ภาวะต่อมน้ำเหลืองโตในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 9, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,348,947 คน

ต่อมน้ำเหลืองนั้นเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยทำหน้าที่กรองเลือดและเป็นที่อยู่ของเม็ดเลือดขาว ดังนั้นต่อมน้ำเหลืองจึงมักจะเป็นจุดแรกที่แสดงอาการเมื่อเนื้อเยื่อนั้นเกิดความผิดปกติ เมื่อเนื้อเยื่อนั้นเกิดการอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณนั้นก็จะเริ่มมีการอักเสบและโตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบดังกล่าว โดยเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวนั้นมีจำนวนมากขึ้นและเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อมาต่อสู้กับเชื้อโรค ต่อมน้ำเหลืองนั้นมีอยู่ทั่วร่างกาย แต่ในเวลาปกตินั้นมักจะมีขนาดเล็กและคลำไม่ได้

ภาวะต่อมน้ำเหลืองอักเสบนั้นจะเป็นภาวะที่เม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophil (ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่พบมากที่สุดและเป็นชนิดแรกที่จะมาต่อสู้กับเชื้อโรค), macrophage (เซลล์ที่ทำหน้าที่จับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ กิน) และ eosinophil (เม็ดเลือดขาวชนิดที่มักจะต่อสู้กับพยาธิและสารที่ทำให้ก่ออาการแพ้) เดินทางเข้ามาในต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองนั้นบวมโตและคลำได้

นอกจากนั้นภาวะต่อมน้ำเหลืองโตอาจจะเกิดจากเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน ซึ่งเซลล์มะเร็งดังกล่าวนั้นอาจจะเกิดจากต่อมน้ำเหลืองเองหรือเป็นเซลล์ที่แพร่กระจายมาจากมะเร็งที่บริเวณอื่นๆ ในร่างกายก็ได้

อาการที่พบ

คุณอาจจะคลำต่อมน้ำเหลืองได้ แต่ส่วนมากมักจะไม่มีอาการอย่างอื่น บริเวณที่อาจจะคลำได้เช่นใต้ขากรรไกรหรือรอบๆ หัวไหล่ หากสุนัขมีขาข้างใดข้างหนึ่งบวม อาจเกิดจากการที่มีต่อมน้ำเหลืองที่ด้านหลังของขาหรือใกล้กับบริเวณขาหน้าโตได้ การที่มีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณขาหนีบอาจทำให้แมวถ่ายอุจจาระได้ลำบาก แมวอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้และอยากอาเจียนได้ หากแมวมีต่อมน้ำเหลืองโตมากอาจจะทำให้พวกมันกินอาหารได้ยากขึ้นหรือหายใจได้ลำบาก

สาเหตุ

ต่อมน้ำเหลืองโตจากการที่ตอบสนองต่อเชื้อโรคและมีการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น (ไม่ได้เกิดการติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลืองเอง)

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นภาวะที่ต่อมน้ำเหลืองนั้นเกิดการอักเสบ

เชื้อที่ก่อโรค

Sporotrichosis: เป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังซึ่งเชื้อราชนิดนี้อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ฟาง และพืช (โดยเฉพาะกุหลาบในสวน) ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง ปอด กระดูก สมอง เป็นเชื้อที่มักพบในแมว

แบคทีเรีย

  • Rickettsia : ติดต่อผ่านทางเห็บและหมัด
  • Bartonella spp: ติดต่อผ่านทางแมลงวัน
  • Brucella canis: ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์
  • Pasteurella : ติดต่อผ่านทางระบบหายใจ
  • Yersinia pestis: ติดต่อผ่านทางหมัดและสัตว์ฟันแทะ (กาฬโรค)
  • Fusobacterium : เป็นการติดเชื้อในปาก ช่องอก คอ และปอด
  • Francisella tularensis: ติดต่อผ่านทางเห็บ แก๊ซที่เกิดจากซากสิ่งมีชีวิตที่ติดเชื้อ (มักเกิดเวลาที่มีการตัดหญ้า)
  • Mycobacterial : ติดต่อผ่านทางแหล่งน้ำ

ไวรัส

Feline immunodeficiency virus (FIV)

Feline Leukemia Virus (FeLV)

จากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่การติดเชื้อ

ภูมิแพ้ซ ต่อมน้ำเหลืองตอบสนองต่ออาการแพ้ในร่างกายด้วยการสร้างเซลล์เพิ่มขึ้น มักเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้กับบริเวณที่มีอาการแพ้

โรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเอง: ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นตอบสนองต่อเชื้อโรคมากกว่าปกติ หรือมีปฏิกิริยาผิดปกติ

การสะสมของ eosinophil: เป็นการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ตอบสนองต่ออาการแพ้หรือพยาธิ

Feline hypereosinophilic syndromes: เป็นการที่มีเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil มากผิดปกติซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว การติดเชื้อในไขกระดูก โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจเลือด และปัสสาวะ

อาจมีการใช้เข็มดูดเซลล์จากต่อมน้ำเหลืองไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะช่วยวินิจฉัยการที่มีเนื้อเยื่อเจริญผิดปกติ เนื้องอก และการติดเชื้อราได้

นอกจากนั้นคุณยังจะต้องเล่าประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพของแมว อาการที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว ประวัติเหล่านี้จะช่วยให้สัตวแพทย์นั้นระบุอวัยวะที่อาจส่งผลให้เกิดต่อมน้ำเหลืองโตได้

ในการตรวจเลือดนั้นอาจจะมีการตรวจหาเชื้อ feline leukemia virus และ feline immunodeficiency virus และการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อรา (Blastomyces และ Cryptococcus) หรือแบคทีเรีย (Bartonella spp.) ได้ การรวจทางรังสีวินิจฉัยและการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงนั้นจะทำให้สัตวแพทย์เห็นต่อมน้ำเหลืองบริเวณดังกล่าวและอาจจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่อวัยวะอื่นได้

การรักษา

การรักษานั้นจะขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโต

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

การติดเชื้อบางอย่างนั้นอาจจะสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ เช่น sporotrichosis, Francisella tularensis, Yersinia pestis และ Bartonella spp. หากแมวของคุณนั้นติดเชื้อ 1 ในจำนวนเหล่านี้ ควรสอบถามวิธีการป้องกันการติดเชื้อจากสัตวแพทย์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม