Doctor men
เขียนโดย
ภกญ. กันยรัตน์ ภัยชำนาญ
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ยา

กลุ่มยาสแตติน (Statins)

แนะนำยาในกลุ่มสแตติน ยาลดระดับไขมันชนิดไม่ดีในกระแสเลือด ที่ใช้อยู่ในประเทศไทย พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,827,351 คน

กลุ่มยาสแตติน (Statins)

กลุ่มยาสแตติน (Statins) คือ กลุ่มยาที่ช่วยลดระดับไขมันชนิดไม่ดีในกระแสเลือด (LDL) ซึ่งหากมีระดับไขมันชนิดนี้สูงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก อาจนำไปสู่การตีบตันของหลอดเลือดแดง หรือก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจนอกจากนี้ยากลุ่มนี้ยังลดปริมาณไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และเพิ่มปริมาณไขมันตัวที่ดี (HDL) ได้

กลไกการออกฤทธิ์ของยากลุ่มสแตติน

ยากลุ่มสแตติน หรือเรียกอีกชื่อว่า HMG-CoA reductase inhibitors มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ HMG-CoA Reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่กระตุ้นการสร้างสเตอรอล (Sterols) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างคอเลสเตอรอลในตับต่อไป ดังนั้นด้วยกลไกนี้ยาจะช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้

กลุ่มยาสแตตินที่ใช้ในประเทศไทย

การเลือกใช้ยากลุ่มสแตตินนั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย มีหลากหลายชนิดและความแรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย ระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วย และโรคร่วมหรือโรคประจำตัวของผู้ปวยแต่ละราย ยาสแตตินสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ตามประสิทธิในภาพในการลดไขมันชนิด LDL ดังตารางนี้

High intensity Statin
(ลดระดับ LDL ก่อนเริ่มรักษาลงได้มากกว่า 50%)
Moderate intensity Statin
(ลดระดับ LDL ก่อนเริ่มรักษาลงได้มากกว่า 30-50%)
Low intensity Statin
(ลดระดับ LDL ก่อนเริ่มรักษาลงได้มากกว่า 30%)
Atorvastatin 40-80 mg
Rosuvastatin 20 mg
Simvastatin 20-40 mg
Atorvastatin 10-20 mg
Rosuvastatin 5-10 mg
Pravastatin 40 mg
Fluvastatin 80 mg
Pitavastatin 2-4 mg
Simvastatin 10 mg
Pravastatin 10-20 mg
Fluvastatin 20-40 mg
Pitavastatin 1 mg


รายละเอียดของข้อดี-ข้อเสีย ของยาแต่ละตัว มีดังนี้

  1. Simvastatin เป็นยาแรกที่มักจะถูกเลือกใช้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพดี ราคาไม่แพง และอยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล สำหรับลดไขมันในเลือดจะรับประทาน 10-40 มิลลิกรัม วันละครั้ง เวลาเย็น อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจเกิดปฏิกิริยากับยาหลายชนิด มีผลข้างเคียงต่อตับ ไต และกล้ามเนื้อได้
  2. Atorvastatin รับประทาน 10-80 มิลลิกรัม วันละครั้ง ประสิทธิภาพสูง อยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล มีผลต่อไตน้อย จะใช้เมื่อผู้ป่วยใช้ยา Simvastatin ในขนาด 40 มิลลิกรัมติดต่อกัน 6 เดือนแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับ LDL ได้ถึงค่าเป้าหมาย หรือเกิดผลข้างเคียงจากยา Simvastatin ข้อเสียคือ ยานี้เกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้ เช่น ยาต้านไวรัส ยามะเร็งบางชนิด
  3. Fluvastatin รับประทาน 20-80 มิลลิกรัม วันละครั้ง มีประสิทธิภาพการลดไขมันต่ำกว่ายา Simvastatin แต่เกิดปฏิกิริยากับยาอื่นได้น้อยกว่า และมีผลต่อไตต่ำ ไม่อยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล
  4. Pitavastatin รับประทาน 1-2 มิลลิกรัม วันละครั้ง อาจเพิ่มขนาดรับประทานสูงสุดเป็น 4 มิลลิกรัมต่อวัน เกิดปฏิกิริยากับยาอื่นได้น้อย มีผลข้างเคียงต่อกล้ามเนื้อน้อย ไม่อยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล
  5. Pravastatin รับประทานที่ 10 มิลลิกรัม วันละครั้ง จากนั้นปรับเป็นขนาดเพื่อคงระดับการรักษา 10-40 มิลลิกรัมต่อวัน เกิดปฏิกิริยากับยาอื่นได้น้อยมาก แต่มีผลข้างเคียงต่อไตสูง ไม่อยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล
  6. Rosuvastatin รับประทานที่ 5-10 มิลลิกรัม วันละครั้ง หลังจากนั้น 2-4 สัปดาห์ อาจปรับขนาดรับประทานเป็นวันละ 20 มิลลิกรัม เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลด LDL ราคาสูง ไม่อยู่ในบัญชียาหลักในโรงพยาบาล ใช้เมื่อผู้ป่วยมีระดับ LDL สูงและใช้ยาอื่นไม่ได้ผล

