Diet Advice

เรื่องราวของสารต้านไขมันและไขมันที่ควรรู้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
เรื่องราวของสารต้านไขมันและไขมันที่ควรรู้

เรื่องราวของสารต้านไขมันและไขมันที่ควรรู้

อ่านข้อมูลที่สำคัญที่คุณควรทราบเกี่ยวกับสารต้านไขมัน รู้หรือไม่ว่ามันมีความจำเป็นสำหรับใครและเพราะเหตุใด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว ตลอดจนกรดไขมันทรานส์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริง! สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

สารต้านไขมันคืออะไร

  • เมไทโอนีน โคลีน อินอซิทอล และบีเทน ล้วนจัดเป็นสารต้านไขมัน (Lipotropics) ซึ่งหมายความว่าหน้าที่หลักของมันคือป้องกันการสะสมของไขมันที่ตับไม่ให้มากเกินควรหรือผิดปกตินั่นเอง
  • สารต้านไขมันยังเพิ่มการสร้างเลซิทินจากตับ ซึ่งเลซิทินนี้จะช่วยให้คอเลสเตอรอลละลายได้ดีขึ้น ช่วยขับพิษจากตับ และช่วยเพิ่มความต้านทานโรค โดยส่งเสริมให้ต่อมไทมัสทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สารต้านไขมันจำเป็นสำหรับใคร และเพราะเหตุใด

  • พวกเราทุกคนล้วนต้องการสารต้านไขมัน บางคนอาจต้องการมากกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารโปรตีนสูงจะต้องการมากกว่าผู้อื่น
  • เมไทโอนีนและโคลีน จำเป็นต่อการขับสารอะมีน ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญโปรตีน
  • เพราะพวกเราเกือบทุกคนรับประทานอาหารในกลุ่มไขมันมากเกินไป (การบริโภคไขมันโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกันในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 36-42 ของแคลอรีทั้งหมด) และส่วนใหญ่ของไขมันที่เรารับประทานเป็นไขมันอิ่มตัว สารต้านไขมันจึงจัดเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ด้วยบทบาทในการช่วยตับสร้างเลซิทิน จึงถือได้ว่ามันช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมที่ผนังหลอดเลือด ลดโอกาสการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดแข็งตัว และลดอาการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีอีกด้วย
  • เรายังต้องการสารต้านไขมันเพื่อการมีสุขภาพดี เพราะมันช่วยต่อมไทรอยด์ในการกระตุ้นการสร้างสารภูมิต้านทาน รวมถึงกระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดฟาโกไซต์ (ซึ่งทำหน้าที่ล้อมกรอบและกลืนกินไวรัสและเชื้อโรคต่างๆ) และช่วยในการทำลายเนื้อเยื่อแปลกปลอมหรือผิดปกติ

ไขมันอิ่มตัว vs. ไขมันไม่อิ่มตัว

  • ไขมันอิ่มตัวมาจากอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์ (มีข้อยกเว้นสำหรับน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน) ไขมันจากสัตว์ทุกชนิดมีคอเลสเตอรอล ไขมันอิ่มตัวจะมีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง
  • ไขมันไม่อิ่มตัว (แบ่งเป็นประเภทเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน) มาจากอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีผักและผลไม้ชนิดใดมีคอเลสเตอรอล ไขมันไม่อิ่มตัวจะมีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง

หมายเหตุ: ถึงแม้ว่าอาหารบางชนิดจะไม่มีคอเลสเตอรอล แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นจะไม่มีไขมัน เช่น อะโวคาโด เป็นอาหารที่ไม่มีคอเลสเตอรอลก็จริง แต่ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่ใช้ทำกัวคาโมลี (ซอสที่ทำจากอะโวคาโด เป็นอาหารพื้นเมืองชาวเม็กซิกัน) ก็ให้ไขมันกับคุณได้ถึง 30 กรัมทีเดียว!

ผู้ร้ายตัวจริง: กรดไขมันทรานส์

  • เมื่อผู้ผลิตอาหารตระหนักว่าผู้บริโภคได้เรียนรู้ว่าไขมันอิ่มตัวไม่ดีต่อสุขภาพ พวกเขาก็เริ่มหันมาแทนที่ไขมันอิ่มตัวด้วยกรดไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ถูกเติมไฮโดรเจนเข้าไป ทำให้มันเหนียวพอที่จะนำมาใช้ในการทำขนมปัง ขนมอบ และมาร์การีน ไขมันทรานส์ยังช่วยให้อาหารสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์มีอายุยาวนานขึ้น และเคยเข้าใจกันว่ามันช่วยทำให้อาหารปลอดภัยกับเรามากขึ้น แต่บนฉลากอาหารไม่มีการบังคับให้ต้องแสดงว่าเป็นไขมัน ผู้บริโภคได้เห็นเพียงในรายชื่อส่วนประกอบว่า น้ำมันไฮโดรจีเนต (hydrogenated oil) ฟังดูเหมือนไม่อันตรายเลยใช่ไหมครับ
  • ต่อมาไม่นานเราก็ได้เรียนรู้ว่า ไขมันทรานส์แม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย สามารถทำให้ระดับแอลดีแอล (คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี) สูงขึ้น ระดับเอชดีแอล (คอเลสเตอรอลชนิดดี) ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญ แต่เพราะกฎหมายเรื่องฉลากอาหารแบบเก่า ทำให้คุกกี้ แครกเกอร์ ขนมขบเคี้ยว และอาหารฟาสต์ฟู้ดจำนวนมากซึ่งมีไขมันทรานส์ปริมาณสูงประกาศตัวอย่างถูกกฎหมายว่าเป็น”อาหารปราศจากไขมัน” หรือ “fat-free” ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วไปซึ่งไม่ทราบในเรื่องเหล่านี้หลงซื้อหามารับประทาน
  • เราต้องผ่านยุคคนอ้วนล้นเมือง และการฟ้องร้องห้ำหั่นกันกว่าจะเกิดการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ขึ้น ในที่สุดองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาก็ได้ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2006 บนฉลากโภชนาการ (Nutrition Facts label) จะต้องระบุปริมาณไขมันทราส์ไว้บริเวณใต้บรรทัดที่แสดงปริมาณไขมันอิ่มตัว
  • บางครั้งไขมันทรานส์ก็แฝงตัวอยู่ในที่ที่คุณไม่คาดคิด (เช่น ขนมแครกเกอร์ รูปสัตว์ยี่ห้อนาบิสโก้) ดังนั้น การอ่านฉลากอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ปริมาณไขมันอิ่มตัวรวมกับไขมันทรานส์ที่คุณรับประทานในแต่ละวันไม่ควรจะเกินกว่า 20 กรัม และหากคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ควรจำกัดให้ต่ำกว่า 15 กรัม

หมายเหตุ:เพื่อตอบสนองต่อความกังวลในเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคบริษัทหลายแห่งได้เริ่มผลิตมาร์การีนที่ไม่มีไขมันทรานส์ เช่น ฟลีชมานที่ทำจากน้ำมันมะกอก และฟลีชมานแบบไลท์ซึ่งไม่มีไขมันทรานส์อยู่เลย แต่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพแทน ถึงแม้ว่ากฎหมายเรื่องการระบุถึงไขมันทรานส์บนฉลากยังไม่ประกาศใช้ในเวลาที่เขียนอยู่นี้ แต่มาร์การีนและครีมทาขนมปังต่างๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ มักจะเขียนระบุไว้บนฉลากอย่างภาคภูมิใจ

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่