มะเร็งและโรคร้าย

โรคตับอ่อนอักเสบจากนิ่วในถุงน้ำดี

รู้ครบทุกเรื่อง เกี่ยวกับตับอ่อนและโรคตับอ่อนอักเสบทั้งแบบียบพลันและเรื้อรัง การวินิจฉัย การรักษาโรคด้วยวิธีต่างๆ วีธีเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ ภาวะแทรกซ้อน วิธีการดูแลตัวเอง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
โรคตับอ่อนอักเสบจากนิ่วในถุงน้ำดี

ตับอ่อนเป็นต่อมภายในร่างกายที่มีขนาดยาวแบน อยู่ข้างหลังกระเพาะที่อยู่ในช่องท้องส่วนบน ตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารและผลิตฮอร์โมนช่วยเร่งปฏิกิริยาที่ร่างกายใช้จัดการกับน้ำตาล (กลูโคส)

โรคตับอ่อนอักเสบสามารถเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือก็คือภาวะที่แสดงอาการทันทีและคงอยู่เป็นระยะเวลาไม่กี่วัน หรืออาจเกิดขึ้นแบบเรื้อรังซึ่งจะแสดงอาการหลาย ๆ ครั้งในช่วงหลายปี

กรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบไม่รุนแรงอาจสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรับการรักษา แต่สำหรับกรณีที่ร้ายแรง โรคนี้สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการ

สัญญาณและอาการของโรคตับอ่อนอักเสบจะแตกต่างกันไปตามประเภทของโรคที่คุณเป็น โดยโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะมีสัญญาณและอาการดังนี้:

  • มีอาการปวดช่วงท้อง
  • อาการปวดช่วงท้องลามไปยังหลัง
  • อาการปวดช่วงท้องจะรุนแรงขึ้นขณะรับประทานอาหาร
  • มีไข้
  • มีชีพจรเต้นเร็ว
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มีอาการกดเจ็บบริเวณช่วงท้อง

โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจะมีสัญญาณและอาการดังนี้:

  • มีอาการปวดช่วงท้องส่วนบน
  • น้ำหนักลด
  • มีอุจจาระกลิ่นแรงและมีไขมันผสมอยู่มาก

ควรทำการพบแพทย์เมื่อไร?

ควรทำการนัดพบแพทย์หากคุณมีอาการปวดช่วงท้องต่อเนื่อง และหากอาการปวดมีความรุนแรงจนนั่งไม่ติดหรือต้องคอยหามุมที่ทำให้อาการเบาลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

สาเหตุ

โรคตับอ่อนอักเสบเกิดขึ้นมาจากการที่เอนไซม์ย่อยอาหารเกิดทำงานภายในตับอ่อน ทำให้เซลล์ตับอ่อนเกิดการระคายเคืองและทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

หากมีอาการของภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันบ่อยครั้ง จะยิ่งทำให้ตับอ่อนเสียหายและอาจพัฒนากลายไปเป็นโรคตับอ่อนอักเสบแบบเรื้อรังได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดแผลเป็นที่เนื้อเยื่อตับอ่อนจนทำให้อวัยวะทำงานตกต่ำลง ซึ่งจะส่งผลกลายเป็นปัญหาการย่อยอาหารและโรคเบาหวานได้อีกด้วย

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบมีดังนี้:

  • ติดสุรา
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • การผ่าตัดช่วงท้อง
  • การใช้ยาบางประเภท
  • การสูบบุหรี่
  • โรคซิสติกไฟโบรซิส (CF)
  • สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคนี้มาก่อน
  • มีระดับแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งอาจเกิดมาจากการทำงานมากไปของต่อมพาราไทรอยด์
  • ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง
  • การติดเชื้อ
  • การบาดเจ็บที่ช่วงท้อง
  • มะเร็งตับอ่อน

การตรวจสอดกล้องท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (ERCP) เป็นกระบวนการที่ใช้รักษานิ่วในถุงน้ำดีซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ

ในบางกรณีก็ไม่พบสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบ

ภาวะแทรกซ้อน

โรคตับอ่อนอักเสบสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหลายอย่าง ดังนี้:

  • ถุงน้ำตับอ่อน: โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันสามารถทำให้ของเหลวและของเสียไปสะสมอยู่ในตับอ่อนจนกลายเป็นถุงน้ำคล้ายก้อนซีสต์ได้ หากถุงน้ำในตับอ่อนมีขนาดใหญ่และฉีกขาดจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกภายในและก่อให้เกิดการติดเชื้อตามมา
  • การติดเชื้อ: โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันทำให้ตับอ่อนของคุณอ่อนไหวต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการติดเชื้อที่ตับอ่อนจะเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาในทันที อย่างเช่นการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก เป็นต้น
  • ไตล้มเหลว: โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันสามารถก่อให้เกิดภาวะไตล้มเหลวได้ หากไตล้มเหลวมีความรุนแรงมาก ผู้ป่วยต้องเข้ารับการฟอกเลือด
  • การหายใจมีปัญหา: โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะไปเปลี่ยนปฏิกิริยาเคมีในร่างกายซึ่งส่งผลไปยังการทำงานของปอด ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดตกลงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย
  • เบาหวาน: ความเสียหายที่เซลล์ที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อนทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่เปลี่ยนรูปแบบการจัดการน้ำตาลในเลือด 
  • ภาวะทุพโภชณาการ: โรคตับอ่อนทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลันทำให้ตับอ่อนมีการผลิตเอนไซม์ที่ใช้ย่อยและจัดการกับอาหารน้อยลง ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ อุจจาระร่วง และน้ำหนักลงแม้จะทานอาหารปริมาณเท่าเดิม
  • มะเร็งตับอ่อน: การติดเชื้อในตับอ่อนที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน (เกิดจากโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง) เป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับอ่อน

การวินิจฉัย

  • การทดสอบและกระบวนการที่ใช้วินิจฉัยโรคตับอ่อนอักเสบมีดังนี้:
  • การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเอนไซม์ตับอ่อน
  • การตรวจอุจจาระหาโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง เพื่อวัดระดับไขมันที่แสดงให้เห็นว่าระบบย่อยอาหารของคุณทำงานผิดปรกติ
  • การถ่ายภาพคอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน (CT) เพื่อตรวจหานิ่วในถุงน้ำดีและประเมินการติดเชื้อของตับอ่อน
  • การอัลตราซาวด์ช่วงท้องเพื่อมองหานิ่วถุงน้ำดีและการอักเสบของตับอ่อน
  • การอัลตราซาวด์กระเพาะอาหารเพื่อมองหาการติดเชื้อกับการอุดตันของท่อเดินน้ำดี
  • การถ่ายภาพสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อมองหาความผิดปรกติของถุงน้ำดี ตับอ่อน และท่อต่าง ๆ

โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำการทดสอบอื่น ๆ ตามกรณีไป

การรักษา

การรักษาเริ่มต้นภายในโรงพยาบาลมีดังนี้:

  • อดอาหาร: คุณต้องงดรับประทานอาหารเป็นเวลาสองสามวันและพักอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อทำให้ตับอ่อนฟื้นตัว
    เมื่อสามารถควบคุมการติดเชื้อในตับอ่อนได้แล้ว คุณสามารถดื่มน้ำเปล่าและทานอาหารปั่นได้ และไม่นานคุณก็สามารถกลับไปรับประทานอาหารได้ตามปกติ
    หากโรคตับอ่อนอักเสบยังคงเกิดขึ้นอยู่หรือคุณรู้สึกเจ็บปวดขณะรับประทาน แพทย์จะใช้วิธีสอดท่อส่งอาหารให้คุณ
  • การใช้ยารักษาอาการปวด: โรคตับอ่อนอักเสบจะสร้างความเจ็บปวดรุนแรงแก่ผู้ป่วย ทีมรักษาคุณจะจ่ายยาควบคุมอาการปวดให้
  • การให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือด: ขณะพักฟื้น ร่างกายของคุณจะใช้พลังงานและของเหลวส่วนใหญ่ไปกับการซ่อมแซมตับอ่อน คุณอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้ในช่วงนี้ ทำให้แพทย์ต้องทำการเสียบน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดไปตลอดการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

เมื่อแพทย์สามารถควบคุมโรคตับอ่อนอักเสบได้แล้ว ทีมรักษาจะทำการรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคนี้ ขึ้นซึ่งอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบเอง ดังนี้:

  • กระบวนการขจัดสิ่งอุดตันท่อน้ำดี: โรคตับอ่อนอักเสบจะทำให้ท่อน้ำดีเกิดการตีบหรือตันขึ้น
    แพทย์จะใช้กระบวนการที่เรียกว่าการตรวจสอดกล้องท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (ERCP) ซึ่งเป็นการใช้ท่อยาวที่มีกล้องอยู่ที่ปลายในการตรวจสอบท่อน้ำดีและตับอ่อนของคุณ ท่อดังกล่าวจะถูกสอดผ่านลำคอของคุณลงไป และกล้องจะส่งภาพระบบย่อยอาหารของคุณขึ้นบนจอภาพ
    ERCP สามารถใช้เพื่อวินิจฉัยปัญหาที่ท่อตับอ่อนหรือท่อน้ำดีได้ และยังสามารถใช้เพื่อการซ่อมแซมท่อเหล่านี้ได้อีกด้วย ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่สูงอายุ กระบวนการ ERCP สามารถนำไปสู่โรคตับอ่อนเฉียบพลันได้ด้วย
  • การผ่าตัดถุงน้ำดี: หากสาเหตุของการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบมาจากถุงน้ำดี แพทย์จะแนะนำให้คุณเข้ารับการผ่าตัดนำถุงน้ำดีออก
  • การผ่าตัดตับอ่อน: เป็นการผ่าตัดเพื่อดูดของเหลวสะสมในตับอ่อนหรือเพื่อนำเนื้อเยื่อที่เสียหายออก
  • การรักษาภาวะติดแอลกอฮอล์: การดื่มสุราวันละหลาย ๆ แก้วมาเป็นเวลาหลายปีอาจก่อให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบได้ การดื่มต่อเนื่องจะทำให้โรคตับอ่อนอักเสบรุนแรงกว่าเดิม ซึ่งหมายถึงภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่มากขึ้น หากประเด็นนี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริง แพทย์จะแนะนำให้คุณเข้ารับโปรแกรมบำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์ต่อไป

การรักษาโรคตับอ่อนอักเสบวิธีอื่น

โรคตับอ่อนเรื้อรังอาจต้องได้รับการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วยตามสถานการณ์ของคุณ ดังนี้:

  • การจัดการกับความเจ็บปวด: โรคตับอ่อนเรื้อรังอาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อเนื่องได้ โดยแพทย์จะคอยใช้ยาควบคุมอาการแก่คุณและอาจส่งคุณไปพบผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    สำหรับความเจ็บปวดรุนแรงอาจบรรเทาได้ด้วยการรักษาอื่นอย่างการอัลตราซาวด์กระเพาะอาหารหรือการผ่าตัดเพื่อปิดกั้นเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณจากตับอ่อนไปยังสมอง
  • เอนไซม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร: การเสริมเอนไซม์ตับอ่อนสามารถช่วยร่างกายย่อยและจัดการสารอาหารต่าง ๆ ได้ 
  • การเปลี่ยนอาหาร: แพทย์อาจแนะนำให้คุณไปพบนักโภชนาการเพื่อให้พวกเขาช่วยวางแผนอาหารที่มีไขมันต่ำและปรับให้คุณทานแต่อาหารที่มีคุณค่าสูงแก่คุณแทน

วิถีการใช้ชีวิตและการฟื้นฟูที่บ้าน

เมื่อคุณออกจากโรงพยาบาล คุณต้องค่อย ๆ ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ฟื้นตัวจากโรคตับอักเสบให้เร็วที่สุด อย่างเช่น:

  • หยุดดื่มแอลกอฮอล์: หากคุณไม่สามารถทำการหยุดหรือเลิกแอลกอฮอล์ด้วยตนเองได้ ให้สอบถามหาความช่วยเหลือจากแพทย์ โดยพวกเขาอาจแนะนำให้คุณไปยังโปรแกรมช่วยเหลือตามท้องที่แก่คุณ
  • หยุดสูบบุหรี่: หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่หรือหากคุณไม่ได้สูบบุหรี่ ให้หยุดเสีย หากคุณไม่สามารถทำการหยุดหรือเลิกบุหรี่ได้ ให้สอบถามหาความช่วยเหลือจากแพทย์ที่อาจแนะนำให้คุณไปยังโปรแกรมปรึกษาหรือใช้ยาช่วยเหลือกับคุณได้
  • เลือกรับประทานอาหารไขมันต่ำ: อย่างเช่นผลไม้และผักสด ธัญยาพืช และโปรตีนที่ดี
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น: โรคตับอ่อนอักเสบทำให้ร่างกายขาดน้ำ คุณต้องทำการดื่มน้ำให้มากขึ้นตลอดทั้งวัน จะให้ดีคุณควรพกขวดน้ำหรือแก้วน้ำไปทุก ๆ ที่ด้วย

การรักษาอื่น ๆ

การบำบัดบางประเภทสามารถช่วยจัดการความเจ็บปวดที่มาจากโรคตับอ่อนอักเสบให้คุณได้ด้วย

ผู้ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังอาจประสบกับความเจ็บปวดต่อเนื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาทั่วไป ทำให้แพทย์ต้องใช้การบำบัดพร้อมกับการใช้ยาแทน

ตัวอย่างของการบำบัดที่ช่วยควบคุมความเจ็บปวดมีดังนี้:

  • การทำสมาธิ
  • การออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย
  • โยคะ
  • การฝังเข็ม

การเตรียมความพร้อมเข้าพบแพทย์

เริ่มจากการเข้าพบแพทย์ประจำตัวของคุณหากคุณมีอาการหรือสัญญาณที่ทำให้คุณเป็นกังวล หากแพทย์สงสัยว่าคุณอาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ คุณอาจถูกส่งตัวไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะ

เนื่องจากการนัดพบเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มีหลายเรื่องที่คุณต้องพูดคุยกับแพทย์ จึงควรทำการเตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อน ข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นหลักปฏิบัติที่ช่วยให้คุณเตรียมตัวเข้าพบแพทย์แต่ละครั้ง:

คุณสามารถทำอย่างไรได้บ้าง?

  • เข้าใจถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ก่อนการนัดหมาย: ในช่วงเวลาที่พบแพทย์ คุณต้องทราบก่อนว่าคุณต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อน อย่างเช่นการงดรับประทานอาหารล่วงหน้า เป็นต้น
  • จดรายการอาการต่าง ๆ ที่คุณประสบมา: รวมไปถึงอาการความผิดปรกติที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุที่แพทย์ส่งคุณมาพบผู้เชี่ยวชาญ
  • จดข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญมา: รวมไปถึงความเครียดหลัก หรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิต
  • จดรายการยาที่กำลังใช้อยู่: รวมไปถึงวิตามินหรืออาหารเสริมต่าง ๆ 
  • พาสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนมาด้วย: ในบางครั้งการจดจำข้อมูลทุกอย่างที่แพทย์ป้อนมาให้เป็นเรื่องที่ยากเกินไป หากนำบุคคลที่สามมาด้วยจะทำให้คุณสามารถเก็บตกข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น
  • จดคำถามที่ต้องการจะถามมาล่วงหน้า

สำหรับกรณีโรคตับอ่อนอักเสบ คำถามที่คุณควรต้องสอบถามแพทย์มีดังนี้:

  • อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหรือโรค?
  • ความเป็นไปได้ของสาเหตุอื่น ๆ ?
  • การทดสอบที่คุณต้องเข้ารับมีอะไรบ้าง?
  • โรคที่คุณเป็น เป็นแบบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน?
  • แนวทางจัดการที่ดีที่สุดคืออะไร?
  • มีวิธีรักษาอื่น ๆ ที่แพทย์อยากเสนอหรือไม่?
  • หากมีสภาวะสุขภาพอื่น ๆ อยู่ จะสามารถจัดการร่วมกับการรักษาโรคตับอ่อนอักเสบได้อย่างไร?
  • มีข้อจำกัดใดที่ต้องปฏิบัติหรือไม่?
  • ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือไม่? มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร? และประกันสุขภาพของคุณครอบคลุมถึงเรื่องนี้หรือไม่?
  • มีการรักษาที่สามารถใช้แทนยาที่แพทย์จ่ายให้หรือไม่?
  • มีแผ่นพับหรือกระดาษข้อมูลที่คุณสามารถพกกลับบ้านได้หรือไม่? หรือมีเว็บไซต์ใดที่แพทย์แนะนำหรือไม่?
  • อะไรเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณควรวางแผนการเข้าพบติดตามผล?

นอกจากคำถามเหล่านี้แล้ว คุณควรถามคำถามอื่น ๆ ตามความสงสัยไปด้วย

ความคาดหวังระหว่างการพบแพทย์

แพทย์ของคุณจะสอบถามคุณในเรื่องต่าง ๆ ให้คุณเตรียมความพร้อมตอบคำถามอย่างซื่อตรงและรวดเร็วที่สุดเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย:

  • อาการครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อไร?
  • อาการของคุณเป็นแบบต่อเนื่องหรือนาน ๆ เกิดที?
  • ความรุนแรงของอาการมีมากขนาดไหน?
  • อะไรเป็นตัวที่ช่วยทำให้อาการดีขึ้น?
  • อะไรเป็นตัวที่ช่วยทำให้อาการแย่ลง?
  • คุณเคยมีอาการเหล่านั้นมาก่อนหรือไม่?
  • คุณเคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับอ่อนอักเสบมาก่อนหรือไม่?
  • คุณดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่? หากใช่ ดื่มปริมาณและความถี่เท่าไร?
  • คุณได้เริ่มใช้การรักษาก่อนมีอาการหรือไม่?
  • สมาชิกในครอบครัวของคุณมีใครเป็นโรคตับอ่อนอักเสบหรือไม่?

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่