สุขภาพผู้หญิง

อาการท็อกซิกช็อก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อาการท็อกซิกช็อก

แม้อาการท็อกซิกช็อก (toxic shock syndrome - TSS) เป็นอาการที่ส่งผลร้ายแรง แต่ทว่าเป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนัก

 อาการท็อกซิกช็อกหรือ TSS สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย หรือเด็ก แม้จะเป็นอาการที่ส่งผลร้ายแรง แต่เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนัก หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับอาการ TSS สิ่งที่ควรทำคือศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอาการเพื่อเพิ่มความระมัดระวัง

 อาการท็อกซิกช็อกคืออะไร

สาวๆ ที่มีประจำเดือนอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการเกิดอาการท็อกซิกช็อก (TSS) มาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นอาการช็อกรุนแรงอันเกิดจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษที่ 70 ที่เริ่มเกิดกรณีเจ็บป่วยจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่สามารถซึบซับประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์จึงต้องย้ำเกี่ยวกับสุขลักษณะและพฤติกรรมที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งาน กล่าวคือต้องมีการเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ โดยจำนวนของผู้มีอาการ TSS ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันผู้ป่วยประมาณ 50% เท่านั้นที่มีอาการ TSS จากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

อย่างไรก็ตาม อาการ TSS ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสมอไป ทว่าการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิดหรือห่วงคุมกำเนิดก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ TSS ได้ หรืออาการ TSS อาจเกิดได้จากการที่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังที่เป็นแผล การผ่าตัด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือจากการใช้วัสดุห้ามเลือดกำเดาไหลเกินเวลาที่แพทย์กำหนดให้ใช้ เป็นต้น ซึ่งอาการ TSS ที่เกิดจากกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

อาการ TSS เป็นอาการที่ส่งผลต่อระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกายทั้งหมด  ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย 2 ชนิด คือ แบคทีเรีย Staph และแบคทีเรีย Strep โดยแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดนี้จะผลิตสารพิษ และเมื่อร่างกายไม่สามารถต่อต้านสารพิษได้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองทันที โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลทำให้เกิดอาการ TSS ได้

 สัญญาณบ่งบอกอาการท็อกซิกช็อก (TSS)

อาการ TSS จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดจากสารพิษส่งผลต่อระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย โดยสัญญาณบ่งบอกและอาการของ TSS ดังนี้

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน (มีไข้สูงกว่า 38.8 องศา)
  • ความดันโลหิตลดลงเฉียบพลัน จนทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและเป็นลมหมดสติได้
  • มีแผลคล้ายแผลไหม้จากแสงแดดซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณใดของร่างกายก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
  • อาเจียนและท้องร่วง
  • ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงและมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • มีอาการตาแดง ปาก ภายในลำคอ และช่องคลอดบวมแดง
  • ปวดศีรษะ เกิดอาการสับสน งุนงง และชัก
  • เกิดภาวะไตวายหรืออวัยวะอื่นๆ ภายในร่างกายเสียหายฉับพลัน

ระยะเวลาเฉลี่ยก่อนที่อาการ TSS จะเกิดขึ้นอยู่ที่ 2-3 วันหลังจากได้รับเชื้อแบคทีเรีย อย่างไรก็ตามระยะเวลาแสดงอาการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะของการติดเชื้อ

 วิธีการป้องกัน

โอกาสที่จะเกิดอาการ TSS นั้นมีไม่มาก แต่จะสามารถลดความเสี่ยงลงไปได้อีกหากใช้วิธีการเหล่านี้

  • เมื่อเป็นแผล ทำความสะอาดและปิดแผลเพื่อป้องกันเชื้อโรค
  • เมื่อปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ ต้องเปลี่ยนผ้าก๊อซอยู่เสมอไม่ใช้ซ้ำเช่นนั้นนานๆ หรือเป็นเวลาหลายวัน
  • สังเกตแผลที่เป็นว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ เช่น มีอาการบวม แดง ปวด หรือมีไข้ หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบพบแพทย์
  • หากเด็กสาวเริ่มมีประจำเดือน แนะนำให้ใช้ผ้าอนามัยธรรมดาแทนการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
  • สำหรับสาวๆ ที่ชอบใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ควรเลือกผ้าอนามัยแบบซึมซับปริมาณน้อยเพราะจะทำให้ระบบการไหลของประจำเดือนเป็นไปอย่างสะดวกและเพื่อเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยขึ้น หากมีประจำเดือนมาก สาวๆ อาจใช้ผ้าอนามัยแบบสอดร่วมกับการใช้ผ้าอนามัยธรรมดาด้วย หรือหากมีประจำเดือนไม่มาก แนะนำให้ใช้ผ้าอนามัยธรรมดาจะดีกว่า นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเก็บรักษาผ้าอนามัยแบบสอดไว้ในที่ที่ร้อนชื้น ซึ่งจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และเนื่องจากเชื้อแบคทีเรียอาจติดอยู่ตามนิ้วมือหรือฝ่ามือ สาวๆ จึงต้องล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังใช้ทุกครั้ง
  • หากคุณเคยมีอาการ TSS หรือเคยติดเชื้อ Staph หรือ Strep มาก่อนแล้ว ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรืออุปกรณ์คุมกำเนิดใดๆ ที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เช่น ห่วงคุมกำเนิดหรือฟองน้ำคุมกำเนิด เป็นต้น

 วิธีการรักษา

อาการ TSS ถือเป็นอาการรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หากคุณหรือคนรอบตัวกำลังมีอาการ TSS จะต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อประเมินการรักษา

หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นอาการ TSS แพทย์จะเติมน้ำเกลือและยาปฏิชีวนะเข้าทางเลือดทันที และนำเนื้อเยื่อบริเวณผิว จมูก หรือช่องคลอด ไปตรวจหาเชื้อ หรืออาจใช้วิธีการตรวจเลือด เนื่องจากการตรวจเลือด

สามารถตรวจหาความผิดปกติของการทำงานของไตและสามารถตรวจหาโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อันเป็นสาเหตุของอาการ TSS ได้ด้วย

นอกจากนี้ แพทย์หรือพยาบาลจะนำผ้าอนามัย อุปกรณ์คุมกำเนิด หรือผ้าก๊อซปิดแผล ออกจากบริเวณที่เป็นสาเหตุของอาการและทำความสะอาด หากพบว่ามีฝีหนอง แพทย์จะทำการเจาะฝีบริเวณนั้นด้วย

ผู้ที่มีอาการ TSS จำเป็นต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลประมารณ 3 – 4 วัน เพื่อรอดูอาการและสังเกตระดับความดันโลหิต การหายใจ และเฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นแทรกซ้อนได้ เช่น ความเสียหายของอวัยวะภายใน เป็นต้น

อาการ TSS เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แม้อาการอาจมีความรุนแรงและเสี่ยงถึงแก่ชีวิต แต่การสังเกตตัวเองและการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้คุณปลอดภัยจากอาการ TSS ได้

 ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/tss.html

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่