เบาหวาน

อาการแสดงและการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

อาการแสดงและการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาการอ่อนเพลีย กระหายน้ำมากขึ้น ฉุนเฉียวง่าย และหิวบ่อย เป็นอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถถูกเข้าใจผิดได้สำหรับอาการแสดงเจ็บป่วยอื่น ๆ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
อาการแสดงและการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

>อาการแสดงและการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาการอ่อนเพลีย กระหายน้ำมากขึ้น ฉุนเฉียวง่าย และหิวบ่อย เป็นอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถถูกเข้าใจผิดได้สำหรับอาการแสดงเจ็บป่วยอื่น ๆ

เพราะโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ และอาการจะค่อยๆ แสดงทีละน้อยเลยอาจไม่ทันสังเกตเห็นเป็นเวลานานหรืออาการอาจเกี่ยวข้องกับสภาวะอื่นๆ เช่น ความกระหายน้ำที่เพิ่มขึ้น อาจเกี่ยวของกับอากาศร้อน หรืออาการอ่อนเพลียอาจเป็นสัญญาณของวัยชรา หรือความเครียด นี่เป็นเรื่องไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะแม้แต่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia)ในระยะสั้นยังลดทอนคุณภาพชีวิตของคุณ และถ้าภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้นยังคงอยู่เป็นเวลานาน มันสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะเบาหวานขึ้นจอตาหรือโรคไต (ไตผิดปกติจากเบาหวาน) ซึ่งจะไม่สามารถกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้ว

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถก่อให้เกิดอาการและอาการแสดงต่างๆได้มากมาย รวมถึง

  • อ่อนเพลีย
  • ปากแห้ง
  • กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • หิวบ่อย
  • น้ำหนักตัวลด
  • สายตาพร่ามัว
  • เบลอ
  • ฉุนเฉียวง่าย
  • แผลหายยาก

การติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มี เหงือกติดเชื้อ การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ (โดยเฉพาะในผู้หญิง) แผลที่หายช้าหลังจากมีอาการติดเชื้อ และการติดเชื้อที่เท้า

อาการแสดงในผู้ชาย

โดยทั่วไปแล้ว อาการแสดงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะเหมือนกันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อย่างไรก็ตาม โรคของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) การที่องคชาตไม่สามารถแข็งตัวได้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับทุกประเภทของโรคเบาหวานรวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จากรายงานของหน่วยงานกลางที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Diabetes Information Clearinghouse)  20-75% ของผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวานชนิดใดๆเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

นักวิจัยเชื่อว่าโรคเบาหวานก่อ ให้เกิดปัญหาทางเพศในผู้ชายซึ่งเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติของร่างกาย ที่ควบคุมการไหลเวียนต่างๆนั้นถูกทำลาย ถ้าคุณมีอาการแสดงของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาจเป็นอาการว่าคุณนั้นเป็นโรคเบาหวาน อีกหนึ่งโรคทางเดินปัสสาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานในผู้ชายคือ retrograde ejaculation หรือการหลั่งน้ำอสุจิย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ อาการแสดงที่พบได้คือน้ำอสุจิลดลงระหว่างการหลั่งน้ำอสุจิ

อาการแสดงในผู้หญิง

ผุ้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นตกขาวจากการติดเชื้อราในช่องคลอด นี่เป็นเพราะโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อราที่เพิ่มขึ้นในช่องคลอด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตกขาวในช่องคลอดนั้นนำไปสู่การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะเพราะเชื้อราและแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยโรคเบาหวาน

สมาคมโรคเบาหวาน แนะนำให้ทุกคนตรวจคัดกรองโรคเบาหวานเมื่ออายุเข้าสู่ 45 ปี คนที่มีปัจจัยเสี่ยงนอกจากอายุ (ความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นเมื่อคุณมีอายุเพิ่มขึ้น) ควรได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ มีการตรวจเลือดอยู่สองประเภทหลักๆที่นิยมใช้บ่อยๆ เพื่อตรวจคัดกรองโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การวัดระดับกลูโคสในพลาสมาและการตรวจ HbA1c (และมีอีกชื่อที่เรียกกันว่าการตรวจ A1C หรือการตรวจ hemoglobin A1c) การตรวจด้วยวิธีอื่นๆนั้นได้รับการอธิบายข้างล่างนี้เหมือนกัน