ผลข้างเคียงของการใช้ยากลุ่มสแตติน

โดยทั่วไป ยากลุ่มสแตตินจะมีผลข้างเคียงต่ำ แต่ก็อาจมีได้ในบางราย ผลดังกล่าว ได้แก่ ปวดท้อง ปวดศรีษะ คลื่นไส้ เป็นต้น กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียงจากกลุ่มยาสแตตินสูง ได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวาย ผู้ป่วยโรคหัวใจ

ยาสแตตินยังส่งผลให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ โดยถ้าผู้ป่วยรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อหาระดับครีเอติน ไคเนส (Creatine Kinase (CK)) ซึ่งจะเป็นสารที่หลั่งออกมาในเลือดเมื่อมีกล้ามเนื้ออักเสบหรือถูกทำลาย

ค่าครีเอติน ไคเนส หากมีการตรวจวัดได้เกินกว่า 5 เท่าของค่าปกติ แพทย์อาจสั่งให้หยุดยาสแตติน เมื่อค่าครีเอติน ไคเนส กลับสู่ปกติ แพทย์จึงจะแนะนำให้กลับมาใช้ยา แต่ในขนาดที่ต่ำลงกว่าเดิมเพื่อป้องกันการทำลายกล้ามเนื้ออีก


ที่มาของข้อมูล

NHS UK, Overview Statins (https://www.nhs.uk/conditions/statins/), 19th Nov 2018.

Reiner Z, Catapano AL, Backer GD, Graham I, Taskinen M, Wiklund O, et al. ESC/EAS guidelines for the management of dyslipidemias (https://www.escardio.org/static_file/Escardio/Guidelines/publications/DYSLIPguidelines-dyslipidemias-FT.pdf), 2016.

Thai Atherosclerosis Society, 2016 RCPT Dyslipidemia Clinical Practice Guideline (http://www.thaiheart.org/images/column_1487762586/2016%20RCPT%20Dyslipidemia%20Clinical%20Practice%20Guideline.pdf), 2016.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิธีหาอุปกรณ์คลุมศีรษะโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายระหว่างการทำเคมีบำบัด
วิธีหาอุปกรณ์คลุมศีรษะโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายระหว่างการทำเคมีบำบัด

วิกผม หมวกมีปีก หมวกไหมพรม และผ้าพันคอที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ฉันสามารถทำ CPR ได้หรือไม่หากฉันยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรผ่านการอบรม
ฉันสามารถทำ CPR ได้หรือไม่หากฉันยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรผ่านการอบรม

มันไม่เหมือนการขับรถหรอกนะ : คุณไม่จำเป็นต้องได้รับใบรับรองหรอก

ดูในแอป