กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary incontinence)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 28, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ความหมาย การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือการถ่ายปัสสาวะที่ไม่ได้ตั้งใจ มักเกิดกับผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 50

สาเหตุ เกิดจากกล้ามเนื้อที่รองรับกระเพาะปัสสาวะและควบคุมการไหลของปัสสาวะอ่อนแรง กล้ามเนื้อเหล่านี้เสียความยืดหยุ่นเนื่องจากมีการตั้งครรภ์หลายครั้ง ความอ้วน ไขมัน หรือจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง พบบ่อยในสตรีสูงอายุ ในวัยหมดประจำเดือน ในเพศชายพบบ่อยหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก อาจเกิดจากทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ มีการคั่งค้างของอุจจาระ ได้รับยาบางอย่าง หรือมีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ

พยาธิสรีรภาพ มีความผิดปกติในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ เนื่องจากกลไกการขับถ่ายปัสสาวะถูกขัดขวาง เช่น กลไกการกระตุ้นให้เกิดอาการปวดปัสสาวะถูกขัดขวาง ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะจึงมีปัสสาวะคั่งค้าง และการบีบตัวของหูรูดภายนอกที่มีหน้าที่ควบคุมไม่ให้ปัสสาวะไหลรั่วสู่ภายนอกสูญเสียหน้าที่ ทำให้มีปัสสาวะเล็ดกลั้นปัสสาวะไม่ได้ การทำงานที่ผิดปกติซึ่งเป็นผลจากระบบควบคุมจากระบบประสาท พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาทและสมอง เช่น มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ทำให้มีอาการมึนงง สับสน หมดสติ ผู้ป่วยที่ได้รับยาสลบทำให้ไม่สามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการควบคุมระบบประสาทส่วนกลาง ได้รับอุบัติเหตุทางสมอง หากกระเพาะปัสสาวะมีความจุน้อยลงและไวต่อการกระตุ้นทำให้กล้ามเนื้อบีบรัดตัวบ่อยครั้งขึ้นจะทำให้มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ แบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่

1. การมีปัสสาวะเล็ดเมื่อมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น (Stress incontinence) เกิดขึ้นเมื่อมีการไอ จาม หัวเราะ วิ่ง ยืน เดิน ลุกนั่ง มักพบในผู้หญิงเนื่องจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานขาดความแข็งแรงจากการคลอดบุตร มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิมหรือเกิดจากระดับเอสโตรเจนที่ลดลง

2. การมีปัสสาวะเล็ดร่วมกับความรู้สึกปวดถ่ายปัสสาวะอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่ปัสสาวะยังไม่เต็มกระเพาะปัสสาวะ (Urge incontinence) เกิดจากกระเพาะปัสสาวะมีความไวต่อการถูกกระตุ้นซึ่งโดยทั่วไปกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะจะคลายตัว

ระหว่างที่มีการกักเก็บกระเพาะปัสสาวะ หากกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะถูกกระตุ้นผ่านกระดูก ไขสันหลังระดับ S2, S3 และ S4 จะทำให้มีอาการปวดถ่ายปัสสาวะ อาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อ การเกิดนิ่ว มีพยาธิสภาพที่ไขสันหลัง หรือมีปัจจัยทางจิตใจ

3. การมีปัสสาวะเล็ดออกมาเนื่องจากกระเพาะปัสสาวะมีการยืดตัวมากผิดปกติโดยไม่มีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ (Overflow incontinence) ทำให้มีอาการปวดถ่ายปัสสาวะบ่อย มีปัสสาวะเล็ดครั้งละไม่มากแต่มีตลอดเวลา ก่อให้เกิดความรำคาญ มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงไม่บีบรัดตัว มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ ทำให้มีปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะขยายตัวมากเกินไปจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาจเกิดจากผลของยาบางชนิดที่กดการทำงานของกล้ามเนื้อ มีอุจจาระอุดแน่น มีพยาธิสภาพของระบบประสาท เช่น ได้รับอุบัติเหตุของไขสันหลัง ได้รับการผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน มีต่อมลูกหมากโต มีมดลูกหย่อน

4. การกลั้นปัสสาวะไม่ได้เนื่องจากมีพยาธิสภาพของระบบประสาทในการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ (Total incontinence) มีสาเหตุจากระบบประสาททำงานบกพร่อง ทำให้ไม่สามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะได้

5. การกลั้นปัสสาวะไม่ได้เนื่องจากสาเหตุทางด้านร่างกาย สิ่งแวดล้อมหรือจิตใจ (Functional incontinence) อาจเกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น ในผู้สูงอายุ จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่คุ้นเคยกับห้องส้วม ขาดความเป็นส่วนตัวในการขับถ่าย เสื้อผ้าที่ถอดลำบาก จากสภาพจิตใจ เช่น ขาดความเอาใจใส่ มีภาวะซึมเศร้า

อาการ การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มี 2 ชนิด

1. แบบเฉียบพลัน (Urge incontinence) คือ การรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะอย่างกะทันหันและรุนแรง และไม่สามารถกลั้นไว้ได้

2. เมื่อมีแรงกดดัน (Stress incontinence) คือ การที่ปัสสาวะไหลเล็ดออกมาเล็กน้อยขณะไอ จาม หัวเราะ ยกของ

การวินิจฉัยโรค จากการบอกเล่าอาการของผู้ป่วยร่วมกับการตรวจปัสสาวะเพื่อแยกโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หากสงสัยว่าเกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบหรือมีปัญหาทางระบบประสาท อาจตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram) และถ่ายภาพสแกนสมอง อาจใส่หลอดสวนเพื่อวัดความดันและตรวจดูการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

การรักษา หากมีการติดเชื้อในระบบปัสสาวะให้ยาปฏิชีวนะ หากเกิดจากแรงกดดันจะใช้เครื่องมือที่มีรูปร่างคล้ายขนมโดนัท (Passary) สอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อช่วยพยุงมดลูกและกระเพาะปัสสาวะ หากเป็นชนิดเฉียบพลันอาจรักษาด้วยยาที่ป้องกันการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ อาจใช้วิธีผ่าตัดแก้ไขให้ส่วนคอของกระเพาะปัสสาวะให้อยู่ในตำแหน่งปกติ อาจใช้ครีมเอสโตรเจนเพื่อช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อคงความยืดหยุ่นในหญิงวัยหมดประจำเดือน อาจใช้วิธีฝึกกลั้นปัสสาวะสักระยะหนึ่งก่อนปล่อยน้ำปัสสาวะ งดกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

การพยาบาล ให้กำลังใจและส่งเสริมให้มีการกลั้นปัสสาวะ เช่น ระมัดระวังในการดื่มน้ำทั้งปริมาณและเวลา หลีกเลี่ยงการได้รับยาขับปัสสาวะหลังจากเวลา 16.00 น. หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ เช่น คาเฟอีน สุรา เป็นต้น หลีกเลี่ยงท้องผูก เช่น ดื่มน้ำเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีกากใย ปัสสาวะสม่ำเสมอทุก 5-8 ครั้ง/วัน ทุก 2-3 ชั่วโมง (เช้า ก่อนอาหาร ก่อนนอน ช่วงกลางคืนหากจำเป็น) ออกกำลังกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกเชิงกรานทุกวัน หยุดสูบบุหรี่เพาะจะทำให้ไอเวลาสูบบุหรี่ จะทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ให้ยา Antichlolinergic และ Antispasmodic เพื่อช่วยลดการถ่ายปัสสาวะ อธิบายให้ผู้ป่วยและญาติทราบ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่