โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ทั่วโลก

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งแพทย์เรียกกันว่า Hyperglycemia โดยมีอยู่สองสาเหตุที่ก่อให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง คือ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และการลดระดับของการผลิตอินซูลินในร่างกายของคุณ ซึ่งสองปัจจัยนี้ทำให้โรคเบาหวานชนิดที่ 2 แตกต่างจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และโรคเบาหวานชนิดอื่น ๆ

ภาวะดื้อต่ออินซูลินคืออะไร?

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินถูกสร้างขึ้นในตับอ่อน

ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เป็นภาวะที่เซลล์ของร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้องใช้อินซูลินมากกว่าปกติในการลำเลียงกลูโคส (น้ำตาลประเภทหลักที่พบได้ในกระแสเลือด) เข้าไปในเซลล์ในการใช้สำหรับให้พลังงานหรือเก็บไว้ใช้ในภายหลัง

ภาวะดื้อต่ออินซูลินพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปหลังจากที่ร่างกายนั้นดื้อต่ออินซูลินมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับอ่อนทำปฏิกิริยาโดยการปล่อยอินซูลินมากขึ้น ภาวะที่ระดับของอินซูลินในเลือดกระแสเลือดสูงกว่าปกติเรียกว่า hyperinsulinemia

ตับอ่อนอาจสามารถรับระดับความต้องการที่ร่างกายต้องการอินซูลินในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นในชั่วขณะ และระดับน้ำตาลเลือดอาจอยู่ในระดับปกติประมาณ 70 - 100 mg/dl ก่อนรับประทานอาหารและต่ำกว่า 140 mg/dl หลังการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม ตับอ่อนไม่สามารถรักษาระดับของอินซูลินทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มที่จะสูงขึ้นในท้ายที่สุด

สาเหตุอะไรทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2?

ยังไม่มีเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมบางคนถึงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่บางคนถึงไม่เป็น แต่ถึงกระนั้น มีหลาย ๆ ปัจจัย ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้คนนั้นเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้แก่

โรคอ้วน การเป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จาก 4 ใน 5 คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นมีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน

ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานคือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงกว่าปกติแต่ยังไม่ถึงระดับที่จำเป็นต้องทำการวินิจฉัยสำหรับโรคเบาหวาน ในระยะนี้ยังไม่มีอาการแสดง ดังนั้น คุณควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณหากคุณกำลังอยู่ในภาวะนี้

พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพในปริมาณมากสามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารที่มีแคลอรีสูง อาหารและเครื่องดื่มที่มีกากใยน้อย เช่น โซดาหรือน้ำผลไม้ และเพิ่มการรับประทานผลไม้สด ผัก และโฮลเกรนสามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ใช้เวลากับการดูโทรทัศน์มากเกินไป งานวิจัยการของผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20 ปี และ 54 ปี แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ดูโทรทัศน์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันมีความเป็นไปได้มากกว่าเพื่อนฝูงของเขาที่จะเป็นโรคอ้วนและเป็นโรคเบาหวาน

การไม่เคลื่อนไหวออกแรง เมื่อไขมันในร่างกายทำปฏิกิริยากับอินซูลินและฮอร์โมนอื่น ๆ ในการส่งผลต่อการเจริญเติบโตของโรคเบาหวาน กล้ามเนื้อก็เช่นกัน โดยมวลกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการออกกำลังกายและการฝึกกล้ามเนื้อนั้นมีบทบาทในการป้องกันร่ายกายจากภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ 2

พฤติกรรมการนอน พฤติกรรมการนอนที่ถูกรบกวนได้ส่งผลกระทบถึงสมดุลของอินซูลินในร่างกายและระดับน้ำตาลในเลือดโดยการทำงานที่มากขึ้นของตับอ่อน เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมนี้อาจนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในอนาคต

กลุ่มอาการที่รังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (PCOS) จากการประมาณการ ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มอาการที่รังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (PCOS) เป็นภาวะผิดปกติที่ฮอร์โมนไม่สมดุล และมีความเสี่ยงสูงถึง 7 เท่าในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าเพื่อนๆของเธอ

โรคเบาหวานเป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมหรือไม่?

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีโครงสร้างทางพันธุกรรมที่เข้มข้น ถ้าหนึ่งในแฝดเหมือนเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แฝดอีกคนมีโอกาสถึง 75-90% เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และถ้าผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลูกของเขาหรือเธอมีโอกาสประมาณ 15-20% ในการเป็นโรคนี้ในช่วงวัยผู้ใหญ่

ถ้าผู้ปกครองทั้งสองคนเป็นโรคนี้ ลูกของพวกเขามีโอกาส 50% ในการที่จะพัฒนาเป็นโรคนี้

นักวิจัยได้สังเกตกลุ่มชาติพันธุ์ว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่สองมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนแอฟริกันอเมริกัน ฮิสปานิก/ลาตินอเมริกัน และบางกลุ่มของคนอเมริกันพื้นเมืองนั้นมีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่ากลุ่มอเมริกันผิวขาวหรือชาวคอเคเชียน

และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมนั้นมีบทบาทสำคัญ เมื่อคนญี่ปุ่นย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาและชินต่ออาหารและวิถีชีวิตแบบตะวันตก อัตราการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นสูงขึ้นในคนกลุ่มนี้ แต่ครอบครัวพวกเขาที่ยังอยู่ในญี่ปุ่นไม่ได้ประสบกับการเพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ความชุกของโรค

ผู้คนมากกว่า 29 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาซึ่งเท่ากับประมาน 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดเป็นโรคเบาหวานจากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ประชากรส่วนใหญ่ (90-95%) เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้คนประมาณ 8.1 ล้านคนที่เป็นโรคเบาหวานนั้นยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

ณ ตอนนี้ โรคเบาหวานเป็นต้นเหตุอันดับ 7 ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากรายงานขอศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา

ประชากรประมาณ 347 ล้านคนทั่วโลกเป็นโรคเบาหวานจากรายงานของ องค์การอนามัยโลก (WHO)

และในเด็กที่แทบไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานในอดีต กลับมีรายงานในปัจจุบันว่ามีสัดส่วนของการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถป้องกันได้ในบางกรณี กลับคืนมาได้ หรือชะลอได้จากการรวมกันของ

  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • การควบคุมระดับความดันในเลือด
  • การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

คุณควรถกเกี่ยวการควบคุมระดับต่าง ๆ เหล่านี้ (และวิธีในการรักษาระดับหรือให้ระดับเหล่านี้ส่งผลดีต่อสุขภาพ) กับแพทย์ประจำตัวของคุณในการนัดหมายทุกครั้ง

โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นต้นเหตุแรกของสุขภาพที่ไม่แข็งแรงและการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในขณะที่บางระดับของ Arteriosclerosis (ภาวะที่หลอดเลือดแดงแข็งและสูญเสียความยืดหยุ่น) เกิดขึ้นในทุกคนที่มีอายุมาก โรคเบาหวานจะยิ่งเร่งการเกิดอัตราของภาวะนี้ซึ่งจะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือรักษาโรคนี้ถ้าคุณเป็นนั้น ต้องมีทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตควบคู่ไปกับการใช้ยา

ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ในภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ระดับน้ำตาลในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดฝอยที่เลี้ยงจอประสาทตา ซึ่งเป็นชั้นของเนื้อเยื่อที่ไวต่อแสงและอยู่ข้างหลังตาชั้นใน หลอดเลือดฝอยบวมและถูกอุดกั้นหรือมีเลือดซึมออกมากลางจอตาทำให้สายตามองเห็นไม่ชัด

ในระยะที่รุนแรง เส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติจะเกิดขึ้น เส้นเลือดใหม่ที่ซึมออกมาอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นที่รุนแรงหรือตาบอด

โรคชาปลายมือปลายเท้าจากเส้นประสาท โรคชาปลายมือปลายเท้าจากเส้นประสาท หรือเส้นประสาทถูกทำลายสามารถส่งผลกระทบต่อเส้นประสาททุกส่วนในร่างกายโดยเฉพาะในเท้า ขา มือ และแขน สภาวะนี้เรียกว่าโรคชาปลายมือปลายเท้าจากเส้นประสาท

โรคเส้นประสาทสามารถทำให้เกิดอาการเหน็บ อาการแสบร้อน หรืออาการชาในจุดที่เกิดอาการ อาการปวดของโรคเส้นประสาทยากต่อการควบคุม ดังนั้น ควรหายาทาที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากพริกเพื่อบรรเทาอาการ

ผลิตภัณฑ์ที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์อาจช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากเรียกว่าโรคชาปลายมือปลายเท้าจากเส้นประสาทซึ่งรวมถึง ยารักษาโรคซึมเศร้าและยากันชักประเภทต่าง ๆ

ไตผิดปกติจากเบาหวาน (โรคไต) ในภาวะไตผิดปกติจากเบาหวาน หน่วยไต (หรือตัวกรอง) ในไตนั้นถูกทำลายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรุนแรง

ความดันโลหิตสูงทำให้เกิดปัญหาและคอเลสเตอรอลสูงในก่อให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน

ในระยะเริ่มต้นของไตผิดปกติจากเบาหวาน คุณอาจไม่ทันสังเกตอาการแสดงใด ๆ แต่การตรวจเลือดและปัสสาวะโดยมาตรฐานสามารถตรวจวัดอาการแรก ๆ ของความผิดปกติ และการรักษาระยะต้น ๆ สามารถหยุดหรือชะลอการเติบโตของภาวะนี้ได้

แผลเรื้อรังจากเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเป็นแผลเบาหวานที่เท้า (แผลเปิดแบบเปื่อย) แผลเรื้อรังจากเบาหวานมักจะไม่มีอาการปวดและผู้ป่วยมักจะไม่ทราบว่าตัวเองเป็นแผลในตอนแรก แผลเบาหวานที่เท้าใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการรักษาและเป็นเหตุผลหลักสำหรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เราป่วยเป็นโรคความดัน และเบาหวานรับยาต่อเนื่อง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
มึนๆงงๆตาลายหูอื้อค่ะเมื่อก่อนไม่เคยเป็นเกียวกับอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พ่อเป็นต้อกระจก ตอนนี้บอดไปแล้ว ถ้าไปผ่าจะหายไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่