Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
พฤติกรรม

อาการเดินเซในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,065,616 คน

อาการเดินเซในแมว

อาการเดินเซในแมวโดยทั่วไปหมายถึงภาวะที่ร่างกายรับความรู้สึกได้ผิดปกติและทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของขา, ศีรษะและ/หรือลำตัวที่ไม่สอดคล้องกัน อาการนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ sensory (proprioceptive), vestibular และ cerebellar ซึ่งทั้งสามรูปแบบนั้นทำให้เกิดอาการเดินเซได้ทั้งหมด แต่แบบ vestibular และ cerebellar นั้นจะทำให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ศีรษะและคอด้วย

อาการเดินเซแบบ sensory (proprioceptive) นั้นเกิดขึ้นจากการที่ไขสันหลังถูกกดทับอย่างช้าๆ อาการที่มักพบจากภาวะนี้คือการที่แมววางเท้าผิดที่, ตามด้วยอาการอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโรคเป็นมากขึ้น ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ที่ไขสันหลัง, ก้านสมอง (สมองส่วนล่างบริเวณใกล้กับลำคอ) และสมองส่วนต่างๆ

เส้นประสาท vestibulocochlearนั้นทำหน้าที่นำข้อมูลเกี่ยวกับการทรงตัวจากหูชั้นในไปยังสมอง ดังนั้นหากเส้นประสาทนี้ถูกทำลายจึงจะทำให้การวางตำแหน่งของศีรษะและลำคอเกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากอาจจะได้รับสัญญาณการเคลื่อนไหวลวง หรืออาจจะมีปัญหาในการได้ยิน อาการที่มักพบในภาวะนี้ประกอบด้วยตัวเอียง, เดินปลายเท้า, หกล้ม, หรือกลิ้งตัว หากความผิดปกติดังกล่าวนั้นเกิดกับเส้นประสาท vestibular ส่วนกลาง มักจะทำให้การเคลื่อนไหวของลูกตาและการรับความรู้สึกผิดปกติ, ขา (ทั้งหมดหรือข้างใดข้างหนึ่ง) เกิดอาการอ่อนแรง, มีความผิดปกติที่เกิดจากเส้นประสาทสมองหลายเส้น, ง่วงนอน, ซึม หรือไม่รู้สึกตัวได้ ในขณะที่หากเกิดกับเส้นประสาทส่วนปลาย มักจะไม่ทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับความรู้สึกตัว, การเคลื่อนไหวของลูกตา, การรับความรู้สึก หรืออาการอ่อนแรงที่ขา

อาการเดินเซแบบ Cerebellar นั้นทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของขา, ศีรษะ และลำคอที่ไม่ประสานกัน ทำให้แมวเดินก้าวใหญ่กว่าปกติและผิดปกติ มีอาการสั่นที่ศีรษะ ร่างกาย หรือลำตัว

อาการและรูปแบบที่พบของโรคนี้

  • ขาอ่อนแรง
    • อาจเกิดขึ้นกับขาข้างใดข้างหนึ่ง, มากกว่าหนึ่งข้าง หรือทั้งหมดได้
    • อาจเกิดเฉพาะที่ขาหลัง หรือเฉพาะขาข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
  • ศีรษะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • มีปัญหาในการได้ยิน – ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
  • เดินเซ, หกล้มบ่อยๆ, เดินตัวเอียง
  • ง่วงนอนหรือซึมมากกว่าปกติ
  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
  • การเคลื่อนไหวของตาผิดปกติ – อาจเกิดจากการรับความรู้สึกทีผิดปกติหรือจากอาการเวียนศีรษะ
  • เบื่ออาหารเนื่องจากมีอาการคลื่นไส้ (เป็นอาการที่แสดงถึงอาการมึนงงที่เกิดจากการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการสูญเสียสมดุลภายในร่างกาย)

สาเหตุ

  • โรคทางระบบประสาท
    • สมองส่วน Cerebellar
    • ความเสื่อมของร่างกาย
      • Abiotrophy (การสูญเสียการทำงานของสมองส่วน Cerebellum เร็วกว่าปกติ)
    • Anomalous
      • การที่สมองไม่พัฒนาเนื่องจากการติดเชื้อไวรัส panleukopeniaขณะคลอด
      • มีถุงน้ำอยู่ใกล้กับโพรงสมองลำดับที่ 4
    • โรคมะเร็ง
    • การติดเชื้อ – เช่นโรค Feline infectious peritonitis – FIP (ภาวะเยื่อบุช่องท้องติดเชื้อในแมว)
    • การอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติทางภูมิคุ้มกัน
    • การได้รับสารพิษ
  • Vestibular – ระบบประสาทส่วนกลาง
    • การติดเชื้อ
      • Feline infectious peritonitis – FIP (การติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้องในแมว), การติดเชื้อ rickettsia
    • การอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุหรือเกิดจากความผิดปกติทางภูมิคุ้มกัน
    • การได้รับสารพา
  • Vestibular – ระบบประสาทส่วนปลาย
    • การติดเชื้อ
      • หูชั้นใน
      • เชื้อรา
    • เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ
    • ความผิดปกติของระบบเมตะบอลิก
    • มะเร็ง
    • ได้รับบาดเจ็บ
  • ไขสันหลัง
    • การเสื่อมของปมประสาทและไขสันหลัง
    • ความผิดปกติของเส้นเลือด
      • สูญเสียเลือดที่ไปเลี้ยงระบบประสาทส่วนกลางจากการที่มีลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด
    • Anomalous
      • ความผิดปกติของไขสันหลังและกระดูกสันหลังแต่กำเนิด
      • มีถุงน้ำในไขสันหลัง
    • มะเร็ง
    • การติดเชื้อ
    • การได้รับบาดเจ็บ
  • โรคทางระบบเมตะบอลิก
    • ภาวะซีด
    • มีความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย – โพแทสเซียมต่ำ และน้ำตาลในเลือดต่ำ

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติของแมวอย่างละเอียด รวมไปถึง อาการที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดอาการดังกล่าว ก่อนที่จะทำการตรวจเพิ่มเติมเช่นการเจาะเลือด หรือตรวจปัสสาวะ 

นอกจากนั้นยังจะต้องส่งตรวจเอกซเรย์เช่นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การดูตำแหน่งของกล้ามเนื้อและการเอกซเรย์กระดูกสันหลังเพื่อระบุตำแหน่งที่ผิดปกติว่าเกิดที่ระบบประสาทส่วนปลาย, ไขสันหลัง หรือที่สมองส่วน cerebellum นอกจากนั้นการเอกซเรย์ช่องอกและช่องท้องยังอาจจะช่วยในการวินิจฉัยหากว่าอาการดังกล่าวนั้นเกิดจากโรคมะเร็งหรือจากการติดเชื้อรา สัตวแพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ ultrasound ช่องท้องเพื่อดูความผิดปกติที่ตับ, ไต, ต่อมหมวกไต หรือการทำงานของตับอ่อน

หากสงสัยว่าความผิดปกติดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากระบบประสาท อาจมีการเก็บน้ำไขสันหลังไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

การรักษา

โรคนี้สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาลยกเว้นว่ามีอาการรุนแรงมากหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวนั้นอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ควรหลีกเลี่ยงการให้แมวรับประทานยาเองโดยไม่ถามสัตวแพทย์เนื่องจากยาหลายตัวสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ วิธีการรักษานั้นจะขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค

การดูแลและการจัดการ

หากสัตวแพทย์สงสัยว่าความผิดปกติดังกล่าวนั้นเกิดจากโรคที่ไขสันหลังคุณควรจำกัดการเคลื่อนไหวของแมว แต่ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เกิดจากความผิดปกติที่ไขสันหลัง คุณก็อาจจะพิจารณาให้แมวของคุณได้นอนพักในกรงแทนหากคุณไม่สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ชอบปีน และหากพวกมันผลัดตกลงมาก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น นอกจากนั้นควรเฝ้าสังเกตการเดินของแมวว่ามีอาการอ่อนแรงมากขึ้นหรือไม่ หากมีอาการรุนแรงมากขึ้นควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม