอาการปวดต่าง ๆ อย่างแน่นอน หากไม่รู้จักบริหารร่างกายและปรับเปลี่ยนท่านั่งเสมอ ๆ ตั้งแต่วันนี้ไป
  2. โรคปวดเรื้อรังและปวดศีรษะ: คุณจะเกิดอาการปวดศีรษะ ไปจนถึงปวดท้ายทอย คุณจะรู้สึกหนักไปทั้งหัวและมีอาการตาพร่ามัว ปวดแน่นเบ้าตาและปวดเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาไปหมด
  3. กระดูกสันหลังย่น: เมื่อกระดูกคอและหมอนรองกระดูกเสื่อม จะทำให้รูมีขนาดแคบลง อีกทั้งหลอดเลือดแดงของคุณจะเป็นตะคริวจากการถูกกดทับ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ คุณจึงมีอาการปวดหรือเวียนศีรษะ สายตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน คลื่นไส้ หูอื้อ วูบอย่างกะทันหัน เป็นต้น
  4. โรคกระดูกคอเสื่อม: หากดูจากชื่อแล้ว โรคนี้ส่วนมากแล้วมักเกิดจากปัจจัยอายุเป็นหลัก กล่าวคือ เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น ข้อต่อต่าง ๆ ระหว่างกระดูกคอแต่ละปล้องซึ่งรับแรงกระแทกมานาน ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไป ส่งผลให้หมอนรองกระดูกสันหลังยุบและมีความยืดหยุ่นลดลง
  5. Text Neck Syndrome โรคยอดฮิตที่อินกระแสยุคเทคโนโลยีตอนนี้สุด ๆ “สังคมก้มหน้า” คือต้นเหตุของ Syndrome นี้นั่นเอง ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งตามท้องถนน ร้านอาหาร รถไฟฟ้า หรือไม่ว่าที่ใดก็ตาม ผู้คนต่างก้มหน้าก้มตาเพ่งเล็งไปบนหน้าจอสี่เหลี่ยมบนโทรศัพท์มือถือกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งผลที่ตามมาคือ คุณจะมีอาการปวดเรื้อรังบริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ บางรายอาจรู้สึกชาหรือร้าวจากคอไปจนถึงมือ บ้างก็มีอาการแขนและมืออ่อนแรง

โรคดังกล่าวเกี่ยวกับกระดูกคอข้างต้น เป็นเพียงโรคเกี่ยวกับกระดูกคอส่วนหนึ่งเท่านั้น หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่ามันร้ายแรงและสาหัสเพียงใด แต่เชื่อเถิดว่า มันจะทรมานและเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของคุณมากทีเดียวล่ะ จากการเรียนรู้อาการของโรคดังกล่าว โรคบางโรคเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกเสื่อมสภาพไปตามวัย แต่อีกหลาย ๆ โรคก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง โดยเฉพาะผู้คนในยุคสมัยนี้ที่เสพติดการก้มมอง Gadgets ในมือเป็นประจำ ซึ่ง ณ ตอนนี้ คุณอาจยังไม่มีอาการดังกล่าว เนื่องจากร่างกายของคุณยังสามารถพักตัวและฟื้นฟูได้ภายในเวลาอันสั้น แต่จงอย่าประมาท ลองถามตัวเองดูว่า ในหนึ่งวัน เราก้มหน้าและใช้เวลากับอุปกรณ์การสื่อสารทั้งหลายนี้ กี่ชั่วโมง ถ้าคำตอบของคุณคือมากกว่า 2 หรือ 3 ชั่วโมง (ซึ่งปราศจากการปรับเปลี่ยนท่านั่งหรือท่าดู หรือไม่บริหารร่างกายเลย) คุณควรพิจารณาพฤติกรรมนั้นเสียแล้วล่ะ ก่อนที่จะลุกลามแก้ไขไม่ทัน และยิ่งเมื่อรู้ต้นตอของสาเหตุแล้ว ขอได้โปรดรีบจัดแจงและบริหารจัดการเวลาการเสพอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างพอเหมาะพอดีด้วยเถิด...ด้วยรักและเป็นห่วง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่