โรคของทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 318,909 คน

โรคของทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (feline lower urinary tract disease; FLUTD) หรือกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบขับถ่ายปัสสาวะ (feline urologic syndrome; FUS) เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุหลักจนถึงปัจจุบันนี้ มักจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการที่ ถ่ายปัสสาวะไม่ออก มีปัสสาวะเป็นเลือดหรือติดเชื้อ รวมถึงการมีนิ่วไปอุดตัน เหล่านี้ยังไม่ทราบสาเหตุจนถึงปัจจุบัน ในแมวเพศผู้มักพบได้บ่อยมาก ซึ่งมักจะเรียกโรคนี้ว่า feline idiopathic cystitis คือเกิดการอักเสบของทางเดินปัสสาวะแบบไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งปัจจุบันมีความเชื่อว่าเกิดจาก “ปัจจัยร่วม” หลากหลายรูปแบบ โดย1 ในสาเหตุหลักเป็นเรื่องของ “ความเครียด” ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวเกิดอาการอั้นปัสสาวะและกล้ามเนื้อหูรูดของระบบทางเดินปัสสาวะไม่ทำงาน สาเหตุอื่นๆที่มีรายงานได้แก่การทำหมันให้แมวตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ควบคุมอาหารทำให้แมวอ้วนและมีไขมันบางส่วนไปเบียดท่อปัสสาวะ จึงเกิดเป็นอาการฉี่ไม่ออกตามมา

อาการของโรค

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว บางครั้งเราอาจเรียกกันว่าโรคฉี่ไม่ออก แมวจะแสดงอาการไม่ถ่ายปัสสาวะ หรือพยายามเบ่งถ่ายแต่ไม่ออก หรืออาจถ่ายออกมากระปิดกระปอย และอาจมีเลือดปนได้ จะสังเกตว่าท้องของแมวจะใหญ่ขึ้นเนื่องจากประเพาะปัสสาวะขยายใหญ่ บางครั้งหากเป็นนานๆอาจพบว่ามีอาการไตวายร่วมด้วยเนื่องจากการสะสมของปัสสาวะลามขึ้นมาจนถึงไตและไตไม่สามารถขับของเสียออกต่อไปได้แล้ว อาการของโรคไตวายเฉียบพลันได้แก่ อาการอาเจียน มีการสะสมของแร่ธาตุโพแทสเซียมในเลือดสูงซึ่งเป็นผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นโดยการตรวจปัสสาวะ ทั้งในแง่ของชีวเคมี คือดูสารจำพวกฮีโมโกลบิน โปรตีน กลูโคส ไนไทร์ท (nitrite) และบิลิรูบินในปัสสาวะ และตรวจดูผ่านกล้องส่องจุลทรรศน์เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวที่หลุดมาในปัสสาวะ รวมไปถึงการพบของเชื้อแบคทีเรียและการตรวจหาผลึกของนิ่ว และโปรตีนจำเพาะบางชนิด ปัสสาวะจะถูกนำไปตรวจเพาะเชื้อและหาความไวรับต่อยาปฏิชีวนะต่อไป การตรวจเลือดเพื่อดูปริมาณของแร่ธาตุโพแทสเซียมร่วมกับความเป็นกรดเป็นด่างของเลือด การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย (X-ray) เพื่อดูลักษณะของก้อนนิ่วหรืออาจใช้วิธีการทำอัลตร้าซาวด์เพื่อดูการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะและประเมินลักษณะของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องทำ เพื่อประเมินอาการก่อนเริ่มทำการรักษาต่อไป

การรักษา

เมื่อมีอาการฉี่ไม่ออก สัตวแพทย์จะทำการสวนท่อปัสสาวะคาไว้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะทำการสวนคาไว้เพื่อทำการสวนล้างท่อปัสสาวะ เนื่องจากเมื่อเกิดการอุดตันจะเกิดการสะสมของตะกอนนิ่ว โดยเฉพาะนิ่วทรายในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจมาอุดตันท่อปัสสาวะได้ รวมถึงเมือกที่หลั่งเป็นปกติก็ไม่สามารถขับทิ้งได้ การสวนล้างนอกจากจะช่วยระบายของเสียแล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรคที่คั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้ เช่นกัน ส่วนใหญ่การสวนจะใช้เพียงแค่น้ำเกลือฉีดเข้าไปเพื่อเจือจาง เพราะการให้สารเคมีอื่นๆเข้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะได้ ดังนั้นจึงต้องทำต่อเนื่องจนกว่าปัสสาวะจะกลับมาเป็นปกติ ระหว่างนี้ คุณหมอจะให้ยากินที่ช่วยขยายท่อปัสสาวะร่วมกับยาปฏิชีวนะ เพื่อทำให้อาการดีขึ้น นอกจากนี้การได้รับน้ำเกลือจะทำให้มีปริมาณปัสสาวะมากขึ้น และจะไปเจือจางของเสียในกระเพาะปัสสาวะได้อีกเช่นกัน ทั้งนี้ หากทำการสวนปัสสาวะไม่ได้ เบื้องต้นอาจใช้วิธีการเจาะเอาปัสสาวะออกผ่านทางหน้าท้อง (cystocentesis) โดยใช้เข็มเจาะดูดระบายออก และสามารถนำไปเพาะเชื้อได้ทันที ซึ่งเมื่อถึงขั้นที่ไม่สามารถสวนท่อปัสสาวะเพื่อช่วยระบาย สุดท้ายแมวอาจจะต้องจบที่การผ่าตัดแปลงเพศ (urethrostomy) เพื่อระบายฉี่ออกทางหน้าท้อง โดยนำท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะเย็บเข้ากับผนังช่องท้อง เพื่อให้แมวสามารถระบายของเสียออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะได้

การดูแลและจัดการสัตว์

แมวที่มีประวัติเคยฉี่ไม่ออก มักจะพบว่ามีอุบัติการณ์ของการกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างสูง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากสาเหตุที่ยังไม่ถูกกำจัดออกไป เช่น ความเครียด หรือการกินอาหารที่ไม่เหมาะสมภายหลังจากการทำหมัน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องหาสาเหตุโดยเร็ว เรื่องของความเครียดอาจจำเป็นต้องปรึกษาสัตวแพทย์ ว่ามีจุดไหนบ้างในการเลี้ยงที่เราทำให้แมวเกิดความเครียดได้บ้าง รวมถึงต้องป้อนยาและพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำสม่ำเสมอ ในกรณีที่ถูกผ่าตักแปลงเพศแล้ว แผลที่เป็นรอยเปิดใหม่ของทางออกปัสสาวะจะมีการเลอะและมีโอกาสติดเชื้อหรือตีบตันได้บ่อย ควรดูแลทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน และสังเกตอาการของน้องแมวอย่างใกล้ชิด

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม