ความรู้สุขภาพ

เมื่อต้องอยู่โรงพยาบาล ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 155352180 %281%29

เมื่อคุณไม่สบายมาก โรงพยาบาลคือที่ปลอดภัยที่สุดที่คุณควรไปอยู่ คุณรู้ดีว่ามีหมอและพยาบาลทํางานกันตลอดเวลาเพื่อรักษาสาเหตุที่ทําให้ คุณไม่สบาย สิ่งเดียวที่คุณควรนึกก็คือเรื่องหายป่วย ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ เรื่องจริงอีกต่อไปแล้วหรือ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ชักจะไม่เหมือนเดิม คุณต้องเคยได้ยินมาบ้าง เรื่องที่ใครสักคนมีอาการนิดๆ หน่อยๆ แล้วไปโรงพยาบาล แต่หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย ใครอีกคนเข้าโรงพยาบาลเพื่อ ผ่าตัดที่ขาข้างหนึ่ง แต่ลงท้ายด้วยการถูกผ่าตัดผิดข้าง เพื่อนของเพื่อนไป โรงพยาบาลรับการทําหัตถการเล็ก ๆ แต่กลับติดเชื้อแทบเอาชีวิตไม่รอด ฟังแล้วชวนให้พรั่นพรึง แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตลอดเวลาหรือว่าเป็นเพียงข่าวลือให้คนตกใจและกล่าวขวัญ จริง ๆ แล้ว คุณควรต้องเป็นกังวลหรือเปล่าว่า ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลสุขภาพคุณจะ พลิกผันกลายเป็นยิ่งแย่ลงไปอีก?

แย่อยู่สักหน่อย เพราะคุณต้องเป็นกังวลครับ โรงพยาบาลอาจนับเป็นสถานที่อันตราย เพราะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยจนน่าตกใจ จากรายงานการตรวจสอบสถานพยาบาลปี 2553 โดยกรมสุขภาพและการบริการประชาชนของสหรัฐอเมริกา พบว่า 27% ของผู้ใช้แผนประกันสุขภาพ ที่ต้องนอนโรงพยาบาลในปี 2551 ได้รับอันตรายระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลแบบเป็นแล้วหาย ไปจนถึงแบบรุนแรง แถมครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ป้องกันได้เสียอีกด้วย เหตุผลที่เราแทบไม่ได้ยินข่าวเรื่อง เหล่านี้ ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อยไปกว่ากัน คือ เพราะเรื่องส่วนใหญ่ไม่ถูกรายงาน ครับ

เรื่องมากมายที่เกิดความผิดพลาด ได้แก่

  • ให้ยาผิด : มีหลายรูปแบบเลยครับ คุณอาจได้ยาผิดชนิด ได้ยา เกินขนาด ให้ยาต่ำกว่าขนาด ได้ยาที่มีประวัติอยู่แล้วว่าแพ้ หรือได้ยาชนิด ที่ตีกันกับยาที่คุณใช้ประจําอยู่ก่อน ผลที่ตามมาขึ้นอยู่กับยาที่ก่อเรื่องและ อาจมีอาการรุนแรงอย่าง เลือดออก มึนหัว น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย
  • ปัญหาจากการผ่าตัด : มีเครื่องมือผ่าตัดตกค้างในตัวคนไข้ เสียเลือดมากระหว่างการผ่าตัด ถูกผ่าผิดข้าง
  • ผิดพลาดในการพยาบาล : ตกเตียง ลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดดํา ที่ขาจากการที่ขยับตัวน้อยเกินไป ได้น้ำเกลือเกินขนาด เกิดแผลกดทับจาก การนอนไม่ขยับนานเกินไป
  • ติดเชื้อ : เมื่อใดที่คุณถูกสอดท่อใด ๆ ก็ตามเข้าสู่ร่างกายหรือ ผิวหนังเกิดแผลเปิด คุณก็มีสิทธิ์จะติดเชื้อได้เสมอ นี่รวมถึงการติดเชื้อ จากการให้น้ำเกลือเข้าเส้น การใส่ท่อสวนต่างๆ ใส่ท่อช่วยหายใจ ตลอดจน แผลผ่าตัดทั้งหลาย โดยที่การติดเชื้อเหล่านี้ ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้

