สุขภาพจิต

บริหารเวลา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
บริหารเวลา

แม้แต่ซูเปอร์แมนก็ต้องหาเวลาออกกำลังกาย เพียงแต่หนัง ไม่ได้ฉายตอนที่ซูเปอร์แมนหลบไปออกกำลังกายให้เราเห็น

ผมสังเกตว่าพนักงานส่วนใหญ่ทำงานที่ละอย่างหรือทำงานละสองอย่าง เช่น ทำงานและเข้าเฟซบุ๊กพร้อมกัน เป็นต้น ชวนให้นึกถึงตนเองที่มักตกอยู่ในสถานการณ์ทำงานที่ละสี่ห้าอย่างพร้อม ๆ กัน

เราจะบริหารเวลาได้อย่างไร

ข้อที่หนึ่ง หาความรู้ ดังที่บอกว่าซูเปอร์แมนก็รู้จักหลบไป ออกกำลังกาย คนที่ทำงานหลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เป็นเพราะเขามีทรัพยากรเต็มตัวอยู่ก่อนแล้ว นั้นคือ “ทุนสะสม” ที่เขาสามารถงัดออกมาใช้ได้ตลอดเวลาและใช้ได้เรื่อย ๆ อีกต่างหาก เรามักมองเห็นเพียงภาพตรงหน้าว่า เขาทำงานได้เร็ว ดี และทำหลายอย่างได้พร้อมกัน แต่ที่เราไม่ค่อยมองคือ เขาเป็นคนที่มีความรู้ เต็มตัว กล้าเผชิญความผิดพลาดมาก่อน และพร้อมปรับเปลี่ยนวิธี ทำงานเสมอ ๆ เพื่อให้งานเสร็จและสำเร็จ

การหาความรู้ที่ดีที่สุดยังเป็นการอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ไม่มีวันไล่กันทัน ใครเริ่มอ่านหนังสือเร็วกว่าแล้วอ่านไปเรื่อย ๆ อย่างไรก็มีความรู้มากกว่า คนที่ฝึกนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่ชั้นประถม ยังไงก็อ่านหนังสือได้จำนวนมากกว่าคนที่มาเริ่มอ่านหลังจบ ปริญญาแล้วหรือคนที่ไม่อ่านหนังสือเลย ที่ได้มากกว่าความรู้คือ ความสามารถในการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ และศาสตร์ต่าง ๆ เป็น หนึ่งเดียว สามารถมองเห็นภาพใหญ่และภาพรวม ขณะเดียวกัน ก็มองเห็นภาพเล็กและแก้ไขรายละเอียดได้ด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นทุนสะสมที่ใช้เวลาสะสมนาน ไม่ใช่อะไรที่จะมีได้ ในสองสามวัน ใครอยากเป็นคนที่ทำงานได้หลาย ๆ อย่างพร้อมกันก็ต้อง เริ่มด้วยการอ่านหนังสือ

ข้อสอง คือ ไม่ทำงานที่ไม่จำเป็นต้องทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำกัน ที่จริงแล้วบางคนชอบทำงานที่ไม่จำเป็นและ บางคนชอบทำงานที่ง่าย ๆ เปรียบเหมือนทำกุญแจรถตกหายในพงหญ้าเวลากลางคืน บางคนจะเลือกหากุญแจเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เสาไฟฟ้า เป็นต้น

ในชีวิตประจำวันเรามีงานที่ไม่จำเป็นจำนวนมาก เช่น คอยติดแสตมป์ (แปลว่าเลีย) เป็นวอลล์เปเปอร์ (แปลว่ายืนข้างหลังเจ้านาย) จุดธูป (เช่น ทำงานเอกสารที่ไม่จำเป็นซ้ำซาก) นั่งเป็นตุ๊กตาพยักหน้า (ในห้องประชุม) ถ้าเรามองเห็นความไม่จำเป็นของงานเหล่านี้แล้วกล้าไม่ทำจึงจะได้เวลาคืนมาจำนวนมากมาย เวลาที่ได้คืนมานี้นอกจากจะเอามาทำงานอื่นที่สำคัญกว่าแล้ว ยังเหลือไปอ่านหนังสือได้อีก คนที่ใช้เวลาเป็นจึงเก่งขึ้นทุกขณะ คนที่ใช้เวลาไม่เป็นไม่สามารถไล่ทัน

ผมเป็นคนไม่ทำงานที่ไม่จำเป็น นิสัยนี้เริ่มตั้งแต่เป็นนักศึกษา หากต้องนั่งเสียเวลาในห้องบรรยายฟังอาจารย์สักคนที่ไม่เตรียมการสอนที่ดีมา ผมใช้เวลาอ่านหนังสือนวนิยายกำลังภายในยังมีประโยชน์มากกว่า ด้วยวิธีนี้ตัวเองจะได้ทั้งความรู้และวิชาทั้งนอกตำราและในตำราอย่างสม่ำเสมอ

