ความรู้สุขภาพ

การรักษาโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การรักษาโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวเป็นโรคที่ต้องการการดูแลรักษาตลอดชีวิต โดยการรักษาหลักจะประกอบด้วยการป้องกันอาการปวด การรักษาอาการปวด การป้องกันการติดเชื้อ การรักษาภาวะโลหิตจาง การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์หรือปลูกถ่ายไขกระดูก และการรักษาปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้น

เด็กและผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์จากสหสาขาวิชาชีพซึ่งจะทำงานร่วมกันเพื่อดูแลคุณ

ทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะช่วยให้คุณเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรค และทำงานร่วมกับคุณเพื่อวางแผนการดูแลเป็นรายบุคคล ซึ่งคำนึงถึงความต้องการและสภาวะทางสุขภาพของคุณร่วมด้วย

การป้องกันไม่ให้มีช่วงที่มีอาการปวด

สิ่งหลักๆ ที่คุณสามารถทำได้คือการลดโอกาสของการเข้าสู่ช่วงที่อาการปวด (sickle cell crisis) โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ

โดยคุณจะต้องทำสิ่งต่างๆ ดังนี้:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้คุณหนาว
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิกะทันหัน เช่น การว่ายน้ำในน้ำเย็น

หากคุณยังคงมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง คุณอาจได้รับคำแนะนำให้ใช้ยา ไฮดรอกซี่ยูเรีย (hydroxyurea) ซึ่งเป็นยารูปแบบแคปซูล รับประทานวันละ 1 แคปซูล

ยาไฮดรอกซี่ยูเรียจะลดปริมาณเซลล์เม็ดเลือดชนิดอื่นๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด และคุณจะได้รับการตรวจเลือดเป็นประจำเพื่อติดตามอาการของโรคด้วย

การรักษาอาการปวด

หากคุณมีอาการปวดระหว่างเป็นโรคนี้ (sickle cell crisis) โดยทั่วไปคุณสามารถจัดการกับอาการของโรคได้ที่บ้าน โดยปฏิบัติดังนี้

  • รับประทานยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) (ยาแอสไพริน ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 16 ปี) แต่ถ้าอาการปวดเป็นรุนแรงขึ้น แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดชนิดแรงกว่านี้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ใช้ผ้าเช็ดตัวอุ่น หรือ แผ่นให้ความร้อน เพื่อนวดเบาๆ ที่บริเวณที่มีอาการ สามารถหาซื้อแผ่นให้ความร้อนเหล่านี้ได้ตามร้านขายยา
  • พยายามให้สนใจสิ่งอื่นๆ แทนอาหารปวด เช่น ให้เด็กอ่านเรื่องราวที่ชอบ ดูภาพยนตร์ หรือเล่นเกมส์ที่พวกเขาชอบ

ให้ไปพบแพทย์หากการปฏิบัติตนข้างต้นไม่ประสบผลสำเร็จ หรืออาการปวดยังมีอาการรุนแรง

การรักษาด้วยยาแก้ปวดชนิดรุนแรงที่โรงพยาบาล เช่น มอร์ฟีน (morphine) เป็นเวลาไม่กี่วัน อาจมีความจำเป็น

ป้องกันการติดเชื้อ

เนื่องจากผู้ป่วยโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจะมีโอกาสติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการรักษาจึงจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ผู้ป่วยจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทุกวัน (มักเป็นยาเพนนิซิลิน) ในกรณีของการเป็นโรคนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะในระยะยาวจะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพของคุณ

เด็กที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวควรได้รับการฉีดวัคซีนพื้นฐานครบทุกชนิด และควรได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมด้วย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

การรักษาโลหิตจาง

โลหิตจางมักก่อให้เกิดอาการเล็กน้อย และอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น กรดโฟลิก (ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง) อาจจำเป็นในบางเวลาเพื่อช่วยเรื่องโลหิตจางในเด็กที่จำกัดการบริโภคอาหาร เช่น รับประทานมังสวิรัติ เป็นต้น

โลหิตจางที่มีสาเหตุจากโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวไม่ใช่โรคเดียวกับโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (iron deficiency anemia)  ซึ่งพบได้บ่อยกว่า ดังนั้นอย่ารับประทานธาตุเหล็กเสริมโดยที่แพทย์ไม่ได้สั่ง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

หากภาวะโลหิตจางเป็นรุนแรงหรือเป็นนานต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการให้เลือดหรือใช้ยาไฮดรอกซี่ยูเรีย

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก (Stem cell or bone marrow transplants)

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ หรือการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นวิธีเดียวที่จะหายขาดจากโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว แต่มักไม่ค่อยทำ เนื่องจากการปลูกถ่ายดังกล่าวมีความเสี่ยงเกิดขึ้นกับผู้ป่วย

สเต็มเซลล์เป็นเซลล์ชนิดพิเศษที่สร้างจากไขกระดูก (เนื้อเยื่อที่เป็นรูพรุน พบอยู่ที่ตรงกลางของกระดูกบางที่) โดยสเต็มเซลล์จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ

สำหรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ สเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสุขภาพดีจะให้กับผู้ป่วยผ่านทางหลอดเลือดดำ จากนั้นเซลล์เหล่านี้จะเริ่มต้นสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงสุขภาพดีเพื่อทดแทนเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เป็นการรักษาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ป่วยหลายอย่าง โดยความเสี่ยงหลักคือภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต่อต้านร่างกายผู้ป่วย (graft versus host disease) เป็นภาวะร้ายแรงถึงชีวิต คือสเต็มเซลล์ที่ใส่เข้าไปในร่างกายผู้ป่วยเกิดการต่อต้านเซลล์อื่นๆ ในร่างกายผู้ป่วย

โดยทั่วไปจะแนะนำให้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในเด็กที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น และประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาวจากการปลูกถ่ายจะต้องมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น

การรักษาปัญหาอื่นๆ ที่พบ

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวเป็นสาเหตุของปัญหาอื่นๆ ที่พบ ซึ่งอาจจำเป็นต้องรักษาด้วย ตัวอย่างเช่น

  • การให้ยาฮอร์โมนระยะสั้น อาจถูกสั่งให้กับเด็กเพื่อกระตุ้นการโตเป็นหนุ่มเป็นสาวในเด็กที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวช้า
  • นิ่วในถุงน้ำดีอาจรักษาด้วยการผ่าตัดถุงน้ำดีออก
  • อาการปวดกระดูกและข้อ สามารถรักษาด้วยยาแก้ปวด แต่ถ้ามีอาการปวดรุนแรงอาจจำเป็นต้องผ่าตัด
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวค้าง ร่วมกับอาการปวด อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยากระตุ้นการไหลเวียนเลือด หรือใช้เข็มเพื่อระบายเลือดออกจากอวัยวะเพศชาย
  • แผลที่ขาสามารถรักษาโดยการทำความสะอาดแผล และทำแผลร่วมกับการใช้ผ้าก๊อซ
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง อาจจำเป็นต้องได้รับการให้เลือดเป็นประจำ หรือรักษาร่วมกับยาไฮดรอกซี่ยูเรีย
  • acute chest syndrome (สภาวะร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับปอด) มักต้องการการรักษาฉุกเฉินด้วยยาปฏิชีวนะ, การให้เลือด, ออกซิเจน และสารน้ำทางหลอดเลือดดำ และยาไฮดรอกซี่ยูเรียอาจจำเป็นต้องให้เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการนี้อีกในอนาคต

ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับเลือดเป็นประจำอาจจำเป็นต้องรับยาขับธาตุเหล็กออกจากร่างกายให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยด้วย เราเรียกว่า chelation therapy 

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/blood-and-lymph/sickle-cell-disease#treatment

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