การวัดระดับกลูโคสในพลาสมา

การตรวจเลือดชนิดนี้จะทำขึ้นหลังจากคุณไม่ได้อดอาหารเป็นเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง โดยปกติแล้ว จะถูกตรวจเลือดในตอนเช้าก่อนช่วงอาหารเช้า การตรวจชนิดนี้จะช่วยวินิจฉัยโรคเบาหวาน และภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นภาวะเมื่อระดับกลูโคสสูงแต่ยังไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน

ปริมาณน้ำตาลในเลือดของคุณสามารถบ่งชี้ว่าคุณเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

  • ระดับน้ำตาลในเลือดที่ปกตินั้นสูงไม่เกิน 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL.)
  • ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน (ภาวะของคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับที่จัดว่าเป็นเบาหวาน) จะถูกวินิจฉัยถ้าน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับ100-125 mg/dL.
  • เบาจะถูกวินิจฉัยถ้าน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 126 mg/dL. หรือสูงกว่า

การตรวจ A1C

อีกหนึ่งประเภทของการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือการตรวจ hemoglobin A1C การตรวจชนิดนี้ประเมินระดับกลูโคสของคุณว่าได้รับการควบคุมดีระดับไหนจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรไปรับผลตรวจ A1C อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพราะการตรวจชนิดที่วัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด แพทย์ประจำตัวของคุณอาจต้องการที่จะตรวจการตรวจที่ได้กล่าวไปด้านบนซ้ำเพื่อยืนยันผลตรวจของคุณ ผู้ที่มีผลตรวจบ่งชี้ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยง 40% ของการพัฒนาที่จะเป็นโรคเบาหวานภายในระยะเวลา 5 ปีถ้าพวกเขาไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและสุขภาพโดยรวม
เป็นที่น่าเสียดายว่าคุณไม่อาจรู้สึกได้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดของคุณกำลังสูงขึ้น วิธีเดียวที่จะรู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือเป็นโรคเบาหวานคือการไปตรวจเลือด

การวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส (OGTT)

การวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส เป็นอีกหนึ่งการตรวจเบาหวานที่จะทำขึ้นหลังจากที่คุณไม่ได้รับประทานอาหารมาเป็นเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง การตรวจชนิดนี้มักใช้เพื่อตรวจ gestational diabetes นักเทคนิคจะเอาผลเลือดตัวอย่างของคุณ และหลังจากนั้นจะให้คุณดื่มเครื่องดื่มน้ำตาลที่มีกลูโคส 75 มก. ผสมอยู่ หลังจากที่คุณดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ คุณจะถูกวัดระดับน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังจากนั้นเพื่อวัดปฏิกิริยาของอินซูลินต่อเครื่องดื่ม การตรวจชนิดนี้สามารถวินิจฉัยได้ทั้งโรคเบาหวาน และภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

ผลของการวัดภาวะความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคสที่เป็นไปได้คือ

  • น้ำตาลในเลือดระดับปกติ 2 ชั่วโมงหลังจากการตรวจอยู่ที่ 139 mg/dLหรือต่ำกว่า
  • ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน (การเกิดความทนกลูโคสที่ผิดปกติ) is 140 to 199 mg/dL.
  • ถ้าเป็นเบาหวานต้องถึง 200 หรือสูงกว่า(แต่แพทย์ประจำตัวของคุณอาจให้คุณตรวจอีกรอบในวันถัดไปเพื่อยันยันผลนี้)

การสุ่มวัดระดับกลูโคสในพลาสมา

การตรวจวิธีอาจทำเมื่อไหร่ก็ได้เพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือด มันไม่แม่นยำพอที่จะวินิจฉัยภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน แต่สามารถนำได้สู่การวินิจฉัยโรคเบาหวานถ้าน้ำตาลในเลือดของคุณอยู่ที่ 200 mg/dL เป็นอย่างน้อยและมีอาการแสดงอื่นๆ เช่น

  • คุณปัสสาวะมากขึ้น
  • คุณดื่มมากกว่าปกติ
  • คุณน้ำหนักตัวลดลงทั้งๆที่คุณไม่ได้ตั้งใจ

โดยทั่วไปแล้ว การวินิจฉัยใดๆมักจะได้รับการยืนยันจากการวัดระดับกลูโคสในพลาสมา การวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส หรือการตรวจ A1C

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่