ประเด็นคือ เราอาจจะต้องใช้ความกล้าที่จะไม่ติดแสตมป์ ไม่เป็นวอลล์เปเปอร์ ไม่จุดธูป รวมทั้งไม่เข้าห้องประชุมที่ไม่มีสาระทำ ๆ ไปก็จะชินเองและบริหารเวลาได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อสาม คือ รู้ว่าตอนไหนไม่ควรทำอะไร ตรงข้ามกับที่บางคนสอนว่า รู้ว่าตอนไหนควรทำอะไร ผมกลับพบว่าตนเองมักใช้วิธีรู้ว่า ตอนไหนไม่ควรทำอะไร มาถึงสมัยที่คนเราสามารถทำงานได้ทุกเวลา ในทุกสถานที่เช่นทุกวันนี้ การรู้ว่าตอนไหนไม่ควรทำอะไรจะยิ่งทวีความเข้มข้นมาก

อย่างง่าย ๆ คือ ตอนไหนควรทำงานด้วยกระดาษ ตอนไหนควรทำงานด้วยโน้ตบุ๊ก ตอนไหนควรทำงานด้วยสมาร์ทโฟน ขอเพียงใส่ใจเรื่องนี้เรื่องเดียวผมสามารถปิดงานเอกสารจำนวนมากได้ทุกวัน ปิดงานวิชาการได้ทุกสัปดาห์ มีงานที่ทำแล้วเสร็จทุกเดือน เรื่องตอน ไหนไม่ควรทำอะไรนี้จะพ่วงมากับคำถามว่า เรามีเวลาเท่าไรในแต่ละจังหวะที่ควรจะทำอะไรด้วย

เช่น ถ้าผมต้องรอคิวในที่ทำการไปรษณีย์ หรือธนาคาร หรือรอซื้อตัวเครืองบิน ผมเลือกอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ หรืออ่านงานเอกสารสั้น ๆ สักชิ้นให้เสร็จเดียวนั้น เพียงเท่านี้งานก็จะก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน อีกตัวอย่าง ถ้าผมต้องอยู่บนเครื่องบินนานหนึ่งชั่วโมง ผมเลือกที่จะทำงานเอกสารที่เสร็จในหนึ่งชั่วโมง ดีกว่าที่จะ เริ่มงานที่ไม่เสร็จในหนึ่งชั่วโมง

เคล็ดลับคือ เราไม่ควรเสียเวลากับการวอร์มอัพหรือบิลด์อารมณ์กับงานแต่ละชิ้นมากเกินไป คนส่วนใหญ่ชอบทำงานค้างคาในแต่ละห้วงเวลา พอมาเริ่มใหม่ต้องมาทบทวนกันใหม่ว่าครั้งที่แล้วทำถึงไหนกว่าจะไปต่อได้ แต่ถ้าเราใช้วิธีทำงานแต่ละชิ้นให้เสร็จไปในแต่ละช่วงเวลาสั้น ๆ เก็บเวลาสามสี่ชั่วโมงไว้ทำงานใหญ่สักชิ้นหนึ่ง เช่นนี้ เราจะเสียเวลากับการอุ่นเครื่องน้อยกว่าคนอื่นมาก มีงานวิจัยที่บอกว่า คนที่เช็กเมลไม่เป็นเวลาได้ผลผลิตน้อยกว่าคนที่เช็กเมลตามเวลา ที่กำหนดมาก เพราะหลังจากการเช็กเมลแต่ละรอบแล้วต้องมาเริ่มทำงานต่อจากที่ทำไว้เดิมนั้น เสียเวลาอุ่นเครื่องนานมาก

ตอนเช้ามีดผมเลือกเขียนหนังสือ เพราะเป็นเวลาที่สมองทำงานดีที่สุด ตอนเช้าผมเลือกสะสางเอกสารสั้น ๆ และเช็กเมลเพราะไม่ควรทำงานอื่นที่จะไม่เสร็จ จากนั้นจึงเข้าสู่โหมดทำงานยาวสามสี่ชั่วโมงติดต่อกัน ตอนเที่ยงเลือกออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายร่างกายและ สมองรอทำงานรอบบ่าย ตอนบ่ายเข้าสู่โหมดการทำงานช่วงยาวอีกครั้งหนึ่ง ตอนเย็นเลือกกินและดื่มเพื่อผ่อนคลาย ตอนค่ำเลือกดูหนัง หรืออ่านหนังสือการ์ตูนซึ่งบัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานไปแล้ว ตอนดึกเลือกทำงานเอกสารที่ไม่ต้องใช้สมองมากนักให้จบไปเป็นชิ้น ๆ ในแต่ละวัน

ทำเช่นนี้จึงได้ผลผลิตทุกวัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะรู้ว่าตอนไหนควรทำอะไร แต่ให้รู้ว่าตอนไหนไม่ควรทำอะไร

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "บำบัดเครียด" โดยน.พ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย
ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย

การใช้ 5 ช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์ออกกำลังกายพกพาสำหรับนักกีฬาที่ต้องเดินทาง
อุปกรณ์ออกกำลังกายพกพาสำหรับนักกีฬาที่ต้องเดินทาง

ไอเดียอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับนักเดินทาง