สุขภาพผู้หญิง

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัญหาที่ผู้หญิงหลายล้านคนกำลังเผชิญ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัญหาที่ผู้หญิงหลายล้านคนกำลังเผชิญ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence) หรือ ภาวะปัสสาวะเล็ด คือภาวะที่ร่างกายสูญเสียการควบคุมของกระเพาะปัสสาวะและไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ปัจจุบันผู้หญิงหลายล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหานี้ ซึ่งสร้างความลำบากและความอับอายในชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

อาการของโรค

ผู้ที่อยู่ในภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ทันเวลาเมื่อต้องเข้าห้องน้ำ น้ำปัสสาวะมักจะซึมหรือเล็ดออกมาในระหว่างการไอ ขำ หรือวิ่ง บางครั้งน้ำปัสสาวะอาจไหลออกมาระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ด้วย

สาเหตุ

สาเหตุหลักของการเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่นั้น มาจากกล้ามเนื้อภายในและรอบๆกระเพาะปัสสาวะที่ทำงานผิดพลาด

กระเพาะปัสสาวะนอกจากจะมีหน้าที่เก็บกักปัสสาวะแล้ว ยังมีหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายอีกด้วย การขับถ่ายปัสสาวะนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ผนังกล้ามเนื้อภายในกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเพื่อไล่ของเหลวออก ในขณะที่กล้ามเนื้อหูรูดที่ท่อปัสสาวะก็ควบคุมการไหลผ่านของของเหลว

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อาจเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวกระทันหัน หรือเมื่อกล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรงพอที่จะบีบตัว เพื่อปิดไม่ให้น้ำปัสสาวะไหลผ่านท่อปัสสาวะ

การที่กล้ามเนื้อทั้งสองส่วนนี้ทำงานผิดพลาดมักเกิดจาก 9 สาเหตุหลักดังนี้

  1. การตั้งครรภ์: ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์มักมีปัญหาการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ เพราะเด็กที่อยู่ในครรภ์จะดันกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะให้บีบตัว ผู้หญิงท้องจึงรู้สึกอยากขับปัสสาวะบ่อยหรือมีน้ำปัสสาวะเล็ดเป็นประจำ
  2. การคลอดบุตร: ผู้หญิงมักจะอยู่ในภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังจากการคลอดบุตรภายใน 6 เดือน เพราะการคลอดบุตรทำให้อุ้งเชิงกรานและเส้นประสาทรอบๆกระเพาะปัสสาวะอ่อนตัวได้
  3. การหมดประจำเดือน: ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำอธิบายไว้ว่าเนื้อเยื่อที่ท่อปัสสาวะรวมไปถึงอุ้งเชิงกรานจะไม่แข็งแรงหรือสูญเสียความยืดหยุ่นเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน
  4. อาการท้องผูก: การที่มีาการท้องผูกเป็นเวลานาน เช่น ท้องผูกเรื้อรัง อาจทำให้การควบคุมการขับถ่ายของท่อปัสสาวะไม่มีประสิทธิภาพได้
  5. ยาบางชนิด: การรับประทานยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อกระเพาะปัสสาวะได้ เช่นยากลุ่มไดยูเรทิคส์ (diuretics) ที่ใช้ในการขับปัสสาวะ ใช้รักษาโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงการรับประทานฮอร์โมนทดแทนก็อาจส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติได้เช่นกัน
  6. การติดเชื้อ: การติดเชื้อของกระเพาะหรือท่อปัสสาวะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้ตามปกติและอาจเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้เช่นกัน
  7. เส้นประสาทถูกทำลาย: การรู้สึกปวดปัสสาวะนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติเมื่อกระเพาะปัสสาวะมีของเหลวมากจนต้องขับออก แต่หากเส้นประสาททำงานผิดพลาด ผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกปวดปัสสาวะในขณะที่กระเพาะปัสสาวะเริ่มบีบตัวเพื่อขับของเหลวออก หรือเส้นประสาทไม่สั่งการให้กล้ามเนื้อหูรูดบีบตัวได้ทันเวลา ทำให้น้ำปัสสาวะเล็ดออกมาจากกระเพาะปัสสาวะได้
  8. น้ำหนักเกิน: ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีไขมันส่วนเกินมากมักรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย เพราะไขมันส่วนเกิน (โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย) จะเพิ่มแรงกดทับลงบนกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีการบีบตัวให้น้ำปัสสาวะรั่วไหลออกมาได้
  9. คาเฟอีน: การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอยู่มาก เช่น ชา กาแฟ และน้ำอัดลม จะทำให้กระเพาะปัสสาวะผลิตน้ำปัสสาวะออกมามากเพื่อขับสารคาเฟอีนนี้ออกจากร่างกาย

เมื่อทราบถึงลักษณะอาการแล้ว และถ้าคิดว่าตนนั้นเข้าข่ายอยู่ในภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และหาวิธีการบำบัดรักษา บางครั้งภาวะนี้อาจหายไปเองเมื่อผู้ป่วยมีการปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันเล็กน้อย (หากเป็นในขั้นที่ไม่รุนแรง) แต่ในกรณีที่รุนแรงมาก แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดเพื่อรักษา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่