ชนิดของวัณโรค: วัณโรคระยะแฝง กับ วัณโรคระยะกำเริบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 189,760 คน

ชนิดของวัณโรค: วัณโรคระยะแฝง กับ วัณโรคระยะกำเริบ

การติดเชื้อวัณโรคต่างจากการติดเชื้อแบคทีเรียอื่น ตรงที่หลังจากติดเชื้อวัณโรคแล้วจะไม่แสดงอาการให้เห็นทันที โดยการติดเชื้อวัณโรคแบ่งเป็นสามระยะ คือ

  • การติดเชื้อระยะแรก (Primary TB Infection)
  • การติดเชื้อระยะแฝง (Latent TB Infection)
  • ระยะแสดงอาการหรือระยะกำเริบ (Active TB)

อนึ่งมีหลายล้านคนในโลกที่ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงโดยไม่เคยเข้าสู่ระยะกำเริบเลย

การติดเชื้อระยะแรก (Primary TB Infection)

เชื้อวัณโรคติดต่อได้จากการหายใจ ดังนั้นถ้าสูดอากาศที่มีเชื้อวัณโรคปนอยู่ก็อาจจะติดเชื้อนี้ได้ เพราะเหตุนี้ ถ้าหากว่าอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อวัณโรคระยะกำเริบที่มักไอหรือจามบ่อย ๆ ก็จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อวัณโรคได้มากขึ้น

โดยทั่วไประบบภูมิคุ้มกันจะทำลายเชื้อแบคทีเรียทันที แต่สำหรับคนที่มีเซลล์แมคโครฟาจ (Macrophages) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง เซลล์แมคโครฟาจจะล้อมรอบเชื้อไว้ และบังคับให้เชื้ออยู่ในภาวะสงบ ไม่แสดงอาการใดๆ การที่เชื้อแบคทีเรียอยู่ในภาวะสงบ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับร่างกายนั้น เรียกว่าเชื้อวัณโรคระยะแฝง ซึ่งเชื้อโรคอาจจะอยู่ในระยะนี้เป็นเวลาหลายสิบปี หรือตลอดทั้งชีวิตเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ในประชากรบางกลุ่ม เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มคนที่เพิ่งติดเชื้อวัณโรคมาได้ไม่นาน หรือกลุ่มคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลังจากที่ได้รับเชื้อวัณโรคไม่กี่สัปดาห์ ก็อาจแสดงอาการทันที

การติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง (Latent TB Infection)

เชื้อวัณโรคในระยะนี้จะอยู่ในภาวะสงบ คนที่ติดเชื้อระยะนี้จะไม่มีอาการใด ๆ และจะไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ซึ่งสามารถตรวจพบการติดเชื้อระยะแฝงนี้ได้ด้วยการทดสอบปฏิกิริยาทางผิวหนัง (Tuberculin Skin Test) หรือการตรวจหาเชื้อวัณโรคในเลือดด้วยวิธี Interferon-gamma Release Assay (IGRA) นอกจากนี้ ยังมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อวัณโรคในกลุ่มคนที่มีโอกาสติดเชื้อสูง เช่น บุคลากรการแพทย์ ผู้ป่วยที่กำลังจะได้รับเคมีบำบัด หรือยากดภูมิ

ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรักษาผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงทุกราย แต่จะเลือกรักษาเฉพาะคนที่มีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะพัฒนาเข้าสู่วัณโรคระยะกำเริบ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อวัณโรคแพร่กระจายต่อไป ในคนปกติที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเพียง 10 % ที่เชื้อวัณโรคระยะแฝงจะพัฒนาเป็นเชื้อวัณโรคระยะกำเริบ แต่ถ้าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีโอกาสที่เชื้อจะพัฒนาจะมากกว่าเดิมหลายเท่า

วัณโรคระยะกำเริบ (Active TB)

ในระยะนี้ เชื้อโรคจะเพิ่มจำนวนและทำปฏิกิริยากับร่างกาย ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งการติดเชื้อวัณโรคที่ปอดเป็นวัณโรคระยะกำเริบที่พบมากที่สุด อาการที่พบได้ คือ

  • หายใจติดขัด
  • เจ็บหน้าอก
  • ไอ อาจจะมีเสมหะร่วมด้วยก็ได้
  • อ่อนเพลีย
  • หนาวสั่นและเหงื่อออกตอนกลางคืน
  • อ่อนแรง
  • น้ำหนักลด
  • หายใจมีเสียงหวีด

นอกจากวัณโรคที่ปอดแล้ว มีโอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคที่อวัยวะอื่นได้เช่นกัน เช่น ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ข้อต่อ สมอง หรืออวัยวะภายในอื่น ๆ  ซึ่งอาการที่แสดงออกจะเหมือนกับอาการของวัณโรคที่ปอด และอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับว่าติดเชื้อที่อวัยวะใด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่