Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เรื่องของระบบทางเดินหายใจ ใครๆ ก็ควรรู้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,308,869 คน

เรื่องของระบบทางเดินหายใจ ใครๆ ก็ควรรู้

โดยปกติร่างกายเราจะรับเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปใช้ประโยชน์ และขับของเสียออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนก๊าซนี้ เป็นหน้าที่ของ ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory system) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายอวัยวะ

อวัยวะในระบบทางเดินหายใจ

อวัยวะในระบบทางเดินหายใจ สามารถแบ่งตามตำแหน่งที่อยู่ได้เป็น อวัยวะในทางเดินหายใจส่วนบน และ อวัยวะในทางเดินหายใจส่วนล่าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

อวัยวะในทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่

  • จมูก (Nose) เป็นทางผ่านด่านแรกของอากาศที่หายใจเข้าไป ภายในจมูกจะมีขนขนาดเล็กและเยื่อเมือกหนาๆ ที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและดักจับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีเส้นประสาทรับกลิ่นด้วย
  • คอหอย (Pharynx) เป็นหลอดตรงยาวที่เชื่อมต่อกันระหว่างช่องจมูกและช่องปาก โดยมีเพดานอ่อนเป็นตัวกั้น คอหอยเป็นทางผ่านของทั้งอาหารและอากาศ และยังเกี่ยวข้องกับการออกเสียงด้วย

อวัยวะในทางเดินหายใจส่วนล่าง ได้แก่

  • หลอดลม (Trachea) เป็นท่อที่ต่อมาจากคอหอยและกล่องเสียงลงไปสู่ปอด หลอดลมมีลักษณะเป็นหลอดกลมๆ ที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อน และเปิดให้อากาศเข้าตลอดเวลา มีหน้าที่หลักคือนำอากาศที่เราหายใจเข้าไปสู่ปอด หลอดลมแบ่งได้เป็น หลอดลมขนาดใหญ่ ที่ต่อมาจากกล่องเสียง หลอดลมปอด (Bronchi) ซึ่งแตกแขนงจากหลอดลมใหญ่ไปสู่ปอดทั้งซ้ายและขวา และ หลอดลมฝอย (Bronchiole) ซึ่งเป็นแขนงเล็กๆ แยกย่อยไปยังถุงลมในปอดอีกทีหนึ่ง
  • ปอด (Lung) ตั้งอยู่ที่ 2 ข้างของช่องทรวงอก ฐานปอดจะแนบสนิทกับกะบังลม และมีหัวใจอยู่ตรงกลางระหว่างปอด 2 ข้าง ภายในปอดประกอบด้วยถุงลมขนาดเล็กที่ยืดหยุ่นจำนวนมาก ซึ่งมีหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ โดยจะเติมออกซิเจนเข้าสู่หลอดเลือด และนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือดเพื่อขับออกทางการหายใจ
  • กะบังลม (Diaphragm) เป็นแผ่นกล้ามเนื้อด้านล่างกระดูกซี่โครง ที่แบ่งช่องอกออกจากช่องท้อง ซึ่งการหดและคลายตัวของกะบังลมนั้นมีผลต่อการควบคุมการหายใจเข้าออก

การทำงานของระบบทางเดินหายใจ

ปัจจัยที่เป็นตัวควบคุมการหายใจเข้าออก ก็คือระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด เมื่อเราหายใจเข้า กะบังลมจะเลื่อนต่ำลง ทำให้พื้นที่ช่องอกมากขึ้น ความดันอากาศรอบๆ ปอดลดลง อากาศจากภายนอกจึงไหลเข้ามายังปอดได้ อากาศที่เราหายใจเข้ามาจะผ่านการกรองฝุ่นและเชื้อโรคที่จมูก จากนั้นจะเคลื่อนผ่านคอหอย กล่องเสียง และหลอดลม ลงมายังปอด ที่ถุงลมปอดจะเป็นจุดที่เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซ โดยก๊าซออกซิเจนจากอากาศที่รับเข้ามา จะแพร่เข้าสู่หลอดเลือดแดง และไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ส่วนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากทั่วร่างกายจะลำเลียงผ่านหลอดเลือดดำมายังปอด และแพร่สู่หลอดลมในปอด จากนั้นจะถูกขับออกพร้อมลมหายใจออก

โดยทั่วไปเราจะมีอัตราการหายใจประมาณ 14-18 ครั้งต่อนาที ซึ่งอาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด และความต้องการออกซิเจน เช่น เวลาหลับเราจะหายใจช้าลง แต่ในขณะออกกำลังกาย เราจะต้องการออกซิเจนมาก ทำให้หายใจถี่ขึ้น

ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

ความผิดปกติมักเกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ในระบบหายใจ ซึ่งอาการที่เกินขึ้นก็มีตั้งแต่หายใจติดขัด คัดจมูก ไอจามเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอาการรุนแรงอย่างหายใจไม่ออก และมีคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในเลือด ตัวอย่างโรคในระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ได้แก่

  • โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ
    • โรคหวัด เกิดได้จากเชื้อไวรัสหลายชนิด ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์
    • คออักเสบ เกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย อาการที่เด่นชัดคือเจ็บคอ ไอ และอาจมีไข้ในบางครั้ง
    • ปอดอักเสบ หรือปอดบวม มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา อาการที่พบคือมีไข้สูง หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก อาจพบฝีในปอด และน้ำคั่งในปอดด้วย
    • วัณโรค เกิดจากแบคทีเรีย Tuberculosis มักพบอาการไอเรื้อรัง เสมหะเป็นเลือด เจ็บหน้าอก มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
  • โรคที่เกิดจากสาเหตุอื่น
    • หอบหืด เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม เป็นผลให้หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก และหายใจมีเสียงวีดๆ
    • โรคภูมิแพ้ เกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันจากการได้รับสิ่งกระตุ้น ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม และอาจเกิดอาการกับระบบอื่นๆ ด้วย
    • ถุงลมโป่งพอง เกิดจากการอักเสบของถูกลมปอดจนพองและแตกออก จนเกิดอาการไอเรื้อรังและหายใจตื้น ซึ่งสาเหตุหลักนั้นมาจากการสูบบุหรี่
    • มะเร็งปอด มักเกิดจากการสูดดมควันบุหรี่ อาการในระยะแรกที่สังเกตได้คือ เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด

การดูแลระบบทางเดินหายใจ

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อป้องไม่ให้ถุงลมและปอดถูกทำลาย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศบริสุทธิ์ และไม่มีมลภาวะ
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป