บั้นปลายชีวิต

ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้มอร์ฟีน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้มอร์ฟีน

มอร์ฟีน (Morphine) เป็นเพียงชื่อยาชนิดหนึ่งในกลุ่มยาที่ชื่อว่า โอพิออยด์ (Opioid)

แต่ยาในกลุ่มโอพิออยด์น้ี มีอีกหลายชนิด เช่น โคเดอีน (Codeine) ทรามอล (Tramal) หรือเพททีดีน (Pethidine) ในบทความนี้ จะขอใช้คําว่า "มอร์ฟีน" แทนช่ือยาแก้ปวดกลุ่มโอพิออยด์ เนื่องจากยาในกลุ่มน้ีมีฤทธ์ิคล้ายกันและมอร์ฟีนเป็นยาที่ใช้บ่อยในยากลุ่มนี้ โดยในแต่ละประเทศจะมีการวัดปริมาณการใช้มอร์ฟีน ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าในประเทศท่ีพัฒนาแล้ว มีอัตราการใช้มอร์ฟีนสูงกว่าประเทศกําลังพัฒนา สําหรับประเทศไทยพบว่า เราใช้มอร์ฟีนอยู่ประมาณ 40 กิโลกรัมต่อปีจากจํานวนท่ีควรใช้จริง ซึ่งก็คือประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อปี

คําถาม : อาการปวดของโรคมะเร็งแก้ได้ด้วยยามอร์ฟีนจริงหรือไม่
คําตอบ : ไม่เสมอไป
ความจริง : แล้วแต่ว่าอาการปวดน้ันเป็นอาการปวดแบบไหนและรุนแรงแค่ไหน ส่วนใหญ่แพทย์จะเริ่มการใช้ยาจากยาที่อ่อนกว่าก่อน เช่น พาราเซตามอล ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ใช้สําหรับอาการปวดข้อปวดเมื่อยและหากใช้ยากลุ่มดังกล่าวไม่หาย อาจเริ่มใช้ยามอร์ฟีนขนาดน้อยๆ ได้

คําถาม : กินมอร์ฟีนขนาดมากข้ึนแปลว่าอาการแย่ลงจริงหรือไม่
คําตอบ : ไม่เสมอไป
ความจริง : อาจเป็นจากอาการของโรคแย่ลงก็ได้หรืออาจเป็นเพราะในช่วงแรกๆ แพทย์เร่ิมให้ยาแก้ปวดในขนาดน้อยก่อนแล้วจึงค่อยๆ ปรับเพิ่มให้เป็นขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดําเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับตอนที่ไม่ป่วยมากที่สุด

คําถาม : การใช้ยามอร์ฟีนทําให้ติดได้จริงหรือไม่
คําตอบ : ไม่เสมอไป
ความจริง : การติดยา หมายถึง การต้องเพิ่มขนาดการใช้ยามากขึ้นเรื่อยๆ แม้อาการของผู้ป่วยไม่ได้เปลี่ยนแปลงและมีอาการอยากยาเมื่อไม่ได้ยา มอร์ฟีนมีฤทธิ์เสพย์ติดจึงทําให้ติดได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมะเร็งมีอาการปวดรุนแรงและจําเป็นต้องใช้ยามอร์ฟีนมากขึ้น เราจะไม่เรียกว่าเป็นการติดยาแต่เป็นการใช้ยาตามความจําเป็น

คําถาม : การใช้มอร์ฟีนทําให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วข้ึนได้เนื่องจากกดการหายใจจริงหรือไม่
คําตอบ : ผิด
ความจริง : การเริ่มต้นใช้ยามอร์ฟีนในขนาดน้อยๆ ก่อน ไม่ทําให้เกิดการกดการหายใจและไม่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วย การกดการหายใจในผู้ป่วยมักเกิดจากการให้ยาขนาดมากเกินไป ในคนท่ีไม่เคยได้รับมอร์ฟีนมาก่อน อาจเกิดในกรณีคํานวณยาผิดหรือเริ่มยามากเกินไปเพราะคิดว่าผู้ป่วยมีอาการปวดเยอะ

คําถาม : มอร์ฟีนทําให้ท้องผูกจริงหรือไม่
คําตอบ : ถูก
ความจริง : อาการท้องผูกเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่ใช้ยามอร์ฟีนและเป็นผลข้างเคียงที่พบได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาท่ีใช้ยามอร์ฟีน เพราะมอร์ฟีนทําให้ลําไส้เคลื่อนไหวได้ช้าลง ผู้ป่วยที่ใช้ยามอร์ฟีนจึงควรกินยาถ่ายเพื่อป้องกันอาการท้องผูกเอาไว้เลย หากแพทย์ไม่ได้ให้ อย่าลืมขอด้วยนะคะ นอกจากน้ียามอร์ฟีนยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และง่วงนอน หากกินมากเกินไปอาจทําให้มีกล้ามเน้ือกระตุกหรือสับสนได้ ซึ่งจะเป็นอาการที่พบก่อนการกดการหายใจ แต่มักต้องกินเป็นขนาดมากๆ หรือมีการเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็วจึงเกิดอาการดังกล่าวได้

คําถาม : มอร์ฟีนช่วยเรื่องอาการเหนื่อยหอบในผู้ป่วยมะเร็งได้​จริงหรือไม่
คําตอบ : ถูก
ความจริง : คนทั่วไปเข้าใจว่ายามอร์ฟีนช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วมอร์ฟีนยังช่วยลดอาการเหนื่อยหอบในผู้ป่วยมะเร็งที่มีการกระจายของโรคไปที่ปอด เช่น มีน้ําในปอดได้ด้วย ผู้ป่วยหลายรายที่เลือกไม่เจาะน้ําในปอดเพื่อลดอาการเหนื่อยหอบอาจเลือกใช้ยามอร์ฟีนแทนได้

คําถาม : คนเป็นโรคไตไม่ควรใช้มอร์ฟีนจริงหรือไม่
คําตอบ : ผิด
ความจริง : คนเป็นโรคไตสามารถใช้มอร์ฟีนได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเพราะมอร์ฟีนถูกขับออกทางไต จึงควรให้มอร์ฟีนโดยเริ่มจากขนาดน้อยๆ ค่อยๆ เพิ่มช้าๆ และคอยเฝ้าระวังผลข้างเคียง แต่ไม่ได้มีข้อห้ามใช้มอร์ฟีนในผู้ป่วยโรคไต

คําถาม : ถ้าได้มอร์ฟีนแบบออกฤทธิ์ยาวแล้วไม่ควรกินมอร์ฟีนระหว่างวันอีกเพราะอาจจะทําให้ได้รับมอร์ฟีนในขนาดท่ีมากเกินไปจริงหรือไม่
คําตอบ : ผิด
ความจริง : ผู้ป่วยที่มีอาการปวดสามารถใช้มอร์ฟีนขนาดน้อยๆ ระหว่างวันได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะคิดเป็นร้อยละ 10 ของขนาดมอร์ฟีนออกฤทธ์ิยาวที่ได้รับทั้งวัน ถ้าเป็นยากินอาจกินได้ทุก 2-4 ชั่วโมงเวลาท่ีมีอาการปวด แพทย์จะคํานวณปริมาณยาท่ีผู้ป่วยควรได้รับจริงๆ ในวันต่อไปจากปริมาณมอร์ฟีนระหว่างวันรวมกับมอร์ฟีนแบบออกฤทธิ์ยาว

คําถาม : มอร์ฟีนแบบกินกับฉีดออกฤทธิ์แรงพอๆ กันจริงหรือไม่
คําตอบ : ผิด
ความจริง : มอร์ฟีนแบบฉีดแรงกว่าแบบกิน 2-3 เท่า ดังนั้นเวลาเปลี่ยนจากยาฉีดมาเป็นยากิน อย่าลืมเพิ่มขนาดเป็น 2-3 เท่าด้วย

คําถาม : มอร์ฟีนแบบกินกับแบบฉีดเริ่มออกฤทธิ์เร็วพอๆ กันและออกฤทธ์ินานพอๆ กันจริงหรือไม่
คําตอบ : ผิด
ความจริง : มอร์ฟีนแบบฉีดออกฤทธิ์เร็วกว่าและหมดฤทธิ์เร็วกว่า ถ้าฉีดเข้าเส้นอาจจะหมดฤทธิ์ภายใน 1-2 ชั่วโมง ในขณะที่ยากินจะอยู่ได้ 2-4 ชั่วโมง แต่หากเป็นยามอร์ฟีนกินแบบออกฤทธิ์ยาวจะอยู่ได้นานถึง 12-24 ชั่วโมง

ที่มา: ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก หมอเป้ พญ.ดาริน จตุรภัทรพร
ผู้แต่งหนังสือ  สุข รัก เข้าใจ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต | Facebook Page: รักก่อนกำเนิด เกิดก่อนกำหนด | @Lynlanara

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่