การรักษาวัณโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

การรักษาวัณโรค

วัณโรคระยะกำเริบสามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีเชื้อวัณโรคที่ดื้อยาเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคจึงต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อพร้อมกันหลายตัว และเนื่องจากเชื้อวัณโรคเป็นเชื้อที่โตช้า ผู้ที่ติดเชื้อจึงต้องรับประทานยาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อกำจัดให้เชื้อหมดทุกชนิด ไม่ควรหยุดยาเองก่อนกำหนด เพราะอาจทำให้เชื้อวัณโรคเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่หรือดื้อยาได้

วิธีการรักษาของสถานพยาบาลสำหรับผู้ติดเชื้อวัณโรคประกอบด้วย การพักผ่อน การได้รับอาการบริสุทธิ์ และการรับประทานอาหารที่เหมาะสมตามโภชนาการ เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องคัดแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกมา (Isolation) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นติดเชื้อวัณโรคเพิ่มขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าว วัณโรคนั้นมักจะถูกเรียกว่า “Consumption” หรือ “Phthisis”

ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการทำให้ปอดบางส่วน หรือปอดทั้งข้างของผู้ป่วยแฟบลงเพราะมีทฤษฏีที่เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการทำให้ปอดได้พักผ่อน แต่ความเห็นทางการแพทย์ก็ยังไม่เป็นที่สรุปว่าว่าการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวได้ผลจริงหรือไม่

ยาสเตรปโตมัยซิน (Streptomycin) เป็นยาปฏิชีวนะตัวแรกที่ใช้รักษาวัณโรค ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1940 ซึ่งทำให้วัณโรคในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศลดลงทันทีหลังการใช้ยาดังกล่าวเป็นที่แพร่หลาย อย่างไรก็ตาม วัณโรคก็ยังคงพบได้มากในประเทศที่ยากจน นอกจากนั้นจำนวนผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางปี ค.ศ. 1980 เนื่องมาจากผลของการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และการสนับสนุนด้านนโยบายสาธารณสุขและคลินิกผู้ป่วยวัณโรคที่ลดลง

ยารักษาวัณโรค

มียาปฏิชีวนะหลายตัวที่ใช้ในการรักษาวัณโรค โดยยาปฏิชีวนะที่มักใช้เป็นประจำ ได้แก่

  • ไอโซไนอะซิด (Isoniazid) หรือ ไนดราซิด (Nydrazid)
  • ไรแฟมปิน (Rifampin) หรือ ไรฟาดิน (Rifadin)
  • ไพราซินาไมด์ (Pyrazinamide)
  • อีแทมบูทอล (Ethambutol) หรือ ไมแอมบูทอล (Myambutol)
  • สเตรปโตมัยซิน (Streptomycin)

โดยการรักษาวัณโรค มักเริ่มให้ยาปฏิชีวนะทั้งหมด 4 ตัวหรืออย่างน้อย 3 ตัว ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะคนละชนิดกันแต่มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ต้านเชื้อวัณโรค ทั้งนี้เพราะเชื้อวัณโรคมีหลายสายพันธุ์ และบางสายพันธุ์ก็มีความสามารถในการพัฒนาตนเองให้ดื้อยาปฏิชีวนะบางตัวได้

การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับความไวของเชื้อต่อยา (Drug Susceptibility Test) สามารถนำมาช่วยในการตัดสินใจได้ว่าควรเลือกใช้ยาปฏิชีวนะตัวใดในการรักษาวัณโรคในผู้ป่วยนั้น ๆ ซึ่งการใช้ยารักษาวัณโรคนั้นมักจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนหรือมากกว่า การหยุดรักษาเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการติดเชื้อวัณโรคซ้ำ และอาจทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อวัณโรคดื้อยาได้

การแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อ )Isolation)

การแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการรักษาวัณโรคในยุดใหม่นี้ โดยผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดซึ่งอยู่ในระยะที่มีการกระจายของเชื้อโรคได้ )Active Pulmonary Tuberculosis) ควรที่จะได้รับการแยกออกจากบุคคลอื่น จนกว่าผู้ป่วยจะมีการตอบสนองที่ดีต่อการรักษาและผลการตรวจเชื้อวัณโรคจากเสมหะด้วยการย้อมสีแอซิดฟาสท์สเมียร์ (Acid Fast Smear) ให้ผลเป็นลบอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งปกติแล้วการแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อมักใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

เชื้อวัณโรคที่ดื้อต่อยา หรือที่เรียกว่า “Superbugs”

การรักษาและการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเนื่องมาจากการอุบัติขึ้นของเชื้อวัณโรคที่ดื้อยา (บางครั้งอาจเรียกว่า MDR-TB) ซึ่งก็คือเชื้อวัณโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาไอโซไนอาซิด (Isoniazid) และไรแฟมปิน (Rifampin) ซึ่งทั้งสองตัวเป็นยาปฏิชีวนะที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการรักษาวัณโรค

ในบางครั้ง เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ก่อโรคอาจจะมีการพัฒนาตัวเองให้ทนหรือดื้อต่อยาปฏิชีวนะบางตัว และอาจพัฒนาต่อจนถูกเรียกว่าเป็น “Superbugs” ซึ่งกลายเป็นเชื้อโรคดื้อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ได้ แต่จากวิธีการที่มนุษย์เราใช้ยาปฏิชีวนะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ได้เป็นการช่วยเพิ่มความเร็วในการพัฒนาของเชื้อโรคให้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะมากขึ้น

การรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นและส่งผลทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่เป็นประจำ

การรับประทานยาปฏิชีวนะไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียจริง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเกิดการดื้อยาขึ้น เพราะเมื่อมีการหยุดยาปฏิชีวนะก่อนระยะเวลาที่กำหนด เชื้อแบคทีเรียที่ยังเหลือรอดอยู่ก็มักจะสามารถพัฒนาตัวเองให้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะนั้น ๆ ได้

ซึ่งสองตัวอย่างดังกล่าวก็เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในการรักษาวัณโรค ซึ่งเป็นการรักษาที่จำเป็นต้องมีการรับประทานยาปฏิชีวนะทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน

การรักษาภายใต้การสังเกตโดยตรง (Directly Observed Therapy)

หนึ่งในวิธีการที่ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยา คือ การรักษาภายใต้การสังเกตโดยตรง โดยวิธีการนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการฝึกอบรมจะให้ยาแก่ผู้ป่วยและอยู่สังเกตให้ผู้ป่วยรับประทานยาให้เห็น ก่อนจะจดบันทึกลงในเอกสารว่าผู้ป่วยได้รับประทานยาแล้ว

ซึ่งการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาภายใต้การสังเกตโดยตรง มีอัตราความสำเร็จในการรักษาที่สูงกว่าผู้ป่วยที่บริหารจัดการรับประทานยาเอง

แม้ว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อวัณโรคทุกรายควรเข้ารับการรักษาภายใต้การสังเกตโดยตรง ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Center For Disease Control And Prevention) ได้แนะนำอย่างเฉพาะเจาะจงว่าผู้ป่วยดังต่อไปนี้ควรเข้ารับการรักษาภายใต้การสังเกตโดยตรง ได้แก่

  • ผู้ป่วยที่ติดเชื้อวัณโรคดื้อยา
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาวัณโรคเป็นบางช่วง ไม่ได้รับการรักษาครบตามระยะเวลาที่กำหนด
  • ผู้ป่วยที่เป็นคนเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
  • ผู้ป่วยที่ติดสุราหรือสารเสพติด
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานยาด้วยตนเองได้เนื่องจากปัญหาด้านร่างกาย จิตใจหรืออารมณ์
  • ผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่น
  • ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติไม่รับประทานยาตามที่แพทย์กำหนด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่