Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

ตาบอดคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 755,003 คน

ภาวะตาบอด คือภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยแม้กระทั่งแสง ทุกสิ่งเป็นสีดำหรือความมืดทั้งหมด แต่หากมีภาวะตาบอดบางส่วน (Partially Blind) จะทำให้การมองเห็นบางอย่างถูกจำกัดลง เช่น มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถแยกแยะรูปร่างของสิ่งของต่างๆ ได้ 

ควรเข้าพบแพทย์ทันทีที่สูญเสียความสามารถในการมองเห็นอย่างกะทันหัน ห้ามรอให้การมองเห็นกลับมาเอง เพราะสาเหตุบางอย่างของอาการตาบอดชั่วคราวจะมีโอกาสหายมากขึ้นหากได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ซึ่งการรักษานั้นอาจเป็นได้ตั้งแต่การใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

อาการของภาวะตาบอด

หากมีภาวะตาบอดโดยสมบูรณ์ จะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย แต่หากมีภาวะตาบอดบางส่วน อาจพบอาการดังต่อไปนี้

  • ตามัว
  • ไม่สามารถจำแนกรูปทรงได้
  • มองเห็นแค่เงา
  • การมองเห็นตอนกลางคืนไม่ดี
  • การมองเห็นแบบอุโมงค์ (Tunnel Vision)

อาการของภาวะตาบอดในทารก

ระบบการมองเห็นของเด็กจะเริ่มพัฒนาตัวขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และจะพัฒนาอย่างเต็มที่จนกว่าเด็กจะมีอายุ 2 ปี เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ ควรจะสามารถจับจ้องสิ่งของหรือใช้ดวงตาติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ และเมื่อพวกเขามีอายุ 4 เดือน ดวงตาของพวกเขาควรจะเรียงกันอย่างเหมาะสม ไม่หลบเข้าในเบ้า หรือถลนออกมา

อาการที่บ่งชี้ถึงความบกพร่องด้านการมองเห็นในเด็กเล็กมีดังนี้

  • ขยี้ตาบ่อย
  • มีความอ่อนไหวต่อแสงอย่างมาก
  • มีสมาธิจดจ่อไม่ดี
  • มีอาการตาแดงเรื้อรัง
  • มีน้ำตาไหลออกจากตาบ่อยครั้ง
  • มีรูม่านตาขาวแทนที่จะเป็นสีดำ
  • มีการใช้สายตาจับจ้องหรือติดตามสิ่งต่าง ฃๆ ไม่ดี
  • มีแนวดวงตาหรือการเคลื่อนไหวของดวงตาผิดปกติ หลังจากมีอายุครบ 6 เดือน

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาบอด

มีโรคและภาวะทางการแพทย์หลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการตาบอดได้ เช่น

  • ต้อหิน (Glaucoma) ภาวะที่ส่งผลเสียต่อเส้นประสาทตา
  • โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม (Macular degeneration) ที่ทำลายส่วนของดวงตาที่ทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ โดยมากเป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ
  • ต้อกระจก (Cataracts) ทำให้การมองเห็นขุ่นมัว มักพบได้มากในผู้สูงอายุ
  • โรคตาขี้เกียจ (Lazy eye) ทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ยากขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียการมองเห็น
  • โรคเส้นประสาทตาอักเสบ (Optic neuritis) การอักเสบที่ทำให้เกิดภาวะสูญเสียการมองเห็นถาวรหรือชั่วคราว
  • โรคจอตามีสารสี (Retinitis pigmentosa) หมายถึงความเสียหายที่เรตินา หรือจอตา สามารถทำให้ตาบอดได้ (แต่หายาก)
  • เนื้องอก ที่เกิดกับจอตาหรือเส้นประสาทตา

บางครั้งอาจพบว่าภาวะตาบอด เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานหรือโรคหลอดเลือดสมอง  อีกทั้งยังสามารถเป็นความผิดปกติตั้งแต่เกิด การบาดเจ็บที่ดวงตา และภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดดวงตาได้เช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดในเด็กทารก

ภาวะต่อไปนี้สามารถส่งผลเสียต่อการมองเห็นหรือทำให้เกิดภาวะตาบอดในทารกได้:

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
  • การติดเชื้อ เช่น โรคตาแดง (Pinkeye)
  • ท่อน้ำตาอุดตัน
  • ต้อกระจก
  • ภาวะตาเข (Crossed Eyes)
  • โรคตาขี้เกียจ 
  • ภาวะหนังตาตก (Ptosis)
  • ต้อหินตั้งแต่กำเนิด (Congenital Glaucoma)
  • โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Retinopathy) ของเด็กที่คลอดก่อนกำหนด 
  • ภาวะไม่รับรู้ทางการมองเห็น หรือระบบการมองเห็นของเด็กมีพัฒนาการล่าช้า

การวินิจฉัยภาวะตาบอด

การตรวจดวงตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์จะช่วยระบุสาเหตุของภาวะตาบอดหรือภาวะสูญเสียการมองเห็นบางส่วนได้ โดยแพทย์จะจัดให้มีการทดสอบการมองเห็น การทำงานของกล้ามเนื้อตา และการตอบสนองต่อแสงของม่านตา จากนั้นจะมีการตรวจสุขภาพองค์รวมของดวงตาด้วยการใช้ Slit Lamp ซึ่งเป็นกล้องจุลทรรศน์พลังงานต่ำที่ร่วมกับไฟความเข้มข้นสูง

ส่วนการวินิจฉัยภาวะตาบอดในเด็กทารก จะเริ่มทำเมื่อเด็กมีอายุ 6 เดือน โดยการตรวจสอบความแม่นยำของสายต, การโฟกัส และการวางตำแหน่งของดวงตา โดยแพทย์จะวินิจฉัยโครงสร้างดวงตาของเด็กเพื่อตรวจดูว่าพวกเขาสามารถมองตามแสงหรือวัตถุที่มีสีสันได้หรือไม่

การรักษาภาวะตาบอด

ในบางกรณีสามารถใช้วิธีการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาหรือฟื้นฟูภาวะมองเห็นบกพร่องได้

  • การใช้แว่นตา
  • คอนแท็คเลนส์
  • การผ่าตัด
  • การใช้ยา

หากมีภาวะตาบอดบางส่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แพทย์จะแนะนำวิธีการใช้ชีวิตด้วยสายตาที่จำกัด เช่น ใช้แว่นขยายในการอ่านหนังสือ เพิ่มขนาดตัวอักษรที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ใช้นาฬิกาและหนังสือที่มีเสียง เป็นต้น

ส่วนผู้ที่มีภาวะตาบอดสมบูรณ์จำต้องมีการเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ เช่น

  • การอ่านอักษรเบรลล์
  • การใช้สุนัขนำทาง
  • การจดจำตำแหน่งตัวหนังสือบนแป้นพิมพ์
  • การจัดวางสิ่งของในบ้านให้เป็นระเบียบและหยิบจับง่ายขึ้น
  • การพับธนบัตรแตกต่างกันตามมูลค่า
  • การติดตั้งราวจับไว้ในห้องน้ำเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7


ที่มาของข้อมูล

Chitra Badii กับ Marijane Leonard, unable to see (https://www.healthline.com/symptom/blindness), 9 มีนาคม 2016

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป