การรักษา

อาการปวดศีรษะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 525988227 %281%29

อาการปวดศีรษะนั้นพบได้บ่อยในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ สาเหตุของการเกิดนั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าการปวดศีรษะแบบปฐมภูมินั้นมีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความวิตกกังวล  สำหรับการปวดศีรษะแบบทุติยภูมินั้น คืออาการปวดศีรษะที่เกิดจากโรคที่ร่างกายเป็นอยู่ เช่น การเกี่ยวข้องกับการเคยได้รับการบาดเจ็บทางศีรษะ ภาวะทางอารมณ์ โรคทางระบบประสาท การติดเชื้อ รวมไปถึงรอยโรคในสมอง ซึ่งโดยปกติแล้วอาการปวดศีรษะทั่วไปมักไม่เกี่ยวข้องกับโรคอื่นและสามารถหายได้เอง

ยากลุ่มพาราเซตามอล หรืออะเซตามิโนเฟน (paracetamol หรือ acetaminophen)

กลไกของยาพาราเซตามอลในการยับยั้งอาการปวด คือ ยังยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์พรอสตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทต่อการอักเสบ อาการปวดและการเกิดไข้ และยังมีฤทธ์ในการลดไข้โดยผ่านกลไกการควบคุมศูนย์ควบคุมความร้อน ฤทธิ์ในการลดไข้และแก้ปวดของพาราเซตามอลนั้นใกล้เคียงกัน

ขนาดรับประทานสำหรับบรรเทาอาการปวดหัวนั้น ผู้ใหญ่อยู่ที่ 325 ถึง 650 มิลลิกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง และห้ามรับประทานเกิน 4000 มิลลิกรัมใน 1 วัน ในประเทศไทยส่วนมากทำในรูปแบบเม็ดละ 500 มิลลิกรัม จึงอาจกล่าวให้เข้าใจง่ายๆว่า ในหนึ่งวันห้ามรับประทานยาพาราเซตามอลเกิน 8 เม็ด เพราะยาพาราเซตามอลมีพิษต่อตับหากรับประทานเกินหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำหรับขนาดการใช้สำหรับเด็กอยู่ที่ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/โดส และยาพาราสำหรับเด็กมักอยู่ในรูปแบบยาน้ำ การใช้ไซริงในการป้อนยาให้กับเด็กจะทำให้ได้ขนาดแม่นยำกว่าการใช้ช้อนตวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรใช้ช้อนที่ไม่ใช่ช้วนตวงในการป้อนยา เนื่องจากมีโอกาสที่จะทำให้ได้รับยาเกินขนาดและเกิดพิษต่อตับได้

ข้อดีของยาพาราเซตามอล คือสามารถใช้ยาพาราเซตามอลได้ในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้แอสไพริน หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด (ซึ่งไม่ควรใช้ยาแอสไพรินในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เนื่องจากแอสไพรินมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด) หรือผู้ป่วยที่มีโรคในระบบทางเดินอาหารส่วนบน (ซึ่งไม่ควรใช้ยาต้านการอักเสบ NSAID ในผู้ป่วยกลุ่มนี้เนื่องจากผลข้างเคียง คือ ระคายเคืองกระเพาะอาหาร) ยาพาราเซตามอลอยู่ใน category B สามารถผ่านรกได้ ยามีความปลอดภัยในการใช้ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์เมื่อใช้เป็นระยะเวลาสั้น แต่ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการแพ้ยาพาราเซตามอล

ยากลุ่มแอสไพริน (aspirin)

มีกลไกคือยับยั้งการสังเคราะห์สารพรอสตาแกลนดินเช่นเดียวกันกับในพาราเซตามอล มีฤทธิ์ในการลดไข้และต้านการอักเสบ นอกจากนี้แอสไพรินยังมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือดด้วย

ขนาดรับประทานสำหรับบรรเทาอาการปวดหัวนั้น สำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 325 ถึง 650 มิลลิกรัมทุก 4 ชั่วโมง และห้ามรับประทานเกิน 4000 มิลลิกรัมต่อวัน เช่นเดียวกันกับพาราเซตามอล และสำหรับเด็กอยู่ที่ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/โดส ทุก 4 ชั่วโมงและไม่เกิน 60 ถึง 80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/โดส

แอสไพรินอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ จึงควรรับประทานพร้อมกับหรือหลังอาหาร หรือการเลือกเม็ดยาที่มีการเคลือบฟิล์มชนิด enteric-coated (สามารถดูได้จากการระบุบนกล่อง) สามารถช่วยป้องกันการเกิดผลข้างเคียงการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ ไม่ควรใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้แอสไพริน ยาอยู่ใน category D ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยตั้งครรภ์ เนื่องจากมีโอกาสทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เลือดออก ได้

ทั้งยาพาราเซตามอลและแอสไพริน เมื่อรับประทานแล้วควรระวังในการรับประทานยาชนิดอื่นที่อาจเป็นยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของพาราเซตามอล หรือแอสไพรินซ้ำซ้อน เช่น ยาสูตรผสมเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ไอ การได้รับยาในปริมาณเกินขนาดอาจส่งผลให้เกิดพิษต่อตับได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังและควรอ่านฉลากยาทุกครั้งว่ายาสูตรผสมมีส่วนประกอบซ้ำซ้อนกับยาอื่นที่รับประทานหรือไม่

ยากลุ่ม NSAID

มีกลไกคือยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซิจิเนส (cyclooxygenase) โดยเอนไซม์นี้เป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนกรดอะราคิโดนิค (arachidonic acid) เป็นพรอสตาแกลนดิน ที่เป็นสารสื่อกลางตอบสนองการอักเสบและความรู้สึกเจ็บปวด มีข้อบ่งใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง บรรเทาไข้ และการอักเสบทั่วไป

ยาในกลุ่ม NSAID มีด้วยกันหลายตัวยา แต่ที่นิยมใช้ เช่น ไอบูโพรเฟร (Ibuprofen) ขนาดรับประทานในผู้ใหญ่สำหรับบรรเทาอาการปวดศีรษะ คือ 200 ถึง 400 มิลลิกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง และไม่รับประทานยาเกิน 1200 มิลลิกรัมในหนึ่งวัน ไม่ให้ใช้ยาไอบูโพรเฟนบรรเทาอาการปวดติดต่อกันเกิน 10 วัน เว้นแต่อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ อีกชนิดหนึ่งคือยา นาพรอกเซน (naproxen) ขนาดรับประทานสำหรับผู้ใหญ่ คือ 200 มิลลิกรัมทุก 8 ถึง 12 ชั่วโมง และไม่เกิน 600 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช้ยานาพรอกเซนในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ยากลุ่ม NSAID อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้จึงควรรับประทานยาพร้อมกับหรือหลังอาหาร ไม่ใช้ยาแอสไพรินร่วมกันกับยากลุ่มนี้เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหารได้

การบำบัดนอกเหนือจากการใช้ยา

การใช้เทคนิคเพื่อลดอาการปวดศีรษะนอกเหนือจากการใช้ยา เช่น กระประคบเย็นหรือประคบด้วยน้ำแข็ง จะช่วยลดการความไวของประสาทสัมผัสรับความเจ็บปวดลงได้ การผ่อนคลายสามารถช่วยให้ความเครียดลดลง รวมไปถึงการใช้จิตบำบัดและการฝังเข็ม เป็นต้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ชื่อนั้นสำคัญไฉน?
ชื่อนั้นสำคัญไฉน?

ชื่อสามัญทางยา, ชื่อทางเคมี และ ชื่อการค้าของยา คืออะไร

ยาพารา ปวดมากก็ต้องกินหลายเม็ด มันใช่ไหมอ้ะ?!?
ยาพารา ปวดมากก็ต้องกินหลายเม็ด มันใช่ไหมอ้ะ?!?

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับขนาดการใช้ยาพาราเซตามอล