Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การติดเชื้อ Tritrichomonas foetus ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,418,431 คน

การติดเชื้อ Tritrichomonas foetus ในแมว

แมวและลูกแมวที่อยู่ในโรงเลี้ยงสัตว์หรือสถานรับฝากแมวนั้นมีความเสี่ยงในการติดเชื้อปรสิตที่ชื่อ Tritrichomonas foetus (T. foetus) ได้มากกว่าปกติ เชื้อนี้เป็นปรสิตเซลล์เดียวซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของแมวและทำให้เกิดท้องเสียและมีกลิ่นเหม็นเรื้อรัง

อาการที่พบ

แมวที่มีอายุน้อยจะมีโอกาสเกิดท้องเสียจากการติดเชื้อได้มากกว่าแมวที่โตเต็มวัยซึ่งอาจมีอาการหรือไม่มีก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรอุจจาระของพวกมันก็ยังคงเป็นพาหะที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ต่อไป แมวเหล่านี้อาจจะไม่มีอาการใดๆ เลยได้นานหลายปีหลังจากการติดเชื้อ

อาการหลักๆ ที่พบของการติดเชื้อก็คือการถ่ายเหลวที่มีกลิ่นเหม็นซึ่งบางครั้งอาจมีมูกหรือเลือดปนร่วมด้วย แมวอาจมีปัญหาถ่ายลำบากและต้องเบ่งเพื่อให้ถ่ายได้สุด ซึ่งทำให้บางครั้งอาจมีอุจจาระหลุดออกมานอกทวารหนักและทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดอาการเจ็บและแดงขึ้นได้

สาเหตุ

แมวที่ใช้กระบะขับถ่ายร่วมกันจะติดเชื้อได้จากการเหยียบกระบะนั้นแล้วทำการเลียที่เท้าหรือขนของพวกมัน ซึ่งจะทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายและไปเจริญเติบโตที่ลำไส้ใหญ่ ดังนั้นสัตว์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงมีโอกาสเป็นพาหะของเชื้อนี้ได้สูง แมวอาจมีอาการนานหลายปีและอาจมีการติดเชื้ออยู่ตลอดชีวิตโดยที่ไม่เคยตรวจพบ

การวินิจฉัยโรค

จะทำโดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระมาตรวจว่ามีปรสิตอยู่หรือไม่ โดยทั่วไปสัตวแพทย์มักจะนิยมให้เกิดอุจจาระเลยระหว่างที่ทำการตรวจเนื่องจากอุจจาระดังกล่าวจะไม่ใช่อุจจาระที่ปนกับสิ่งอื่นๆ หรือแห้งไป

สัตวแพทย์จะนำอุจจาระที่ได้ไปทำการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ หรืออาจทำการตรวจโดยการนำไปสกัดหา DNA ของเชื้อก็ได้ และอาจวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการตัดตัวอย่างเซลล์ภายในลำไส้ใหญ่มาตรวจ

การรักษา

ในปัจจุบัน วิธีการรักษาที่ได้ผลที่สุดในแมวที่ติดเชื้อนี้คือการใช้ยาที่ชื่อ ronidazole ซึ่งเป็นยาที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในประเทศ ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้ คุณหรือสัตวแพทย์จะต้องทำการติดต่อบริษัทยาโดยตรง นอกจากการใช้ยาแล้ว ควรแยกแมวที่ติดเชื้อออกจากแมวตัวอื่นที่อยู่ในบ้านจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ

Ronidazole เป็นยาที่ต้องรับประทานวันละครั้งติดต่อกันสองสัปดาห์ ในระหว่างที่รับประทานยา จะต้องคอยสังเกตผลข้างเคียงที่เกิดจากยาเช่นความผิดปกติทางระบบประสาทเช่นเดินลำบาก, เบื่ออาหาร, และอาจมีอาการชักได้ หากแมวของคุณมีอาการที่เกิดจากการได้รับพิษจากยา ให้หยุดใช้ยาทันทีและพาไปพบสัตวแพทย์

การดูแลและการจัดการ

ในระหว่างที่ทำการรักษาและหลังจากสิ้นสุดการรักษา ควรให้แมวรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายเพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนั้นควรทำความสะอาดกระบะขับถ่าย ทำการฆ่าเชื้อ ตากแห้งและเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

การป้องกัน

ในปัจจุบันไม่มีวัคซีนหรือยาใดที่สามารถป้องกันการติดเชื้อชนิดนี้ได้ ควรสังเกตอาการของการติดเชื้อในแมวที่มาจากฟาร์มเพาะพันธุ์และโรงเลี้ยงแมวอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นเมื่อคุณซื้อแมวตัวใหม่ ควรพาพวกมันไปตรวจกับสัตวแพทย์ก่อนแล้วจึงค่อยพาเข้าบ้านและทำความรู้จักกับแมวตัวอื่น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป