ยา

มารู้จัก 'ยาขยะ' กับ 'ยาเหลือใช้'

ยาขยะกับยาเหลือใช้คืออะไร สาเหตุของการเกิดและผลเสีย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มารู้จัก 'ยาขยะ' กับ 'ยาเหลือใช้'

คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำว่า “ยาขยะ” และ “ยาเหลือใช้” กันมาบ้างไหมคะ… แล้วทราบหรือเปล่าคะว่ามันมีความหมายว่าอย่างไรถ้ายังไม่เคยได้ยิน… ไม่ทราบความหมาย… หรือไม่แน่ใจ… มานั่งข้าง ๆ ดิฉันเลยค่ะ เดี๋ยวจะเม้าท์มอย  เอ๊ย! เล่าให้ฟัง…

 

ยาเหลือใช้ หมายถึง ยาที่ผู้ป่วยได้รับไปแล้วใช้ไม่หมด ก็จะมีบางส่วนเหลือไว้ไม่ได้นำไปใช้ต่อ

 

ส่วน… ยาขยะ ก็จะหมายถึง ยาเหลือใช้ที่…

  • เสื่อมสภาพ
  • หมดอายุ
  • ไม่มีฉลาก

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยาเหลือใช้ หมายรวมถึงทั้งยาที่ยังใช้ได้(แต่ไม่ได้ใช้) และยาที่ไม่ควรนำมาใช้อีก ในขณะที่ยาขยะ จะหมายถึงเฉพาะยาที่ไม่ควรนำมาใช้อีกเท่านั้น …ถ้าพูดแบบนักคณิตศาสตร์ ก็คงต้องบอกว่า “ยาขยะเป็น Subset ของยาเหลือใช้” นั่นแหละค่ะ ^_^

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดยาเหลือใช้ ได้แก่…

  1. แพทย์สั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วยมากเกินกว่าที่จะใช้จริง
  2. แพทย์มีการเปลี่ยนแปลงการรักษา เช่นลดขนาดการใช้ หรือเปลี่ยนชนิดยา
  3. ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนใช้ยาหมด
  4. ผู้ป่วยหยุดใช้เนื่องจากโรค / อาการเจ็บป่วยหายดีแล้ว
  5. ผู้ป่วยหยุดใช้ยาเมื่อเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  6. ผู้ป่วยไม่ได้ใช้ยาตามแพทย์สั่ง

 

และสาเหตุที่ทำให้ยาเหลือใช้ กลายเป็นยาขยะ ได้แก่..

  1. การเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม ทำให้ยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุจริง
  2. การเก็บยาไว้นานเกินไปจนยาหมดอายุ
  3. เปลี่ยนภาชนะบรรจุโดยไม่เก็บฉลากเดิมของยาไว้ด้วย หรือฉลากยาฉีกขาด / ลบเลือน

 

มีการทำการศึกษาวิจัยทั้งในและนอกประเทศ สรุปได้สอดคล้องกันว่าrx13

เกือบทุกครัวเรือนล้วนมียาเหลือใช้ – ยาขยะ

(ไม่ทราบว่า… เช่นเดียวกับบ้านของคุณผู้อ่านด้วยหรือไม่คะ ^_^)

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ ที่พบได้เป็นปกติไปซะแล้ว

ถึงเวลาลุกขึ้นมาปฏิวัติการสร้าง “ยาเหลือใช้ – ยาขยะ” กันเสียทีจะดีไหมคะ

 

ก็แล้วทำไมต้องปรับเปลี่ยนล่ะ… สงสัยกันมั้ย…

 

เงียบบบบบบบ อืมม์…ดิฉันคิด(เอาเอง)ว่าคุณผู้อ่านก็สงสัยแต่ไม่อยากถามก็แล้วกันนะคะ ไม่เป็นไร ดิฉันถามเองตอบเองเลยก็ไม่ …ไม่ถือฮ่ะ ^_^ ว่า…

“ก็แหม… เพราะยาเหลือใช้ – ยาขยะนั้นมันมีผลเสียน่ะสิคะ”

 

ผลเสียของยาเหลือใช้ – ยาขยะ ได้แก่…

1. สิ้นเปลือง …ว่ากันตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องใช้ภาษาสละสลวยให้ยุ่งยาก ^_^ ถ้าเป็นยาที่ซื้อหามาเองก็เป็นการสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าโดยใช่เหตุ แต่สำหรับยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล โดยใช้สิทธิ์การรักษาตามหลักประกันสุขภาพ แม้ไม่ได้ควักเงินออกมาจากกระเป๋าของเราโดยตรง แต่ก็เป็นการสิ้นเปลืองเงินงบประมาณของชาติ ซึ่งจะว่าไปแล้ว… ก็มาจากเงินภาษีของประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี่เองล่ะค่ะ

 

จากที่ ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด ทำการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับยาเหลือใช้ / ยาขยะ พบข้อมูลในประเทศต่าง ๆ มีความสอดคล้องกันว่า จากยาทั้งหมดที่มีการจ่ายออกไปให้กับผู้ป่วย จะมีร้อยละ 3 – 20 ที่กลายเป็นยาเหลือใช้ …ถ้าอ่านแล้วยังไม่ตกใจ เห็นเป็นเรื่อง “จิ๊บ ๆ” ล่ะก้อ… ลองคิดเป็นเม็ดเงิน (อ้างอิงจาก… มาลี งามประเสริฐ, ลดาทิพย์ สุวรรณ. บันทึกบทเรียน การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประจำสู่งานวิจัย) คิดเฉพาะในประเทศไทยก็ประมาณร้อยกว่าล้านบาทต่อปีเลย โห…น่าเสียดายใช่ไหมล่ะคะ

 

rx15ใช่แล้ว! จะมาผลาญเงินภาษีไปกับการใช้ยาแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างนี่ไม่เข้าท่าที่สุด!!!

rx07ใจเย็นค่ะคุณพี่… เพิ่งไปจ่ายภาษีช่วยชาติเป็นเงินก้อนใหญ่มาก..ก….ก……มาใช่ไหมคะ เลย “อิน” เป็นพิเศษ แหม… เดินกระปลกกระเปลี้ยหน้าซีดเผือดมาเลย มาค่ะ… มานั่งดมยาดมให้หายใจโล่งดีกว่านะคะ

 

2. การรักษาไม่ได้ผล หรือเกิดอันตรายต่อร่างกาย

อันเนื่องจาก สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดยาเหลือใช้ ก็คือการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้ไม่ครบจำนวนหรือระยะเวลาที่แพทย์สั่ง ซึ่งยาบางประเภท เช่นยารักษาโรคเรื้อรังจะต้องมีการใช้ต่อเนื่องเพื่อควบคุมภาวะของโรคหรืออาการเจ็บป่วยให้เป็นปกติหรือป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือยาปฏิชีวนะ จะต้องมีการใช้ติดต่อกันจนครบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เชื้อถูกกำจัดไปจนหมด ไม่กลับมาเป็นซ้ำหรือเกิดการดื้อยาในภายหลัง การหยุดใช้ยาเพราะเห็นว่าไม่มีอาการเจ็บป่วยแล้ว จึงทำให้การรักษาไม่ได้ผลดี

และหากยาที่เหลือใช้นั้น กลายเป็นยาขยะ ซึ่งไม่ทราบสรรพคุณที่แท้จริง (กรณีที่ฉลากลบเลือนหรือฉีกขาด) หรือเสื่อมสภาพไปแล้ว หากนำมาใช้ นอกจากจะทำให้รักษาไม่หาย ก็ยังอาจเกิดพิษจากยาอีกด้วย

 

ฝ่ายเภสัชกรรมของเรา เคยได้มีการสำรวจยาเหลือใช้ – ยาขยะที่ผู้รับบริการนำมาคืนในช่วงที่มีการจัดนิทรรศการ สัปดาห์เภสัชกรรม 2553 พบว่า ประมาณร้อยละ 40 ของยาที่นำมาคืนเป็นยาขยะ!!!

…ดูแล้วน่าตกใจนะคะ เพราะนั่นหมายถึง เกือบครึ่งหนึ่งของยาทั้งหมด หากไม่มีการนำมาคืน ก็จะยังอยู่ที่บ้านของผู้ป่วยบางท่าน ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เองหรือโดยคนในครอบครัวในวันใดวันหนึ่ง และเกิดอันตรายตามมาได้


แล้วเราจะป้องกันการเกิด “ยาเหลือใช้” และ “ยาขยะ” ได้อย่างไร…

ติดตามอ่านต่อได้ในคราวหน้านะคะ

rx01

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่