มาดูประเด็นการติดเชื่อกันอีกสักหน่อย เพราะมีตัวเลขน่าสนใจ ในโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย มีไม่น้อยที่ภายในตัวมีเชื้อโรคร้ายแรงอยู่ สถิติศูนย์ควบคุมป้องกันโรคพบว่า ทุก 1 ใน 20 รายของคนไข้ในโรงพยาบาล จะติดเชื้อขณะอยู่ในโรงพยาบาล โดยในจํานวนนี้มีถึง 16% ที่ เชื้อเป็นพันธุ์ดื้อยา ซึ่งเชื้อพวกนี้บางตัวแทบจะไม่มียาใดรักษาได้เลย

สถิติการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในโรงพยาบาลเมื่อปี 2545 (ปีล่าสุดที่มีสถิติออกมา) อยู่ที่เกือบหนึ่งแสนราย ! และผู้ป่วยที่ติดเชื้อบ่อยที่สุด ก็คือผู้ป่วยที่จําเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมากที่สุด คือผู้ป่วยในไอ.ซี.ยู.ครับ

จะมีทางออกในเรื่องนี้อย่างไร ? เห็นได้ชัดเจนว่า ถ้าคุณต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ก็ไม่ควรกังวลถึงความเสี่ยง คุณอาจสบายใจขึ้นบ้าง เพราะในปัจจุบันโรงพยาบาลมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะปรับปรุงให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น มีโปรแกรมลดความผิดพลาดจากการผ่าตัด จากการให้ยา ลดการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล ลดอุบัติเหตุการหกล้มและตกเตียง อย่างไรก็ตาม แต่ละโรงพยาบาลก็ไม่เหมือนกัน ยิ่งคุณมีข้อมูล มากเท่าไร คุณก็ปลอดภัยยิ่งขึ้นเท่านั้น หากคุณจะไปโรงพยาบาลเพื่อทําหัตถการที่รอได้ ควรเข้าไปหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเปรียบเทียบโรงพยาบาลดูก่อน ที่ไหนทําหัตถการของคุณมามากกว่า ที่ไหนมีอัตราการเกิด ภาวะแทรกซ้อนต่ำ คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลจากเว็บไซต์ทั้งของรายงาน ผู้บริโภค และของกรมสุขภาพและบริการประชาชน หมอและโรงพยาบาล ที่มีประสบการณ์ด้านนั้นๆ ย่อมมีความผิดพลาดน้อยกว่า สอบถามหมอ ของคุณดูว่า ถ้าหากเป็นตัวหมอเองจะไปที่โรงพยาบาลไหน

เมื่อคุณไปยังโรงพยาบาลแล้ว นี่คือสิ่งต่างๆ ที่ควรทําเพื่อปกป้องตัวคุณเองในโรงพยาบาล

  • มีใครไปด้วย คนคนนี้ต้องรู้จักคุณดีและสังเกตเห็นพฤติกรรม ที่เปลี่ยนแปลงของคุณได้อย่างรวดเร็ว คนที่สามารถจะเรียกร้องแทนคุณ เมื่อคุณทําเองไม่ได้ คุณรู้สึกมึนหัวหรือเปล่า ? คุณเจ็บที่อื่นหรือเปล่า ? มีไข้ไหม ? คนนี้ต้องช่วยดูให้แน่ใจว่า หมอและพยาบาลได้ตรวจคุณอย่างดี แล้วว่า คุณมีการติดเชื้อใหม่หรือเปล่า ตลอดจนตรวจสอบอาการแพ้ยา ขอให้เลือกคนที่กล้าพูดแทนคุณ
  • ปกป้องร่างกายของคุณ อย่ายอมให้ใครที่คุณไม่เห็นว่าล้างมือหรือ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อก่อนมาสัมผัสตัวคุณ อาจลําบากใจอยู่สักหน่อยที่จะถาม แต่คุณควรกล้าพูด “ขอโทษนะคะ คุณล้างมือหรือยัง?” นี่จะช่วยลดโอกาส ติดเชื้อของคุณลงได้มากจริงๆ
  • ตั้งคําถาม และอย่ารีรอเมื่อต้องพูดเพื่อตนเอง ถ้าคุณมีสายน้ำเกลือ หรือใส่สายสวนปัสสาวะ สอบถามทุกวันว่าจําเป็นหรือไม่ และเมื่อไรจะได้ ถอดออก คําถามเหล่านี้จะทําให้ทีมที่ดูแลคุณไม่ลืมคิดถึงเรื่องเหล่านี้ การคาสายใด ๆ ไว้ ยิ่งนานก็ยิ่งเพิ่มโอกาสติดเชื้อ   

ไม่นานมานี้ ผมเองก็เพิ่งนําหลักการเหล่านี้มาใช้ ระหว่างที่ไปพัก พ่อผมเกิดไม่สบายและถูกรับตัวไว้ในโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เพราะ หมอคิดว่าพ่อน่าจะมีอาการหัวใจวาย ผลการตรวจพบว่า มีเส้นเลือดหัวใจ อุดตันหนึ่งเส้น น่าจะรักษาโดยการใส่ลวดล้ำ (stent) ผมโทรไปคุยกับหมอ ของพ่อและทราบว่าที่โรงพยาบาลไม่ค่อยได้ทําการสวนหัวใจมากเท่าอีก โรงพยาบาลที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเมือง นอกจากนี้ผมก็ได้รู้ว่าที่โรงพยาบาลของพ่อ ไม่มีหมอผ่าตัดหัวใจประจําอยู่ หากการสวนมีเหตุแทรกซ้อนแล้ว ต้องทําผ่าตัดฉุกเฉิน ยิ่งกว่านั้นคือ โรงพยาบาลไม่มีระบบขอความช่วยเหลือ หรือส่งต่อโรงพยาบาลในแถบนั้น ในกรณีมีปัญหาจะต้องใช้วิธีเคลื่อนย้าย ทางอากาศไปยังโรงพยาบาลที่ไกลออกไป ด้วยข้อมูลที่ผมได้มา ผมจึงขอย้าย พ่อไปโรงพยาบาลที่อยู่อีกด้านของเมือง ซึ่งชํานาญการสวนหัวใจมากกว่า และมีทีมผ่าตัดพร้อมหากเกิดกรณีจําเป็น ถ้าผมไม่ได้ถาม พ่อก็คงต้องเสี่ยง มากเกินความจําเป็น

ในระหว่างที่พ่ออยู่โรงพยาบาล แม่กับผมจะผลัดกันเฝ้าพ่อตลอด คอยดูให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้ามาในห้องพ่อ ได้ทําให้มือสะอาดปลอดเชื้อแล้ว เมื่อผมปรึกษากับหมอหัวใจของพ่อ ผมถามถึงความชํานาญของหมอที่จะทําการสวนหัวใจ ผมถามว่าเขาเคยรักษาคนไข้ลักษณะนี้ไปแล้วกี่รายและมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนเท่าไร ผมถามหมอหัวใจว่า ถ้าเขาต้องถูก สวนหัวใจเอง เขาจะเลือกหมอคนนี้หรือเปล่า แม้แต่ตัวผมเอง ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะถามคําถามเหล่านี้เลยครับ ผมทําให้หมอคนหนึ่งตกใจจนแทบ ผงะเสียด้วยซ้ำ ลงท้าย พ่อก็ได้รับการดูแลอย่างยอดเยี่ยมและได้ออก จากโรงพยาบาลในสภาพที่ดีกว่าตอนเข้าไปอยู่หลายขุมทีเดียว ไม่มีข้อ ผิดพลาดใดๆ ไม่มีการติดเชื้อ ถ้าเรากล้าถามคําถามที่ชวนให้ลําบากใจและ กล้าทําสิ่งต่าง ๆ เพื่อตัวเราและคนที่เรารัก แพทย์ก็จะได้ไม่ประหลาดใจกับคําถามแบบนี้ และเรื่องน่าหวาดวิตกที่เล่าขานกันก็จะเป็นกรณียกเว้นที่พบได้น้อยยิ่งกว่าน้อย

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

การต้องนักอยู่โรงพยาบาลเมื่อคุณเจ็บป่วยนั้น มีความเสี่ยงหลายอย่างนอกเหนือ ไปจากความเจ็บป่วยเดิม แต่อย่าปฏิเสธการอยู่โรงพยาบาลเพราะมัวแต่กลัวความเสี่ยง เหล่านี้ ขอเพียงตระหนักและระวังเอาไว้ มอบหน้าที่ให้ตัวคุณ (และเพื่อนกับสมาชิก ในครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ที่ดูแลคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณและคนที่อยู่ด้วย จะทําให้คุณได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ด้วยการถามคําถามที่ถูกต้อง เริ่มจากพวกคําถาม แบบที่ผมถามให้นอนั่นละครับ สําคัญที่สุดคือ ต้องไม่กลัวที่จะถามครับ

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่