แผลหลุมที่กระจกตาในสุนัข: สาเหตุ อาการ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 26, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 133,693 คน

กระจกตาเป็นส่วนประกอบใสๆที่อยู่รอบนอกที่สุด คอยทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะและโครงสร้างอื่นๆภายในลูกตา ไม่ว่าจะเป็นม่านตาหรือรูม่านตา รวมไปถึงทำหน้าที่ในการกรองแสงและหักเหแสงที่ผ่านเข้าไปสู่จอประสาทตา โดยปกติกระจกตาจะมีเนื้อเยื่อ 5 ชั้นที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ หากมีการฉีกขาดชั้นชั้นหนึ่งจากภายนอก จะเรียกว่าการเกิดแผลหลุมที่กระจกตา (corneal ulcer) หรือภาวะกระจกตาอักเวบจากการเป็นแผล (ulcerative keratitis) การเกิดแผลหลุมสามารถแบ่งออกตามระดับความรุนแรงได้เป็น 2 ชนิดคือแบบผิว (superficial) และแบบลึก (deep) หากลึกมากกว่านี้อาจเกิดความรุนแรงถึงขั้นที่เรียกว่า กระจกตาทะลุ (staphyloma)

อาการ

  • ตาแดง เจ็บตา
  • มีน้ำตามาก
  • หรี่ตาบ่อยๆหรือลืมตาไม่ได้ (blepharospasm)
  • กลัวแสง (photophobia)
  • เกาตาบ่อยๆ
  • มีขี้ตา ซึ่งหากมีลักษณะข้นหรือเขียวนั่นหมายถึงมีการติดเชื้อแทรกซ้อนแล้ว
  • อาจเห็นแผลโดยตรงได้จากภายนอก

สาเหตุ

  • การกระทบกระแทก เช่น การเกาไปโดน ถูกของมีคม การต่อสู้กัน ฯลฯ
  • ถูกสารเคมีบางชนิด
  • การติดเชื้อบางชนิด
  • ตาแห้งมากๆ (dry eye)
  • หนังตาปิดไม่สนิท เกิดอาการแพ้รุนแรง
  • สุนัขบางพันธุ์มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเนื่องจากมีลักษณะของหนังตาที่ม้วนเข้า (entropion) ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ซึ่งมักพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ที่มีลักษณะที่เรียกว่า “พันธุ์หน้าสั้น” (brachycephalic breed) ตัวอย่างของสุนัขพันธุ์ดังกล่าวได้แก่
    • Pug
    • Boston Terrier
    • ปักกิ่ง (Pekingese)
    • Boxer
    • Bulldog / French bulldog
    • Shih Tzu

สุนัขเหล่านี้มีความเสี่ยงมากในการเกิดความรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาเนื่องจากมักพบว่ามีโอกาสที่ลูกตาจะหลุดออกมาจากเบ้าตาได้ หากพบปัญหาให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจวัดทางตา (ophthalmic examination) อย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของการมองเห็นและลักษณะของการเกิดหลุมที่กระจกตา โดยการตรวจได้แก่การวัดปริมาณน้ำตา อาจทำการเก็บตัวอย่างเมื่อสงสัยการติดเชื้อ และใช้สี fluorescein ในการย้อมเพื่อหาบริเวณที่เกิดแผล ลักษณะของแผลที่เห็นเมื่อย้อมสีตาจะเห็นเป็นร่องรอยสีเขียวเมื่อส่องด้วยไฟชนิด fluorescence อาจทำการเก็บเลือดเพื่อตัดปัญหาในเรื่องของการติดเชื้อบางชนิด

การรักษา

การรักษาแผลหลุมกระจกตานั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของการเกิดโรค และความรุนแรงของโรค ตัวอย่างเช่น หากเกิดแผลหลุมแบบชนิดทะลุ (staphyloma) หรือแบบเกือบทะลุ (descemetocoele) จะถือว่าเข้าข่ายเป็นสัตว์ป่วยฉุกเฉินและควรต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำเยื่อตาขาวมาปิดและปกป้องเอาไว้ หากเป็นแบบลึกอาจเจาะเลือดเพื่อนำไปปั่นง และเก็บเอาซีรั่มมาหยอดตา ซีรั่มนี้เองจะมีคุณสมบัติสำหรับการเร่งการหายของแผลที่กระจกตา ส่วนแบบผิวเผินก็จะได้รับยาในเบื้องต้นได้แก่น้ำตาเทียม ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน และ atropine เพื่อลดอาการเจ็บบริเวณนี้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องทำการใส่ Elizabethan’s collar ซึ่งมีลักษณะคล้ายลำโพงใส่บริเวณคอเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขเกาไปถูกตาและทำให้แผลแย่ลงไปกว่าเดิม ในบางกรณีลักษณะของปากแผลอาจกลายเป็นเนื้อเยื่อที่ไม่งอกใหม่ (refractory ulcerative keratitis) ทำให้ไม่เกิดการหายของแผลสักที สัตวแพทย์จะทำการใช้สำลีพันปลายไม้ เพื่อขูดกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงมากขึ้นและเกิดการหายของแผลนั่นเอง

การดูแลและจัดการ

โรคของแผลที่กระจกตาเป็นโรคที่ไม่ได้มีความรุนแรง เพราะโดยทั่วไป มักพบว่าเกิดจากการเกาของตัวสัตว์เอง แต่การดูแลสำคัญที่สุด เพราะเจ้าของจเป็นจะต้องหยอดยาเป็นประจำบ่อย ยาหยอดตาที่หยอดไปในความเป็นจริงมีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน จำเป็นจะต้องหยอดให้บ่อยที่สุด บางชนิดอาจหยอดถี่ถึงทุก 2 ชั่วโมงจนไปถึงหยอดวันละ 2 ครั้ง ขึ้นกับชนิดของตัวยาและการพิจารณาของสัตวแพทย์ที่ดูแล ความสำคัญคือ collar ที่สวมให้กับสัตว์ ห้ามถอดออก ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม ต้องใส่ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงของคุณเกาไปถูกอีกครั้ง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม