โรคเบาหวาน

ชนิดโรคเบาหวาน อาการ และ เป้าหมายการรักษา

ชนิดโรคเบาหวาน อาการ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ชนิดโรคเบาหวาน อาการ และ เป้าหมายการรักษา

โรคเบาหวาน คือ ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เพราะเซลล์ร่างกายขาด หรือพร่องอินซูลิน หรืออินซูลินด้อยคุณภาพจึงไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ น้ำตาลที่มากเกินไปนี้จะถูกขับออกทางไต ส่วนเซลล์ที่ไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้ก็จะเสื่อมเร็ว และทำให้ร่างกายเหนื่อยอ่อน 

อินซูลิน คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากตับอ่อนซึ่งเป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ หากมีโรคของตับอ่อนจะส่งผลต่อการหลั่งอินซูลินได้

อาการของโรคเบาหวาน

เนื่องจากเซลล์ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานขาดกลูโคสที่จะไปใช้เป็นพลังงาน จึงทำให้เหน็ดเหนื่อยง่าย และหิวบ่อย ส่วนกลูโคสในเลือดก็ต้องขับทิ้งไปทางไต ซึ่งออกมากับปัสสาวะ จึงทำให้ปัสสาวะบ่อยร่างกายก็ต้องการน้ำเข้าไปชดเชย ผู้ป่วยจึงมีอาการดังนี้

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เป็นนิจ
  • ปัสสาวะบ่อย มีมดมาตอม
  • หิวบ่อย 
  • กระหายน้ำบ่อย

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลินจะมีอาการดังกล่าวรุนแรงและชัดเจนส่วนเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินจะมีอาการช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว ก็จะมีอาการเบื้องต้นเหล่านี้ร่วมกับอาการแทรกซ้อน

กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

  1. ทุกคน ทุกวัย ที่ทานอาหารตามใจปาก จะมีโอกาสเป็นเบาหวานมาก
  2. ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด
  3. มีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องเป็นเบาหวาน

โรคเบาหวานมี 4 ประเภท คือ

  1. เบาหวานประเภทที่ 1 ต้องพึ่งอินซูลิน
  2. เบาหวานประเภทที่ 2 ไม่พึ่งอินซูลิน
  3. เบาหวานจากโรคของตับอ่อน หรือจากโรคทางต่อมไร้ท่อ
  4. เบาหวานที่เกิดกับคนตั้งครรภ์

เบาหวานประเภทที่ 1 ชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน

  • เบาหวานชนิดนี้ พบได้ร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยเบาหวาน มักจะเกิดกับคนที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ผู้ป่วยจะมีรูปร่างที่ผอมมาก
  • มีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลินอย่างมาก หรืออย่างโดยสิ้นเชิง เนื่องจากตับอ่อนมีออโต้อิมมูนต่อเซลล์ที่สร้างอินซูลิน ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้นมากเรื่อยๆ แต่เซลล์ขาดกลูโคส
  • มีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม โดยพบบ่อย'ในผู้ป่วยที่มีลักษณะเนื้อเยื่อชนิดดีอาร์สามและดีอาร์สี่
  • ร่างกายต้องหาพลังงานจากการสลายโปรตีนและไขมัน ซึ่งได้ผลิตผลเป็นสารคีโตนที่เป็นกรดพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดภาวะกรดคั่งในเลือดจากสารคีโตน มีอาการหายใจหอบลึก คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังแห้ง ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง และระดับความรู้สึกตัวจะค่อยๆ ลดลง อาการนั้นรุนแรงและฉับพลัน หากเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แล้วผู้ป่วยเองไม่รู้เท่าทันโรค อาจทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตได้
  • เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ง่าย
  • รักษาด้วยการฉีดอินซูลินทุกวัน ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงภาวะกรดคั่งในเลือดจากสารคีโตน
  • เบาหวานประเภทที่ 2 ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน
  • เบาหวานชนิดนี้พบได้ร้อยละ 90 ของผู้ป่วยเบาหวาน มักจะเกิดกับคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และมักจะอ้วนมาก่อน กลุ่มนี้ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี จะมีโอกาสเกิดภาวะคีโตนคั่งในเลือดได้เหมือนกัน แต่พบไม่บ่อย
  • มีสาเหตุมาจากตับอ่อนเหนื่อยล้า ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ หรือผลิตอินซูลินที่คุณภาพไม่ดีออกมา
  • มักมีประวัติเบาหวานในครอบครัว
  • รักษาด้วยยารับประทาน แต่เมื่อน้ำตาลขึ้นสูงมากจนยาเอาไม่ค่อยอยู่แล้ว จึงฉีดอินซูลินร่วมด้วย
  • เกิดโรคแทรกซ้อนได้ยากกว่ากลุ่มแรก

เป้าหมายการรักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานทั้งชนิดพึ่งอินซูลินและไม่พึ่งอินซูลิน จะมีเป้าหมายการควบคุมรักษาโรคให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยใกล้เคียงกัน ทำได้ก็จะลดการเกิดโรคแทรกซ้อนได้

เป้าหมายที่ใช้กันบ่อย เช่น ตรวจทุกครั้ง หรือบ่อยครั้งที่พบแพทย์

  1. น้ำตาลก่อนอาหาร ควรอยู่ระหว่าง 90-130 มก./ดล. นิยมใช้ค่าน้ำตาลก่อนอาหารมาวินิจฉัยโรคเบาหวานโดย 126 มก./ดล. ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน และถ้า 100-125 มก./ดล. ถือว่าเป็นภาวะดื้ออินซูลินซึ่งภายหลังต่อมาจะเป็นโรคเบาหวานได้ ถ้าไม่ระวังน้ำตาลจากอาหาร
  2. ความดันโลหิต น้อยกว่า 130/80 มม. ปรอท

เป้าหมายที่ตรวจในบางครั้ง/ราย

  • น้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ซึ่งควรน้อยกว่า 180 มก./ดล.
  • น้ำตาลที่ตรวจโดยไม่อดอาหาร คนปกติจะน้อยกว่า 140 มก./ดล. ถ้า 200 มก./ดล. ขึ้นไปถือว่าเป็นเบาหวาน แต่การวัดน้ำตาลโดยไม่อดอาหารนั้นไม่นิยมเอามาเป็นเป้าหมายติดตาม เพราะค่าจะแกว่งไปตามอาหารอย่างมาก แต่ก็อาจต้องใช้ติดตามในผู้ป่วยบางรายที่น้ำตาลขึ้นสูงมาก และมีกิจกรรมมาก มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก หรือต่ำมาก เป็นต้น

เป้าหมายที่ตรวจประมาณ ทุก 3 เดือน

  • น้ำตาลเฉลี่ย HbA1C น้อยกว่า 7% โดยคนปกติจะมีค่านี้อยู่ที่น้อยกว่า 5.7
  • คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 180 มก./ดล.
  • เอช ดี แอล คอเลสเตอรอล (ไขมันดี) มากกว่า 40 มก./ดล.
  • แอล ดี แอล คอเลสเตอรอล (ไขมันเลว) น้อยกว่า 100 มก./ดล.
  • ไตรกลีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 มก./ดล.
  • ดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 23 กก./ตร.

เป้าหมายอาจแตกต่างไปบ้างเล็กน้อย ในผู้ป่วยแต่ละสภาพ หรือวัย เช่น สูงอายุ หรือหญิงตั้งครรภ์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่